Tags » บทความ

Metrogrower....นักปลูกเมโทร

Metrogrower  (noun) an urban person who is interested in growing plants as an unprofessional farmer to express his/her lifestyle, identity and concerns towards safety and sustainability of food in metropolitan areas

เมโทรโกรเออร์ หรือ นักปลูกเมโทร (นาม) หมายถึง คนที่อยู่อาศัยอยู่ในเขตเมืองและสนใจปลูกพืชซึ่งไม่ได้เป็นเกษตรกรมืออาชีพ เพื่อต้องการแสดงออกถึงรูปแบบการดำเนินชีวิต ตัวตน และความห่วงใยต่อความปลอดภัยและมั่นคงทางอาหารในเขตชุมชนเมือง

Metrogrower

ไม้ adidas รุ่นไหนใช้ตีกับยางเม็ด

มีลูกค้าถามมาว่าไม้ adidas รุ่นไหนใฃ้กับยางเม็ด  ผมจึงขอโอกาสนี้ถามผู้เชี่ยวชาญของเรา

น้าหมู:  มีลูกค้าถามมาว่าไม้ adidas รุ่นไหนใฃ้กับยางเม็ดครับ

Mr. JC: มันก็ขึ้นกับว่าตอนนี้ลูกค้าใช้ไม้อะไรอยู่   ทาง adidas ยังไม่ได้พัฒนาไม้ที่ใช้กับยางเม็ดยาวโดยเฉพาะ อย่างไรก็แล้วแต่ไม้ที่เหมาะกับยางเม็ดยางก็ขึ้นอยู่กับ style ของผู้เล่นแต่ละคน

อย่างเช่น ไม้ Accelum High Speed 5 ของเราเหมาะกับการตีเม็ดยางถ้าหากผู้เล่นเป็นผู้เล่นมืออาชีพที่มี style  Fast topspin/ตบ โดยด้าน forehand   + การ block อุบาตรด้าน backhand

ไม้ C300 ก็ใช้กับยางเม็ดยาวได้ดี     แม้เราไม่มีไม้รับโดยเฉพาะแต่ไม้ Synchro Unity (ไม่มีของ) กับผู้เล่นมือรับได้

บทความ

"ด็อบบี้"เผยมีลูกสาวเป็นแรงบันดาลใจช่วยระเบิดฟอร์มเก่ง

 

อังเกล ดิ มาเรียปีกป้ายแดงของ”ปีศาจแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเปิดเผยถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาระเบิดฟอร์มเก่งเมื่อฤดูกาลก่อนว่าเป็นเพราะลูกสาวของเขานั่นเอง

ดิ มาเรียเดินทางไปโรงพยาบาลทุกวันเพื่อเยี่ยม”เมีย”ลูกสาวของเขาที่เกิดก่อนกำหนด 3 เดือนและมีโอกาสรอดชีวิตเพียง 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ดาวเตะวัย 26 ปีเป็นหนึ่งในนักเตะที่คาร์โล อันเชล็อตติเลือกใช้มากที่สุดและได้รับเลือกเป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์จากผลงานในแชมเปี้ยนส์ ลีกรอบชิงชนะเลิศรวมถึงการพาทีมชาติอาร์เจนติน่าเข้าชิงฟุตบอลโลก

ทั้งนี้ดิ มาเรียเพิ่งย้ายจากเรอัล มาดริดมาอยู่กับยูไนเต็ดด้วยค่าตัวสถิติเกาะอังกฤษ 75 ล้านยูโรและเจ้าตัวก็ขอบคุณลูกสาวที่เป็นแรงบันดาลใจให้เขาก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก

“ลูกสาวสอบผมว่าทุกอย่างในชีวิตเป็นไปได้ทั้งนั้น”ดิ มาเรียกล่าว

“เธอสอนผมว่าสิ่งที่ยากที่สุดในชีวิตสามารถเปลี่ยนเป็นเรื่องที่ง่ายที่สุดได้ เธอสอนผมว่าทุกความพยายามจะมีผลตอบแทนในท้ายที่สุด เธอสอนผมอีกด้วยถึงวิธีป้องกันความเจ็บปวดและกลายมาเป็นคนที่แข็งแกร่งขึ้น นั่นคือแนวทางที่ทำให้ผมเล่นได้อย่างดีเยี่ยมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว มันเป็นเพราะลูกสาวของผมได้ชี้ทางให้เห็น”

“เมื่อเมียเกิด เธอตัวเล็กมาก ผมสามารถอุ้มเธอด้วยมือเดียว ผมยังจำโรงพยาบาลได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแต่ภรรยาของผมและตัวผมเองตัดสินใจต่อสู้เหมือนอย่างที่ลูกสาาวของเราสู้ เราเคยไปโรงพยาบาลทุกวันเป็นเวลา 2 เดือน เราอยู่ที่นั่นกับพ่อแม่คู่อื่น เราเจอคนเดิมๆเสมอที่โรงพยาบาล เราทั้งหมดอยู่ที่นั่นด้วยกันและได้รับความเจ็บปวดแต่ความเจ็บปวดทำให้เราแข็งแกร่งขึ้่น เรามีความสัมพันธ์เช่นนี้กับพ่อแม่คู่อื่นทั้งหมดเหล่านั้น ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจากความเจ็บปวด”

บทความ

คีธหนุน LVG โละแข้งถูกคนแล้ว,ถามฟีแลนโก๋แดน,ฟัลเกาจะเลือกใคร?

 

คีธ จิลเลสพี อดีตปีกผีชุดคลาส ออฟ 92 สนับสนุนการตัดสินใจโละทิ้งนักเตะหลายๆคนของหลุยส์ ฟาน ฮาล โดยชี้ว่าแข้งอย่างแดนนี่ เวลเบ็ค, หลุยส์ นานี่และทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ ไม่คู่ควรที่จะค้าแข้งให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ก่อนหน้านี้ไมค์ ฟีแลน อดีตมือขวาของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ออกมากล่าวว่าจิตวิญญาณของทีมกำลังหายไป หลัง “ปีศาจแดง” ปล่อยตัวแดนนี่ เวลเบ็คให้กับอาร์เซนอล ซึ่งจิลเลสพีก็ตั้งคำถามกับอดีตโค้ชว่าเป็นเขาจะเลือกใครลงสนามระหว่างหัวหอกจอมฮาและราดาเมล ฟัลเกา

“ด้วยความสัตย์จริงนะ นักเตะที่ LVG ปล่อยตัวออกไปก็เป็นตัวเลือกของผมเช่นกัน…”

“เวลเบ็ค, นานี่และเคลฟเวอร์ลี่ย์ไม่เคยถูกมองว่าเป็นนักเตะที่คู่ควรกับยูไนเต็ด”

“การเคลื่อนไหวที่รุนแรงนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็น การเดินต่อไปยังเส้นทางเดิมนั้นรังแต่จะพายูไนเต็ดไปสู่หนทางแห่งหายนะ คุณภาพของสโมสรอื่นๆที่แข่งขันแย่งชิงแชมป์ดีกว่าพวกเขามาก ตอนนี้พวกเรากลับมาแล้ว”

“ปรัชญาของยูไนเต็ดควรจะเป็นการแข่งขันและประสบความสำเร็จในระดับสูงสุด ก่อนหน้านี้ทุกๆอย่างไม่เวิร์ค แต่ผมเชื่อว่าตอนนี้มันจะไม่เป็นแบบนั้น การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ต้องมีเข้ามา”

“ความจริงก็คือยูไนเต็ดจำเป็นต้องมีนักเตะที่ดีที่สุดสำหรับการแข่งขัน ส่วนระบบเยาวชนก็จะช่วยเหลือภารกิจพวกนี้ แต่เราไม่สามารถเอาแต่พึ่งพาพวกเขาได้”

“คำถามที่ผมอยากถามไมค์ ฟีแลนก็คือหากว่าเขามีตัวเลือกระหว่างเวลเบ็คกับฟัลเกาอยู่ในทีมของเขา เขาจะเลือกใครลงสนาม?”

บทความ

ย้อนอดีต! สื่อขุด"โด้"หวิดสวมชุดหงส์ก่อนซบผีแดง

 

สื่อแดนผู้ดี เผยข่าวสุดฮือฮาว่า อดีตซูเปอร์สตาร์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกือบกลายร่างเป็นหงส์แดงแล้วสมัยที่ยังเป็นดาวรุ่งกับสปอร์ติ้ง ลิสบอน

Daily Express สื่อในอังกฤษเปิดเผยเรื่องราวในอดีตสุดฮือฮาว่า คริสเตียโน โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ลูกหนังของสโมสร เรอัล มาดริด เกือบได้ย้ายร่วมทีม ลิเวอร์พูล อริตัวยงของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้วสมัยที่เจ้าตัวยังเป็นดาวรุ่ง ก่อนสุดท้ายเป็นปีศาจแดงที่ตัดหน้าคว้าลายเซ็นเขาไปครอง

ปีกชาวโปรตุกีสย้ายจากสปอร์ติ้ง ลิสบอน มาร่วมทีม ยูไนเต็ด เมื่อปี 2003 และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับต้นสังกัด โดยลงสนามไปทั้งหมด 290 นัดซัดไป 117 ประตูกับอีก 65 แอสซิสต์ พร้อมมีส่วนสำคัญพาทีมคว้าแชมป์ได้มากมาย อาทิ แชมป์พรีมียร์ลีก 3 สมัย, เอฟเอ คัพ 3 สมัย, ลีกคัพ 2 สมัย, ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก 1 สมัย และแชมป์สโมสรโลกอีก 1 สมัย

“ลิเวอร์พูลเป็นหนึ่งในสโมสรที่ดีที่สุดในอังกฤษ และมันจะเป็นความฝันสำหรับนักเตะคนใดคนหนึ่งเพื่อที่จะได้เป็นตัวแทนของสโมสรที่มีขนบประเพณีที่ดีเช่นนี้” โรนัลโด้ ที่ขณะนั้นวัย 19 ปีกล่าวเช่นนั้นจากการเปิดเผยของ Daily Express

“ผมต้องหวังว่าพวกเขาจะจัดการข้อเสนอที่ดีสำหรับทั้งสปอร์ตติ้งและตัวผม ลีกอังกฤษไม่ใช่หนึ่งในลีกที่ผมชอบ แต่มันก็น่าสนใจมากๆ ผมคิดว่าวิธีการเล่นของผมจะสามารถทำให้เป็นที่ยอมรับในพรีเมียร์ลีกได้ ถ้าคุณเป็นนักเตะที่มีคุณภาพแล้ว คุณก็สามารถเล่นได้ทุกทีน่ะแหละ”

บทความ

ยักษ์เดนส์ชี้หมูตัวแปรสำคัญรักษาจิตวิญญาณความเป็นผี

 

ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล อดีตนายทวารระดับตำนานของทีมปีศาจแดง ชี้ว่าเวย์น รูนี่ย์ กัปตันของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะต้องแบกรับความรับผิดชอบในการรักษาวัฒนธรรมของสโมสรเอาไว้ไม่ให้ล้มหายตายจาก แม้จะมีนักเตะหน้าใหม่ตบเท้าเข้าร่วมทัพมากมายก็ตาม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปลี่ยนผู้จัดการทีมเป็นหลุยส์ ฟาน ฮาล ซึ่งเป็นชาวฮอลแลนด์ นอกจากนั้นยังมีแข้งหน้าใหม่ทั้งอังเคล ดิ มาเรีย, มาร์กอส โรโฮ, ดาลี่ย์ บลินด์, ลุค ชอว์, อันเดร์ เอร์เรร่าและราดาเมล ฟัลเกา โดยชไมเคิ่ลชี้ว่าสิ่งที่สำคัญมากๆก็คือต้องรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของสโมสรเอาไว้ให้ได้

“การเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นมากๆ แต่ในแง่ของจำนวนแล้วถือว่านักเตะย้ายเข้ามาเยอะมาก”

“พวกเขาทุกคนล้วนเป็นแข้งหน้าใหม่ และพวกเขายังไม่มีคุณค่าความเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอยู่ภายใน”

“หากว่าจะมีปัญหาใดๆสักข้อ ก็อาจจะเป็นสิ่งนั้น ผมมองไม่เห็นวัฒนธรรมของยูไนเต็ดที่มากพอในขุมกำลังชุดนี้ แม้กระทั่งหลุยส์ ฟาน ฮาล ตัวผู้จัดการเองก็ไม่มีสิ่งนั้นเช่นกัน”

“การรักษาวัฒนธรรมดังกล่าวเอาไว้เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ มันคงเป็นเรื่องน่าเสียดายหากว่าวัฒนธรรมความเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดล้มหายตายจากไปเพราะไม่มีผู้ใดสืบทอด”

“นั่นเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมเวย์น รูนี่ย์ถึงกลายเป็นคนที่สำคัญยิ่งนัก เมื่อนักเตะที่ย้ายเข้ามาใหม่มองไปรอบๆห้องแต่งตัว พวกเขาจะมองเห็นแต่เวย์นคนเดียวที่มีความเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอยู่ในตัว”

“จากบทบาทของเวย์นที่สำคัญอยู่แล้ว ตอนนี้เขากลายเป็นคนที่สำคัญเพิ่มมากขึ้นไปอีก สำหรับผมแล้วมองว่าปัจจุบันเขาเป็นนักเตะที่มีความสำคัญต่อสโมสรมากที่สุดในประวัติศาสตร์จากช่วงเวลานี้”

“เขาเป็นกัปตันทีม แบกความรับผิดชอบของทีมเอาไว้ และสโมสรก็เติบใหญ่มากขึ้น หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะสามารถทำงานนั้นได้ ซึ่งผมมั่นใจว่าเขาจะทำได้”

บทความ

Nick Name

นอกจากเราจะมี ชื่อจริงที่เป็นการบ่งบอกตัวตนของเราแล้ว แทบจะทุกๆคนนั้นจะมีชื่อเล่นของตัวเองที่แตกต่างกันออกไปตามที่พ่อแม่พี่น้องหรือญาติผู้ใหญ่ทางฝั่งแม่ที่ดองกับทางป้าข้างบ้านแล้วยังเป็นพ่อกับเพื่อนที่โรงเรียน (พอ พอ มึงจะลึกไปไหน) ที่เป็นคนตั้งให้จุดประสงค์ง่ายๆของการมีชื่อเล่นก็คงเพราะว่าจะได้เป็นชื่อที่ใช้เรียกแทนชื่อจริงนั้นเอง แต่ชื่อเล่นก็ยังเป็นการแสดงออกบ่งบอกถึงระดับความสนิทของผู้เรียกกับผู้ถูกเรียกอีกด้วย เรามาลองคิดในมุมกลับถ้าชื่อเล่นถูกทำหน้าที่แทนชื่อจริงคงจะพิลึกไม่น้อย “ขอเรียนเชิญ ผู้ช่วยศาสตราจาร์ย ต๋อย(อิต๋อยนี่มันเป็นใครวะ) ขึ้นมอบรางวัลด้วยค่ะ” แต่กลับกันคนส่วนใหญ่ก็ยังเรียกเพื่อนที่สนิทด้วยชื่อจริงตรงนี้จึงค่อนข้างจะไม่แปลกเท่าที่ควร สรุปก็คือชื่อเล่นหน้าที่ของมันก็เพื่อใช้เรียกผู้คนที่มีความคุ้นเคยต่อกันสนิทชิดเชื้อกันพอสมควร ชื่อเล่นจึงกลายมาเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการใช้ชีวิตในระดับนึง สมมติง่ายๆนะครับว่าถ้าเราเกิดไปแอบปิ้งสาวสวยตามที่ต่างๆ แล้วทำใจกล้าเข้าไปทำความรู้จักส่วนใหญ่สิ่งแรกที่มักจะถามกันก็คือชื่อ ซึ่งก็จะแลกเปลี่ยนชื่อเล่นกันไปตามกติกาแต่ถ้าเกิดเป็นชื่อจริงหละ “สวัสดีครับ ผมบอล แล้วเธอชื่ออะไรหรอครับ” “สวัสดีค่ะ เราชื่อสมชายค่ะ” ผมว่ามีวงแตกแน่ๆ หรือ “สวัสดีครับผมแอนโทนี่ แองตวล เดลฟูอาโร่ที่ 4″ “ถวายบังคมค่ะ ฝ่าบาท” (มันมีแบบนี้ที่ไหนละโว้ยยย!)

หลายๆคนมีชื่อเล่นที่แตกต่างกันไป บ้างก็โหลบ้าง บ้างก็มีอยู่คนเดียวบนโลกบ้าง(บางกรณีผมเชื่อนะครับ ชื่ออะไรของมึงวะเนี่ย) อย่างตัวผมชื่อนิว ก็ไม่ได้เก๋กู้ดอะไรมากมาย แต่ก็ไม่ได้ถึงกับเฉิ่ม เด็กๆผมเคยคิดนะครับว่าทำไมต้องชื่อนิวด้วยเนี่ยไม่เห็นเท่เลย ถ้าชื่อว่า บอลหรือบาส เนี่ยจ้าบกว่าเยอะ หรือจะกอล์ฟก็ได้นะเท่ไม่หยอกเลยทีเดียว แต่สุดท้ายแล้วผมก็ใช่ชื่อนิวมาตลอดจนปัจจุบันนั่นแหละครับ ผมเชื่อว่าเรื่องชื่อเล่นเนี่ยเป็นปัญหาสำคัญของหลายๆคนในวัยเด็กเลยทีเดียว อย่างเพื่อนผมคนนึงตอนสมัยมัธยมต้น พี่แกชื่อจัดว่าแปลกสัสๆ พี่แกชื่อ หัวยุง ครับไม่ได้มุขด้วย พี่แกชื่อหัวยุงจริงๆ(ทราบภายหลัง ว่าเป็นภาษาจีน เจ้าตัวบอกมาเองเลย) พี่หัวยุงคนนี้เลยเป็นที่รู้จักแบบรวดเร็วมาก แต่พี่หัวยุงก็ไม่ได้สะทกสะท้านกับชื่อนี้เลยนะครับ เป็นเรื่องปกติเพื่อนล้อพี่หัวยุงแกก็เฮฮากับเพื่อนๆไป จนผมอดสงสัยไม่ได้เลยถ้าหัวยุงไปใช้ชีวิตปกติหละ ใช้ชีวิตประจำวันจะเป็นยังไง “เชิญคุณ หัวยุงรับยาช่องสองด้วยค่ะ” ที่โรงพยาบาลพี่แกโดนแบบนี้แน่ๆ เพื่อนสนิทผมอีกคนนึงเป็นคนที่ตัวใหญ่มากๆ เรียกได้ว่า บิ้กเบิ้มจนโดนยกเป็นระดับหัวหน้าแก้งเลย ทั้งแรงเยอะพร้อมด้วยความโฉดที่น่าเกรงขามแต่กลับชื่อเล่นว่า จูเนียร์ เลยโดนล้อระงม พี่แกก็ตามไปเก็บคนที่เอ่ยชื่อต้องห้ามนี้ออกมาครบทุกคน ส่วนน้องชายของผมมีชื่อว่า เนย (ชื่อสวยมาก ยังกะผู้หญิง) แต่มันกลับกลายเป้นหัวโจกรุมแกล้งเพื่อน เรื่องชื่อหวานๆสวยๆ นี่ไม่ได้เป็นอุปสรรคการใช้ชีวิตของมันเลย ส่วนบางคนกลับต้องโกหกเพื่อนเรื่องชื่อเล่นอย่างเพื่อนผมอีกคนนีง แกชื่อว่า ลูกหมู อู้ดๆๆ อู้ดดด (ถือโอกาส ล้อมันสะหน่อย 555) แต่บุคลิกเป็นชายมาดเข้ม ลุคแบดบอยเลย ลูกหมูเลยบอกว่าตัวเองเนี่ยชื่อ มาร์กแทน แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายๆคนก็รู้สึกเฉยๆไปกับเรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหาเหมือนกับตอนเด็กๆ ความอยากเท่เพราะชื่อ กลัวโดนล้อเรื่องชื่อเล่น และเรื่องอื่นๆมันก็จะหมดไปเมื่อเราโตขึ้นไปเอง (มั้งนะครับ)

อย่างชื่อเล่นที่แสนจะธรรมดาๆ อย่าง “ติ๋ว” (ชื่อแม่กูเอง) คำว่า “ติ๋ว” เป็นชื่อที่มาจากคำว่า “ขี้ประติ๋ว” มีความหมายง่ายๆไม่ซับซ้อนว่า เรื่องเล็กน้อยไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่เมื่อคำๆนี้ได้ไปโลดแล่นอยู่ในประเทศ ฮ่องกง เมื่อไหร่นั้นกลับไม่ได้เป็นเรื่องขี้ประติ๋วเหมือนอย่างบ้านเรา คำว่า “ติ๋ว” ตามความหมายของคนฮ่องกง ก็คือ “จิ๋ม” นั้นเอง เรื่องนี้แม่ผมเป็นคนเล่าเองเลย แม่เล่าว่าตอนไปเที่ยวเนี่ยแม่ไปกับพวกเพื่อนๆแล้วมีเพื่อนคนนึงก็รู้ว่าชื่อเล่นของแม่มีความหมายว่าอะไรก็เลยจัดแจงแกล้งให้ตามระเบียบให้แม่ไปแนะนำตัวกับคนรู้จักที่นู่น ผลตอบรับก็เป็นแม่ผมหน้าเจื่อนๆส่วนคนอื่นก็ฮาหน้าบานกันไป หลังจากที่ฟังแม่เล่าอย่างสนุกสนานว่า ตัวเองชื่อจิ๋ม ให้คนฮ่องกงรับรู้ ผมกลับสงสัย เห้ย บ้านเราผู้หญิงก็มีชื่อ “จิ๋ม” (ชื่อป้ากูเอง) อยู่เหมือนกันและก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน แต่ที่สงสัยหนักกว่านั้นคือ ในเมื่อมีชื่อ “จิ๋ม” แล้ว “จู๋” ไปไหน หลังจากที่สงสัยอยู่นาน (จริงๆแล้วเพิ่งจะมาสงสัยเอาตอนที่จะเขียนนี่แหละ) ผมก็ได้ศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังทั้งการ ค้นหาจากหนังสือ ค้นหาจากอินเทอเน็ต นั่งสมาธิถอดจิต ใช้พลังอ่านใจคนอื่น (แน่นอนว่าผมทำได้แค่ ค้นหาจากอินเทอเน็ต) เพื่อหาคำตอบและแล้วผมก็ได้คำตอบว่า มีคนชื่อ “จู๋” อยู่จริงๆแต่ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซน ตามหลักคณิตศาสตร์ก็แล้วยังน้อยกว่า “จิ๋ม” อยู่มาก ผมจึงได้ข้อสรุปมาว่าประชากรของโลกเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชายนั้นมันต้องเป็นเรื่องจริงแน่ๆ (เค้าหาข้อสรุปกันได้เป็นชาติแล้วโว้ย!)

แต่เรื่องที่ชอบที่สุดก็คงจะเป็นชื่อ ไปป์ (Pipe)เอ้ะมันก็ชื่อธรรมดานี่หน่าไม่เห็นจะแปลกอะไรตรงไหน คือผมมีโอกาสไปฝึกงานที่ฝรั่งเศษครับเมื่อหลายปีก่อนสมัยยังศึกษาอยู่ระดับ ปริญญาตรี แล้วเพื่อนที่ไปด้วยมันก็ชื่อไปป์นั้นเอง ถ้าตามภาษาอังกฤษคำว่า pipe จะแปลว่า ท่อ อ่านออกเสียงว่า “ไปป์” ตามที่เราทราบกัน แต่ที่ฝรั่งเศษ Pipe จะออกเสียงว่า “ปิ้บ” ซึ่งเป็นคำแสลงมีความหมายตรงตัวว่าเป็น ลักษณะกิจกามทางเพศอย่างนึง (เริ่มจากการที่ต้องถอดก่อน เดี๋ยวๆๆๆ)ทีนี้คุณไปป์ท่านนี้จึงต้องระมัดระวังอย่างมากในการเขียนชื่อหรือกรอกแบบฟอร์มข้อมูลอะไรต่างๆในประเทศนี้ ส่วนตัวผมก็คงรับผลกระทบจากกรณีเป็นความฮาไปแบบเต็มๆ “เห้ ปิ้ป โอ้ว ซอรี่ ไปป์” มักจะเป็นมุขตลกที่เพื่อนๆที่นั้นรวมทั้งตัวผมเอาไว้ใช้เล่นงาน ปิ้ป เอ้ย ไปป์ ผู้นี้นี่เองงงง

ในยุคปัจจุบันคนที่มีชื่อเล่นที่แปลกและไม่ซ้ำใครก็มีมาให้เราผ่านหูผ่านตากันมาหลายชื่อเลยทีเดียว อย่างดาราหลายๆท่านในบ้านเรา เกิดมาผมก็ได้ยินชื่อนี้เป็นชื่อแรกจากพี่เค้าเนี่ยแหละ จนผมอยากจะเปลี่ยนชื่อเป็น แกงฮังเล เพื่อไปกระชากเรตติ้งจากพี่เค้าจริงๆเลย (อย่างมึงเนี่ยนะ นิว) พ่อแม่หลายๆท่านเลือกที่จะตั้งชื่อลูกของตัวเองให้ออกมาดูเก๋ไก๋เพื่อให้ตรงกับวิถีชีวิตและรสนิยมของตนเอง เด็กๆสมัยนี้จึงมีชื่อเล่นที่ฟังแล้วติดหูมีเอกลักษณ์แบบไม่ซ้ำใครสำหรับผม ผมชอบนะ การเล่นคำให้ออกมาดูสวยงาม หรือ ชื่อเล่นสองพยางค์ที่เป็นคำไทยอย่าง วิมาณ อินทรีย์ อิ่มเอิบ สายชล ลองกอง ตาไม้ ลิ้นสีดำ หรือ ลัดวงจร (หลังๆนี้ไม่ใช่นะครับ ชื่ออะไรของมึงเนี่ย)

หลายๆชื่อก็เป็นชื่อที่ฟังแล้วสบายหูแถมยังมีความหมายที่ดีอีกด้วยจนผมเก็บเอามาคิดกับตัวเองถ้าวันนึงผมได้มีลูก (แฟนยังหาไม่ได้) ขึ้นมา ผมก็คงจะเพลิดเพลินไปกับการตั้งชื่อให้ลูกบ้างแน่ๆ ถ้ามีคงมีสักสามคน อืมมม คนโตน่าจะชื่อ “อาร์มเตอดาม” คนรองชื่อ “โพเซดอน” ส่วนคนเล็กก็ต้องชื่อ “โซดิแอค”(เค้ารู้กันหมดเลย ว่ามึงชอบไปไหน)

จากโพลสำรวจในหัวเรื่องที่ว่าด้วยการมีชื่อเล่นแล้วดูหล่อดูเก๋ไก๋สำหรับฝ่ายชายออกมาเป็น “นิว” ที่ได้คะแนนไปอย่างถ้วมถ้นถึงหกสิบเปอร์เซนต์ (แน่นอนว่าผมมั่วอีกตามเคย) ครับ โพลบ้าโพลบออะไรทำนองนี่มันไม่น่าจะมีจริงหรอกครับ (เอ้ะ หรือมี!?) การมีชื่อเล่นที่ดูคูลๆดูเก๋ไก๋ดูเท่เข้ากับยุคสมัยถ้ามันจำเป็นจริงๆมันคงมีวิชาที่สอนเกี่ยวกับศาสตร์การตั้งชื่อเล่นให้เข้ากับยุคสมัยไปแล้วหละครับ (เอ้ะ หรือมี!?) ชื่อเล่นมันก็เป็นเพียงส่วนประกอบส่วนนึงในการบ่งบอกถึงตัวตนของเราอย่างนึงเท่านั้น จะให้ความสำคัญมากสำคัญน้อยมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเป็นคนมองเป็นคนตัดสินเท่านั้นเอง จะว่าไปแล้วในสมัยนี้ผู้ร้าย คนไม่ดีในสังคม ก็มีชื่อเล่นที่ฟังแล้วดูเท่ดูหล่ออยู่มากมายเลยนะ

ขณะที่เขียนเรื่องนี้อยู่ ตัวผมก็พยายามที่จะหาชื่อเล่นใหม่ที่ดูเก๋ไก๋ไสลด์หนอน เพื่อที่จะได้มีชื่อที่ดูอินเทรนกับเค้าบ้าง (อ้าววววว!!)

บทความ