<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="wordpress.com" -->
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	>

<channel>
	<title>after-match &amp;laquo; WordPress.com Tag Feed</title>
	<link>http://en.wordpress.com/tag/after-match/</link>
	<description>Feed of posts on WordPress.com tagged "after-match"</description>
	<pubDate>Sat, 05 Dec 2009 15:27:25 +0000</pubDate>

	<generator>http://en.wordpress.com/tags/</generator>
	<language>en</language>

<item>
<title><![CDATA[Turkish, Croatian hooligans fight after match ]]></title>
<link>http://livenewsupdate.wordpress.com/2008/06/21/turkish-croatian-hooligans-fight-after-match/</link>
<pubDate>Sat, 21 Jun 2008 03:39:03 +0000</pubDate>
<dc:creator>livenewsupdate</dc:creator>
<guid>http://livenewsupdate.wordpress.com/2008/06/21/turkish-croatian-hooligans-fight-after-match/</guid>
<description><![CDATA[Vienna (AFP) &#8211; Bottles flew between Turkish and Croatian &#8220;fans&#8221; in an immigrant di]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><p>Vienna (AFP) &#8211; Bottles flew between Turkish and Croatian &#8220;fans&#8221; in an immigrant district of Vienna following Turkey&#8217;s stunning Euro 2008 quarter-final win on penalties on Saturday morning (Thailand time), but celebrations were otherwise more noisy than anything else.</p>
<p>In the Ottakring district of the capital, which has a strong Turkish and Croatian population, several hundred disappointed Croatian fans attacked celebrating Turks in a nearby street, throwing bottles at them.</p>
<p> </p>
<p>Bottles and stones were also thrown at windows bearing Turkish flags.</p>
<p> </p>
<p>After police intervened, closing the street, the Croatian supporters turned against the officers, pelting them with bottles and other items.</p>
<p> </p>
<p>Elsewhere, the celebrations were more peaceful however, although still loud.</p>
<p> </p>
<p>Turkish fans celebrated their team&#8217;s victory with a parade on a major Vienna boulevard, their cars bedecked with flags and passengers hanging out of the windows, or hopping out for some impromptu dancing on the street.</p>
<p> </p>
<p>The sound of chants and blaring horns all but blurred out the sound of police sirens accompanying the convoy but no other altercations were reported.</p>
<p>Ref :: <a href="http://www.bangkokpost.com/euro2008/news_highlighted.php?id=128396">http://www.bangkokpost.com/euro2008/news_highlighted.php?id=128396</a></p>
</div>]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[อังกฤษแพ้คาบ้าน ตกรอบคัดเลือกยูโร 2008]]></title>
<link>http://redhooligan.wordpress.com/2007/11/22/england-crashed-out-to-qualify-for-euro-2008/</link>
<pubDate>Wed, 21 Nov 2007 23:13:14 +0000</pubDate>
<dc:creator>RedHooligan</dc:creator>
<guid>http://redhooligan.wordpress.com/2007/11/22/england-crashed-out-to-qualify-for-euro-2008/</guid>
<description><![CDATA[หลังจากที่ยืมมืออิสราเอลช่วยสอยรัสเซียไป 2-1 ประตูสู่ออสเตรีย-สวิสเซอร์แลนด์ของอังกฤษ เปิดกว้างขึ้นม]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><p>หลังจากที่ยืมมือ<a href="http://redhooligan.wordpress.com/2007/11/18/israel-puts-england-in-pole-position-for-euro-2008/" title="Israel 2-1 Russia" target="_blank">อิสราเอลช่วยสอยรัสเซียไป 2-1</a> ประตูสู่ออสเตรีย-สวิสเซอร์แลนด์ของอังกฤษ เปิดกว้างขึ้นมาทันที เพราะเพียงแค่ยันเสมอโครเอเชียในบ้านได้ ก็จะลอยลำเข้ารอบสุดท้ายยูโร 2008 ในปีหน้าทันทีโดยไม่ต้องรอดูผลคู่รัสเซีย</p>
<p>นัดนี้ สตีฟ แม็คคลาเรน ปรับทีมเยอะพอสมควร ใช้ระบบ 4-5-1 โดยให้สก็อตต์ คาร์สัน ลงเล่นเป็นตัวจริงแทน พอล โรบินสัน กองหลังมี ไมก้าห์ ริชาร์ด, โซล แคมพ์เบลล์, โจลีน เลสคอตต์, เวนย์ บริดจ์ ส่วนกองกลางมี ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, แกเร็ธ แบร์รี่, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, โจ โคล โดยใช้ ปีเตอร์ เคร้าช์ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าเพียงคนเดียว</p>
<p>วันนี้มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้สภาพสนามในนิวเวมบลีย์ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพียงแค่นาทีที่ 9 แฟนบอลอังกฤษก็ช็อกกันทั้งสนาม เมื่อ นิโก้ ครันจ์ชาร์ ยิงไกลจากนอกเขตโทษ คาร์สันกะจังหวะบอลพลาด บอลพุ่งลงพื้นแล้วแฉลบแขนคาร์สันเข้าประตูไป <font color="#ff0000"><strong>โครเอเชียขึ้นนำอังกฤษ 1-0</strong></font> อย่างรวดเร็ว</p>
<p>หลังจากเสียประตูไปอังกฤษก็ทำเกมบุกอย่างหนัก แต่ในขณะที่บุกอยู่เพลินๆ นาทีที่ 14 โครเอเชียได้บอลบุกสวนมาหน้าประตู เอดูอาร์โด้ ดา ซิลวา แทงบอลทะลุแผงกองหลังของอังกฤษให้ อิวิก้า โอลิช หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปแตะบอลหลบคาร์สัน แปเข้าประตูไปอย่างง่ายดาย <font color="#ff0000"><strong>โครเอเชียนำ 2-0</strong></font></p>
<p>หลังจากโดนนำไปถึง 2-0 อังกฤษพยายามตั้งเกมบุก แต่ว่าโครเอเชียลงไปตั้งรับลึกในแดนของตัวเอง แล้วให้กองกลางวิ่งไล่บอลบีบพื้นที่ อังกฤษก็เลยทำอะไรได้ไม่ถนัด <font color="#ff0000"><strong>หมดครึ่งแรกอังกฤษตามหลังอยู่ 0-2</strong></font></p>
<p>เริ่มครึ่งหลังมา แม็คคลาเรนเปลี่ยนตัวทีเดียว 2 คนรวด โดยส่ง เดวิด เบ็คแฮม ลงมาแทน ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ และถอด แกเร็ธ แบร์รี่ออก ส่ง เจอร์เมน เดโฟ ลงมาเป็นกองหน้าเพิ่มอีกคน</p>
<p>พอเบ็คแฮมลงมา และปรับระบบการเล่นเป็น 4-4-2 เกมของอังกฤษเริ่มดูดีขึ้น นาทีที่ 56 โจ โคล เปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ เดโฟถูกกองหลังโครเอเชียดึงล้มลง ผู้ตัดสินให้เป็นลูกจุดโทษ แฟร้งค์ แลมพาร์ด สังหารไม่พลาด <font color="#ff0000"><strong>อังกฤษตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-2</strong></font></p>
<p>นาทีที่ 64 แฟนๆในนิวเวมบลีย์ได้เฮกันลั่นสนาม เมื่อมิดฟิลด์เท้าชั่งทองแผลงฤทธิ์ เดวิด เบ็คแฮม เปิดบอลจากทางขวา บอลลอยข้ามหัวกองหลัง ปีเตอร์ เคร้าช์ ใช้อกพักบอลลงแล้วเอี้ยวตัววอลเลย์เข้าไปตุงตาข่าย <font color="#ff0000"><strong>อังกฤษตีเสมอเป็น 2-2</strong></font> หนทางเข้ารอบสดใสขึ้นมาอีกครั้ง</p>
<p>แต่พอได้ประตูตีเสมอ อังกฤษกลับผ่อนเกมลงดื้อๆ ปล่อยให้โครเอเชียได้เล่นบอลง่ายๆ นาทีที่ 77 แฟนบอลทั้งสนามก็เงียบกริบ เมื่อ มลาเดน เปทริซ ที่พึ่งถูกเปลี่ยนตัวลงมา ยิงไกลจากนอกกรอบ บอลพุ่งผ่านมือคาร์สันเข้าประตูไปอย่างสวยงาม <font color="#ff0000"><strong>โครเอเชียขึ้นนำ 3-2</strong></font></p>
<p>เข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้าย แม็คคลาเรนถอด โจ โคล ออก แล้วส่ง ดาร์เรน เบนท์ ลงมาเป็นกองหน้าเพิ่มอีกคน แล้วก็เกือบตีเสมอได้สำเร็จ แต่ลูกยิงของเบนท์ข้ามคานไปนิดเดียว หลังจากนั้นอังกฤษก็ทำอะไรไม่ได้ ครบ 90 นาที <font color="#ff0000"><strong>โครเอเชียบุกมาอัดอังกฤษคาเวมบลีย์ 3-2</strong></font> กระชากตั๋วยูโรรอบสุดท้ายที่อยู่ในกำมือของอังกฤษแล้วแท้ๆ ไปมอบให้กับรัสเซียที่บุกไปชนะอันดอร์ร่าหวุดหวิด 1-0 หน้าตาเฉย</p>
<p>คงไม่ต้องสงสัยนะครับ ถ้าวันนี้จะมีข่าวชายที่ชื่อแม็คคลาเรนตกงาน</p>
<p>ไม่รู้จะโทษอะไรดี โทษแก๊สโซฮอลละกัน <img src='http://s.wordpress.com/wp-includes/images/smilies/icon_sad.gif' alt=':(' class='wp-smiley' /> </p>
</div>]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[อังกฤษดวงแข็ง]]></title>
<link>http://redhooligan.wordpress.com/2007/11/18/israel-puts-england-in-pole-position-for-euro-2008/</link>
<pubDate>Sun, 18 Nov 2007 13:27:24 +0000</pubDate>
<dc:creator>RedHooligan</dc:creator>
<guid>http://redhooligan.wordpress.com/2007/11/18/israel-puts-england-in-pole-position-for-euro-2008/</guid>
<description><![CDATA[หลังจากที่อังกฤษบุกไปแพ้ต่อรัสเซีย 1-2 เส้นทางการผ่านเข้ารอบสุดท้ายยูโร 2008 แทบจะปิดฉากลงทันที อากา]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><p>หลังจากที่<a href="http://redhooligan.wordpress.com/2007/10/18/euro-2008-russia-england/" title="Russia 2-1 England" target="_blank">อังกฤษบุกไปแพ้ต่อรัสเซีย 1-2</a> เส้นทางการผ่านเข้ารอบสุดท้ายยูโร 2008 แทบจะปิดฉากลงทันที อาการเหมือนสิงโตป่วย ใกล้จะสิ้นลมอยู่รอมร่อ มีเพียงยาวิเศษเท่านั้นที่จะช่วยรักษาชีวิตไว้ได้</p>
<p>ยาวิเศษนั้นก็คือ ต้องให้อิสราเอลไม่แพ้ต่อรัสเซีย หรือถ้าจะให้ดีกว่านั้น ต้องเก็บรัสเซียให้ได้ด้วย</p>
<p>แล้วอิสราเอลก็ไม่ทำให้กองเชียร์อังกฤษต้องผิดหวัง จัดการสอยหมีขาวร่วงไป 2-1 โดยประตูชัยของอิสราเอล ได้มาในช่วงทดเวลาบาดเจ็บอีกต่างหาก สร้างความบอบช้ำให้ กุส ฮิดดิ้งค์ไม่น้อย</p>
<p>สถานการณ์ของอังกฤษตอนนี้ เพียงแค่เปิดเวมบลีย์ ยันเสมอโครเอเชียได้ ก็จะลอยลำเข้ารอบทันที หรือถ้าเกิดผีเข้า เอาชนะโครเอเชียเกิน 2 ประตูขึ้นไป ก็จะเข้ารอบในฐานะที่ 1 ของกลุ่ม E อีกต่างหาก</p>
<p>อะไรมันจะดวงแข็งปานนั้น สตีฟ แม็คคลาเรน</p>
</div>]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[แมนยูขึ้นนำชั่วคราว, เชลซีสะดุด, หงส์คืนฟอร์ม]]></title>
<link>http://redhooligan.wordpress.com/2007/11/12/english-premier-league-week-13/</link>
<pubDate>Mon, 12 Nov 2007 12:13:28 +0000</pubDate>
<dc:creator>RedHooligan</dc:creator>
<guid>http://redhooligan.wordpress.com/2007/11/12/english-premier-league-week-13/</guid>
<description><![CDATA[สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีบอลมันส์ๆให้ดูกันเต็มอิ่มเช่นเคย ในยุคที่ฟุตบอลเป็นธุรกิจเต็มตัว มีผลประโยชน]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><p>สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีบอลมันส์ๆให้ดูกันเต็มอิ่มเช่นเคย ในยุคที่ฟุตบอลเป็นธุรกิจเต็มตัว มีผลประโยชน์มหาศาลจากการถ่ายทอดการแข่งขัน จึงมีการจัดคิวแข่งให้มีช่วงเวลาที่สามารถถ่ายทอดได้เยอะๆ โดนเริ่มตั้งแต่หัวค่ำ ทุ่มกว่าๆ เรื่อยไปจนถึงคู่สุดท้ายประมาณตีสาม ใครที่ติดเคเบิ้ลก็ชมกันเต็มคราบเลย</p>
<p>เกมในวันเสาร์ ลิเวอร์พูลที่พึ่งทำสถิติใหม่ในแชมป์เปี้ยนส์ลีกมา กำลังหึกเหิม แล้วก็เก็บชัยชนะเหนือฟูแล่มไปได้ 2-0</p>
<p>รูปเกมนั้นลิเวอร์พูลเหนือกว่าอย่างเก็นได้ชัด ฟูแล่มใช้การตั้งรับเหนียวแน่น แล้วให้มิดฟิลด์ช่วยไล่บอล แต่ว่าก็สู้มิดฟิลด์ของลิเวอร์พูลไม่ได้ โดนดาหน้าเข้าทำประตูอยู่ฝ่ายเดียว แต่ฟูแล่มก็ต้านไว้ได้ จนกระทั่งท้ายเกมโดนทีเด็ดของตอร์เรสเข้าไป เลยต้องแพ้ไปอย่างน่าเจ็บใจ</p>
<p>มากันที่วันอาทิตย์ เชลซีขนผู้เล่นฟูลทีมพบกับเอฟเวอร์ตัน ที่ได้ทิม เคฮิลล์ หายเจ็บกลับมาช่วยทีม โดยเชลซีนำไปก่อนจากดร็อกบาคนเดิม แล้วก็เร่งเครื่องจะบดเอาประตูที่สองให้ได้ แต่มาเจอลูกยิงทีเด็ดของเคฮิลล์ ที่กระโดดฟาดกลางอากาศเหมือนนักตะกร้อไทยไม่มีผิด บอลเข้าไปตุงตาข่าย คูดิชินี่หมดสิทธิ์เซฟ พอยิงเข้าไป เจ้าหมอนี่ก็วิ่งไปรัวหมัดแบบนักมวยทันที (วันเดียว เล่นไป 3 กีฬา <img src='http://s.wordpress.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> ) จบเกมเชลซีก็เลยเสมอไปแบบน่าเจ็บใจ 1-1</p>
<p>ทางด้านแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขนผู้เล่นชุดใหญ่ต้อนรับการมาเยือนของแบล็กเบิร์น ขาดไปเพียงเวนย์ รูนี่ย์ ที่บาดเจ็บตอนฝึกซ้อม ต้องพักอย่างน้อย 1 เดือน นัดนี้แบล็กเบิร์นใช้จุดเด่นคือความดุดันในแดนกลางเข้ามาบดแมนยู แต่พอเล่นไปได้ซักพัก กลางของแมนยูก็เริ่มคุมเกมได้มากกว่า</p>
<p>แบล็กเบิร์นเกือบได้ประตูขึ้นนำแมนยูไปก่อน แต่ลูกยิงของแซมบ้า ชนสามเหลี่ยมไปเต็มๆ พอไๆม่ได้ประตูขึ้นนำ แบล็กเบิร์นก็โดนสำเร็จโทษโดยโรนัลโด้ ที่โหม่งลูกเตะมุมเข้าไป ถัดมาแค่นาทีเดียว โรนัลโด้ก็บวกลูกที่สองให้แมนยูนำห่างเป็น 2-0</p>
<p>แบล็กเบิร์นพยายามทวงประตูคืนแต่สถานการณ์ก็แย่หนักเข้าไปอีก เมื่อเดวิด ดันน์ มาโดนใบเหลืองที่สอง แบล็กเบิร์นที่เหลือ 10 คนเลยสู้แมนยูไม่ไหว จบเกมแมนยูชนะไป 2-0  ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงชั่วคราว แต้มนำอาเซนอลอยู่ 3 แต็ม แต่แข่งมากกว่าถึง 2 นัด</p>
<p>คืนนี้อาเซนอลจะไปเยือนเรดดิ้ง ถ้าชนะห่าง 2 ลูก อาเซนอลจะกลับมานำเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง</p>
</div>]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[อาเซนอล-แมนยู กินกันไม่ลง]]></title>
<link>http://redhooligan.wordpress.com/2007/11/05/english-premier-league-week-12-arsenal-vs-manchester-united/</link>
<pubDate>Mon, 05 Nov 2007 13:45:16 +0000</pubDate>
<dc:creator>RedHooligan</dc:creator>
<guid>http://redhooligan.wordpress.com/2007/11/05/english-premier-league-week-12-arsenal-vs-manchester-united/</guid>
<description><![CDATA[ผ่านไปแล้วครับ กับฟุตบอลคู่หยุดโลกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อาเซนอลเปิดบ้านเจ๊ากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><p>ผ่านไปแล้วครับ กับฟุตบอลคู่หยุดโลกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อาเซนอลเปิดบ้านเจ๊ากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปแบบสนุก 2-2</p>
<p>อาเซนอลเป็นฝ่ายครองเกมบุกเข้าหาแมนยู ต่อบอล ทำชิ่ง นักเตะทุกคนเคลื่อนไหวหาพื้นที่ตลอดเวลา จ่ายบอลสั้นๆ เล่นบอลกับพื้น บอลถูกถ่ายจากเท้าสู่เท้า เมื่อจ่ายบอลออกจากตัวไปแล้ว ก็วิ่งหาช่องเพื่อที่จะไปรับบอลจากเพื่อน เรียกได้ว่าเป็นศิลปะเลยครับ ดูแล้วเนียนตามาก</p>
<p>ส่วนแมนยูก็ลงไปตั้งรับคุมโซนอยู่หน้ากรอบเขตโทษ แนวรับเล่นอย่างรัดกุม คุมพื้นที่ของตัวเองอย่างเหนียวแน่น กองกลางไล่บอล บีบพื้นที่ ไม่ให้อาเซนอลจ่ายบอลได้สะดวก แล้วคอยอาศัยความจัดจ้านของแนวรุก รูนี่ย์-เตเวซ-โรนัลโด้ ใช้เกมโต้กลับทะลุทะลวงเข้าทำประตู</p>
<p>2 ประตูที่ได้มาของแมนยู แสดงให้เห็นถึงความเฉียบคม โอกาสมีไม่มาก แต่เมื่อมีโอกาสแล้ว สามารถเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้</p>
<p>2 ประตูที่ได้มาของอาเซนอล มาจากความมุ่งมั่น ไม่ยอมแพ้ ทีมเวิร์กอันยอดเยี่ยมกดดันให้แนวรับแมนยูที่อาวุโสกว่าสติแตก เสียประตูตีเสมอถึง 2 ครั้ง 2 ครา</p>
<p>จุดอ่อนของอาเซนอลคือผู้รักษาประตู อัลมูเนียแสดงความตื่นเต้นให้เห็นอยู่หลายจังหวะ ประตูที่ 2 ที่เสียก็มาจากการตัดสินใจที่ไม่เด็ดขาดของเค้า</p>
<p>จุดอ่อนของแมนยูก็คือสมาธิ ช่วง 2 นาทีที่ทดเวลาบาดเจ็บ และทีมนำอยู่ 2-1 ชัยชนะอยู่ในมือเรียบร้อยแล้ว แต่สุดท้ายเสียสมาธิในเกม ปล่อยแต้มหลุดจากมือไป 2 แต้ม</p>
<p>สรุปแล้ว กินกันไม่ลงจริงๆครับ</p>
<p>ทั้ง 2 ทีม มีจุดเด่นที่คู่ต่อสู้ต่างยำเกรง แต่ก็ยังมีจุดอ่อนที่เห็นได้ชัดอยู่</p>
<p>12 เมษายน 2551 อาเซนอลจะต้องเป็นฝ่ายบุกไปเยือนแมนยูที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดบ้าง ถึงวันนั้นถ้าทั้งคู่ยังสามารถคงความสม่ำเสมอไว้ได้อยู่ มันจะเป็นเกมตัดสินแชมป์ระดับ 6 ดาวเลยทีเดียวครับ</p>
</div>]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[เชลซีจมเรือใบครึ่งโหล, แมนยู 4-1, หงส์ปืน 1-1]]></title>
<link>http://redhooligan.wordpress.com/2007/10/30/english-premier-league-week-11/</link>
<pubDate>Tue, 30 Oct 2007 15:48:35 +0000</pubDate>
<dc:creator>RedHooligan</dc:creator>
<guid>http://redhooligan.wordpress.com/2007/10/30/english-premier-league-week-11/</guid>
<description><![CDATA[พรีเมียร์ลีกอาทิตย์ที่ผ่านมาถือว่าเป็นอาทิตย์ที่สนุกมากอาทิตย์นึงเลยครับ เชลซีในยุคของอัฟราม แกรนท์ ]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><p>พรีเมียร์ลีกอาทิตย์ที่ผ่านมาถือว่าเป็นอาทิตย์ที่สนุกมากอาทิตย์นึงเลยครับ</p>
<p>เชลซีในยุคของอัฟราม แกรนท์ โดยมี เฮงค์ เทน ทาท เป็นผู้ช่วย เริ่มเล่นเกมรุกเอนเตอร์เทน ในแบบที่อับบราโมวิชอยากเห็นแล้ว โดยถล่มแมนเชสเตอร์ซิตี้ไปถึง 6-0 เล่นเอาอดีตนายกที่ไปนั่งชมเกมนี้ด้วยทำหน้าบอกบุญไม่รับเลยทีเดียว</p>
<p>ทางด้านแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ไม่น้อยหน้า ถึงแม้ช่วงต้นเกมจะทำเอากองเชียร์นั่งไม่ติดก็ตาม แต่ด้วยการประสานงานของคู่กองหน้า ที่ตอนนี้ยกให้เป็นคู่กองหน้าอันดับหนึ่งของลีก ทำให้เอาชนะเดอะ โบ่โร่ ที่เคยเป็นของแสลงของแมนยูไปได้ 4-1 (ขอบอกว่าเตฟ-รูน สุดยอดจริงๆครับ)</p>
<p>มาถึงคู่บิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ ลิเวอร์พูลพบกับอาเซนอล จบเกมเสมอกันไป 1-1 แต่ว่ารูปเกมที่ออกมานั้น ผมว่าลิเวอร์พูลน่าจะแพ้ไปซัก 3-1 หลังจากที่ได้ประตูขึ้นนำจากเจอร์ราดแล้ว เกมของลิเวอร์พูลสู้อาเซนอลไม่ได้เลย โดนเด็กๆของเวนเกอร์ทำเกมรุกอยู่ข้างเดียว ส่วนลิเวอร์พูลต้องเป็นฝ่ายไล่บอลอย่างเดียว พอตัดบอลมาได้ เกมสวนกลับก็โดนอาเซนอลดักไว้ได้หมด ทำอะไรไม่ได้เลย</p>
<p>หลังจบเกมนี้ ลิเวอร์พูลบาดเจ็บอย่างหนัก ตอร์เรสและอลองโซ่ที่พึ่งหายกลับมาลงเล่นก็เกิดบาดเจ็บซ้ำขึ้นมาอีก แล้วมาสเคราโน่ก็บาดเจ็บเพิ่มขึ้นมาอีกคน</p>
<p>ปีนี้ใครเชียร์หงส์ก็ลุ้นกันเหนื่อยหน่อยครับ ผลงานทั้งในลีกและยุโรปย่ำแย่พอกันทั้งคู่</p>
</div>]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[หงส์จิกท็อฟฟี่, สิงห์-ปืน กินนิ่ม, ผีดุ]]></title>
<link>http://redhooligan.wordpress.com/2007/10/21/english-premier-league-week-10/</link>
<pubDate>Sun, 21 Oct 2007 13:50:04 +0000</pubDate>
<dc:creator>RedHooligan</dc:creator>
<guid>http://redhooligan.wordpress.com/2007/10/21/english-premier-league-week-10/</guid>
<description><![CDATA[สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาบรรดา 4 ทีมยักษ์ใหญ่ของอังกฤษต่างเก็บชัยชนะไปได้รวด เริ่มมาคู่แรกเป็นเมอร์ซีย์ไซด]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><p>สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาบรรดา 4 ทีมยักษ์ใหญ่ของอังกฤษต่างเก็บชัยชนะไปได้รวด</p>
<p>เริ่มมาคู่แรกเป็นเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ลิเวอร์พูลมีนักเตะติดทีมชาติเยอะ อาจเสียเปรียบเอฟเวอร์ตันนิดหน่อยตรงที่ความสด รูปเกมก็เล่นได้สนุกสมกับที่เป็นดาร์บี้แมตช์ เอฟเวอร์ตันที่ได้เสียงเชียร์ของแฟนๆก็สู้ได้สนุกมากๆ ดูแล้ว เกมนี้สูสีกันมาก สมควรที่จะแบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม แต่ว่าโชคชะตาเล่นตลก 2 ใบแดง และ 2 จุดโทษ ทำให้เดอะค็อปได้เฮไป ผมไม่อยากวิจารณ์ว่าเหตุการณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นในเกมนี้ ผิดถูกอย่างไร แต่ในฐานะผู้ที่เสพติดฟุตบอลคนนึง เกมนี้ถือว่าเป็นเกมที่ Classic เกมนึงเลยทีเดียว</p>
<p>การตัดสินใจพุ่งเซฟประตูอย่างสุดสวยของ ฟิล เนวิลล์ นั้น หลายคนอาจคิดว่าไม่น่าทำ แต่ผมกลับมองว่า นี่แหละคือความเป็น Professional ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่น้อยนิด ถ้าเสียประตูนี้ไป คงยากที่จะกลับมาได้อีกแล้ว ถ้าไม่ทำอะไรซักอย่างบอลมันก็จะลอยเข้าประตูไป แต่ถ้าปัดก็เป็นลูกโทษ และคงต้องสังเวยการกระทำนี้ด้วยใบแดงแน่ๆ คิดๆดูแล้ว โดนใบแดงซะตอนนี้ทีมก็ไม่เสียเปรียบอะไรมาก เพราะมันใกล้จะหมดเวลาอยู่แล้ว อย่างน้อยๆก็ยังได้ลุ้นอีกเฮือก ว่าผู้รักษาประตูจะเซฟจุดโทษได้รึเปล่า แต่สุดท้าย การเดิมพันของฟิล ก็ถูกเจ้ามือกินเรียบ <img src='http://s.wordpress.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> </p>
<p>คู่ 3 ทุ่ม ทั้งอาเซนอลและเชลซี ต่างก็ชนะด้วยสกอร์ 2-0 ทั้งคู่</p>
<p>อาเซนอลเกมเหนือกว่าเยอะ แต่กว่าจะต้อนเอาประตูได้ ก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน แต่ก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงของทีมที่ได้ชื่อว่า เป็นทีมที่มีนักเตะเยาวชนที่ดีที่สุดในยุโรป เก็บชัยชนะ นั่งจ่าฝูงต่อไป</p>
<p>ส่วนเชลซีในยุคอาฟรัม แกรนท์ ฟอร์มเริ่มดีวันดีคืน ถึงแม้จะมีเรื่องยุ่งๆในค่าย แต่นักเตะมีความเป็นมีอาชีพสูง ตัดเรื่องส่วนตัวและทีมออกจากกัน เก็บชัยชนะได้อีกครั้ง</p>
<p>คู่สุดท้ายของวัน แมนยูไปเยือนอัสตัน วิลล่า เกมนี้เราได้เห็นการประสานงานอันสุดยอดของคู่ศูนย์หน้า รูน-เตฟ ที่ตอนนี้เริ่มจูนกันติดแล้ว เลยสอนบอลให้วิลล่าไปเบาะๆ 4-1 แต่ละประตูเป็นการเข้าทำที่สวยงามทั้งนั้น</p>
</div>]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[อังกฤษจะตกรอบคัดเลือกยูโร 2008 ?]]></title>
<link>http://redhooligan.wordpress.com/2007/10/18/euro-2008-russia-england/</link>
<pubDate>Thu, 18 Oct 2007 00:39:16 +0000</pubDate>
<dc:creator>RedHooligan</dc:creator>
<guid>http://redhooligan.wordpress.com/2007/10/18/euro-2008-russia-england/</guid>
<description><![CDATA[ฟุตบอลยูโร 2008 รอบคัดเลือก นัดรองสุดท้ายของทีมชาติอังกฤษ บุกไปแพ้รัสเซีย 1-2 โอกาสตกรอบมีมากกว่า 80]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><p>ฟุตบอลยูโร 2008 รอบคัดเลือก นัดรองสุดท้ายของทีมชาติอังกฤษ บุกไปแพ้รัสเซีย 1-2 โอกาสตกรอบมีมากกว่า 80%</p>
<p>ตอนนี้นอกจากนัดสุดท้ายที่จะเจอกับโครเอเชียต้องชนะให้ได้สถานเดียวเท่านั้นแล้ว ยังต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจอีกด้วย โดยต้องลุ้นให้รัสเซีย หรือ โครเอเชีย เป็นฝ่ายแป๊กไปเอง</p>
<p>จริงๆเกมนี้อังกฤษเล่นดีใช้ได้เลย ในช่วงครึ่งแรก ปล่อยให้รัสเซียได้ครองบอล แต่ตั้งรับเหนียวแน่น แล้วรอสวนกลับ</p>
<p>อังกฤษได้ประตูขึ้นนำจากการประสานงานของคู่กองหน้า โดยเป็นรูนี่ย์ที่วอลเลย์สุดสวยเข้าประตูไป</p>
<p>แต่ก็เป็นรูนี่ย์ที่ไปทำเสียจุดโทษ ให้รัสเซียไล่มา 1-1 เท่ากัน</p>
<p>มาถึงตรงนี้ ยังไงๆอังกฤษก็ยังได้เปรียบ เพราะเป็นเป้าหมายตั้งแต่แรกอยู่แล้วที่จะมาแบ่งแต้มกลับบ้านไป</p>
<p>แต่สตีฟ แมคคลาเรน ยังคงใช้แทคติกเดิมๆต่อไป ตั้งรับแล้วปล่อยให้รัสเซียได้ครองบอลบุก (ขนาดรูนี่ย์ยังต้องลงมาไล่บอลถึงในกรอบเขตโทษ) จนกระทั่งอังกฤษทานความกดดันไม่ไหว เสียประตูที่ 2 ไปจนได้</p>
<p>หลังจากนั้นแมคคลาเรนก็เปลี่ยนตัวทีเดียว 3 คนรวด โดยเล่นระบบ 3-4-3 ซึ่งผมไม่รู้ว่าได้มีการซ้อมกันมารึป่าว ทั้งการยืนตำแหน่ง รูปแบบการเล่นทั้งเกมรุกและเกมรับ ดูมั่วกันไปหมด วิ่งซ้อนไลน์กันเองบ่อยมาก ตั้งหน้าตั้งตาจะเอาประตูคืน แต่ว่ารนกันไปเอง อีกทั้งนักเตะรัสเซียเล่นเกมเพรสซิ่งได้ดีอีกด้วย</p>
<p>สุดท้ายอังกฤษก็ต้องพ่ายแพ้ไป</p>
<p>เกมนี้อังกฤษมาเยือนด้วยความได้เปรียบหลายอย่าง ทั้งชื่อชั้นของนักเตะ แต้มที่นำอยู่ แถมยังเคยเปิดเวมบลีย์อัดรัสเซียมาแล้วถึง 3-0</p>
<p>ส่วนรัสเซียได้เปรียบที่ใช้สนามหญ้าเทียมที่ฝึกซ้อมกันมาจนชินแล้ว บวกกับเสียงเชียร์ของแฟนบอลเจ้าถิ่น ดูๆแล้วก็หักลบกับข้อได้เปรียบของทางอังกฤษไปพอดี</p>
<p>แต่สิ่งที่ตัดสินเกมนี้และทำให้อังกฤษต้องเสี่ยงกับการที่จะตกรอบคัดเลือก ก็คือ <font color="#ff0000"><strong>สตีฟ แมคคลาเรน มีกึ๋นน้อยกว่า กุส ฮิดดิ้งค์</strong></font> นั่นเองครับ</p>
</div>]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[ยูโร 2008 รอบคัดเลือก]]></title>
<link>http://redhooligan.wordpress.com/2007/10/15/euro-2008-england-estonia/</link>
<pubDate>Mon, 15 Oct 2007 01:09:39 +0000</pubDate>
<dc:creator>RedHooligan</dc:creator>
<guid>http://redhooligan.wordpress.com/2007/10/15/euro-2008-england-estonia/</guid>
<description><![CDATA[ช่วงนี้ลีกดังๆในยุโรปหลีกทางให้กับฟุตบอลยูโร 2008 รอบคัดเลือก วันเสาร์ผมนั่งดูไปทั้งหมด 3 คู่ เต็มอิ]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><p>ช่วงนี้ลีกดังๆในยุโรปหลีกทางให้กับ<a href="http://www.uefa.com/competitions/euro/index.html" title="Euro 2008" target="_blank">ฟุตบอลยูโร 2008 รอบคัดเลือก</a></p>
<p>วันเสาร์ผมนั่งดูไปทั้งหมด 3 คู่ เต็มอิ่มกันเลยทีเดียว</p>
<p><strong>อังกฤษ 3-0 เอสโตเนีย</strong> อังกฤษเอาชนะไปสบายๆ ได้เล่นในบ้านด้วย แต่รูปเกมไม่ดีเลย ถ้าเจอกับทีมที่ชื่อชั้นดีกว่านี้ อาจแพ้คาบ้านไปแล้ว เกมรุกขาดจินตนาการในการเข้าทำประตูอย่างแรง ผมดูอังกฤษในยุค สตีฟ แมคคลาเรน แล้ว พูดได้คำเดียวครับ น่าเบื่อ <img src='http://s.wordpress.com/wp-includes/images/smilies/icon_sad.gif' alt=':(' class='wp-smiley' /> </p>
<p><strong>อาเซอร์ไบจัน 0-2 โปรตุเกส</strong> เกมสนุกครับ โปรตุเกสต้อนอยู่ข้างเดียว นานๆอาเซอร์ไบจันจะได้สวนกลับบ้าง แต่ก็ทำอะไรโปรตุเกสไม่ได้ จริงๆสกอร์น่าจะขาดกว่านี้ ถ้าพวกกองกลางของโปรตุเกสเล่นกันเป็นทีมมากกว่านี้ ทั้งทีมมีแต่พวกขี้เลี้ยงครับ ลีลาสวยงาม แต่ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ โรนัลโด้ กับ กวาเรสม่า นี่ตัวดีเลย เลี้ยงกระจุย เพื่อนยืนโล่งๆไม่ยอมจ่าย แต่ฝืนไปทางแคบ แล้วก็โดนดักได้</p>
<p>คู่สุดท้ายรอบดึก ตอนแรกว่าจะไม่ดูแล้ว แต่ก็นั่งดูต่อจนได้</p>
<p><strong>เดนมาร์ก 1-3 สเปน</strong> ตอนแรกที่เห็นการจัดตัวของสเปน ดูๆแล้วคงเน้นปลอดภัยไว้ก่อน ใช้ราอูล ตามูโด้ ยืนเป็นหน้าเป้าตัวเดียว แล้วอัดกองกลางลงไปถึง 5 คนด้วยกัน รูปเกมส่วนใหญ่เดนมาร์กครองบอลได้เยอะกว่า โอกาสยิงก็เยอะกว่าสเปน แต่ว่าสเปนเฉียบคมกว่า ยิงเข้ากรอบ 4 ครั้ง ได้ 3 ประตู ส่วนเดนมาร์กใช้โอกาสเปลืองมาก ยิงทั้งหมด 13 ครั้ง เข้ากรอบแค่ 2 ครั้ง สมควรแพ้มั้ยล่ะนั่น</p>
<p>ยูโร 2008 จะกลับมาเตะอีกครั้งในวันพุธที่ 17 ตุลา ไฮไลท์อยู่ที่การแย่งกันเข้ารอบของอังกฤษและรัสเซียครับ</p>
</div>]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[Premier League Week 9]]></title>
<link>http://redhooligan.wordpress.com/2007/10/09/english-premier-league-week-9/</link>
<pubDate>Mon, 08 Oct 2007 17:01:05 +0000</pubDate>
<dc:creator>RedHooligan</dc:creator>
<guid>http://redhooligan.wordpress.com/2007/10/09/english-premier-league-week-9/</guid>
<description><![CDATA[สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นเกมที่ 9 ของพรีเมียร์ลีก 2007-2008 (มี 6 ทีม ที่พึ่งแข่งไป 8 นัด) จ่าฝูงยังคง]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><p>สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นเกมที่ 9 ของ<a href="http://www.premierleague.com/" title="Premierleague.com" target="_blank">พรีเมียร์ลีก 2007-2008</a> (มี 6 ทีม ที่พึ่งแข่งไป 8 นัด) จ่าฝูงยังคงเป็นเป็นอาเซนอลเหมือนเดิม นำแมนยูอยู่ 2 แต้ม แถมยังแข่งน้อยกว่าอีก 1 นัด โดยเกมที่ 10 จะกลับมาเตะกันอีกครั้งก็วันที่ 20 ตุลา นู่นเลย เพราะต้องเบรกให้กับทีมชาติ</p>
<p>ต้องขอชมเชยเด็กๆของอาเซนอลชุดนี้จริงๆ ถ้าเล่นได้อย่างนี้ไปเรื่อยๆก็แชมป์แน่ๆ แต่ฤดูกาลยังอีกยาวไกล แชมป์ลีกต้องวัดกันที่ความคงเส้นคงวา ประมาทไม่ได้เลยกับความเคี่ยวของแมนยู และ เชลซี ที่นักเตะมีประสบการณ์สูงกว่ามาก</p>
<p>ที่น่าเป็นห่วงเห็นจะมีอยู่ 2 ทีม คือ ลิเวอร์พูล และ สเปอร์ (สัตว์ปีกทั้งคู่)</p>
<p>สเปอร์นั้น มีบุญแต่กรรมบัง จ่อจะชนะอย่างนี้มาหลายนัดแล้ว แต่ก็มีเหตุให้ชัยชนะต้องหลุดมืออยู่ทุกครั้งไป ไม่ต้องโทษใครอื่น แนวรับเปื่อยยุ่ยมากๆ แล้วผู้รักษาประตูอย่าง พอล โรบินสัน ก็ดันมาเฟอะฟะได้ถูกเวลาอีก กองหน้ายิงไปเท่าไหร่ กองหลังเสียคืนเท่านั้น งานนี้สงสัยมาร์ติน โยล จะไม่รอดแน่ๆ</p>
<p>ส่วนลิเวอร์พูล ถึงแม้อันดับในตารางจะยังไม่น่าเกลียด แต่ว่าเดอะค็อปไม่ปลื้ม ช่วงหลังๆเอาอีกแล้ว หงษ์แถวบ้านผมเริ่มบ่นเรื่องโรเตชั่นอีกแล้ว ฮ่าๆ ไม่รู้ว่าเสียงบ่นเดอะค็อปเมืองไทย จะไปเข้าหูราฟามั่งมั้ยเนี่ย <img src='http://s.wordpress.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> </p>
</div>]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[มาร์ติน โยล อยู่หรือไป?]]></title>
<link>http://redhooligan.wordpress.com/2007/10/02/english-premier-league-week-8/</link>
<pubDate>Mon, 01 Oct 2007 22:25:19 +0000</pubDate>
<dc:creator>RedHooligan</dc:creator>
<guid>http://redhooligan.wordpress.com/2007/10/02/english-premier-league-week-8/</guid>
<description><![CDATA[สัปดาห์นี้ ไฮไลท์ส่วนตัวของผม อยู่ที่คู่มันเดย์ไนท์ระหว่าง ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ กับ อัสตัน วิลล่า หลัง]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><p>สัปดาห์นี้ ไฮไลท์ส่วนตัวของผม อยู่ที่คู่มันเดย์ไนท์ระหว่าง <a href="http://www.tottenhamhotspur.com/" title="Tottenham Hotspur" target="_blank">ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์</a> กับ อัสตัน วิลล่า</p>
<p>หลังจากที่มูรินโญ่ เป็นกุนซือคนแรก ที่โดนเด้งจากพรีเมียร์ลีกอย่างไม่ได้คาดฝันแล้ว คนที่เก้าอี้ร้อนที่สุดในเวลานี้ เห็นจะไม่พ้น <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Martin_Jol" title="Martin Jol" target="_blank">มาร์ติน โยล</a></p>
<p>เกมนี้ถ้าสเปอร์แพ้ โยลก็เตรียมเก็บข้าวของออกจากลอนดอนได้เลย</p>
<p>สเปอร์ออกนำก่อนจาก ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ เกมทำท่าจะดี สีหน้าของโยลเริ่มมีรอยยิ้มได้ไม่ทันไร 3 นาทีต่อมา พอล โรบินสัน ออกมาตัดบอลแล้วลูกหลุดมือ ไปเข้าเท้าของ มาร์ติน เลาร์เซ่น กดตุงตาข่าย ตีเสมอเป็น 1-1</p>
<p>แล้วเลาร์เซ่นคนเดิมก็โหม่งลูกส้มหล่น ให้วิลล่านำ 2-1 แล้วก่อนหมดครึ่งแรก 5 นาที กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ ก็ยิงให้วิลล่านำไปก่อนในครึ่งแรก 3-1</p>
<p>คงไม่ต้องบอกนะครับ ว่าสีหน้ามาร์ติน โยล เป็นยังไง (ฮา)</p>
<p>ครึ่งหลังสเปอร์ก็ยังไม่ฟื้น โดน เคร็ก การ์ดเนอร์ กดฟรีคิกเข้าไปอีก สเปอร์ตามหลัง 1-4 ถึงตอนนี้ กล้องจับภาพระหว่างมาร์ติน โยล กับ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Daniel_Levy_%28Tottenham_Hotspur%29" title="Daniel Levy" target="_blank">แดเนียล เลวี่</a> ประธานสโมสร สลับกันไปมา ผู้บรรยายภาษาอังกฤษก็ไม่สนใจจะพากย์บอลแล้วครับ พูดถึงแต่อนาคตของโยล ว่าแกจะไปทำงานอะไรต่อไป (ฮาอีกแล้ว)</p>
<p>แต่ว่าลูกทีมยังสู้ครับ ทุกคนยังรักมาร์ติน โยล อยู่ ตั้งเกมบุกแหลก แล้วก็มาตีคืนเป็น 2-4 จาก ปาสกาล ชิมบงด้า</p>
<p>เหลืออีก 10 นาทีจะหมดเวลา วิลล่าก็ลงไปตั้งรับกันทั้งทีมแล้ว นำอยู่ 2 ลูก ดูแล้ว ยังไงๆ 3 แต้มก็ไม่น่าจะหลุดมือ พร้อมกับส่งโยล ไปหางานใหม่</p>
<p>แต่เกมนี้ มาร์ติน โอนีล เปลี่ยนตัวได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ มาร์ลอน แฮร์วู้ด ที่พึ่งเปลี่ยนตัวลงมา ไปเตะใส่ ดาร์เรน เบนท์ ในเขตโทษดื้อๆ เลยโดน ร็อบบี้ คีน ยิงจุดโทษไล่มาเป็น 3-4</p>
<p>วิลล่าตั้งรับเต็มตัว ทำท่าจะเก็บ 3 แต้มได้อยู่แล้วเชียว แต่มาโดนทีเด็ดของ ยูเนส กาบูล กดเต็มหลังเท้า บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยม ตีเสมอในนาทีสุดท้ายของการทดเวลาบาดเจ็บ ช่วยให้สเปอร์รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ในวันที่สโมสรก่อตั้งครบ 125 ปี ไปได้อย่างหวุดหวิด เสมอกันไปสุดมันส์ 4-4</p>
<p>ไม่รู้ว่าแดเนียล เลวี ประธานสโมสรจะคิดยังไง สเปอร์ใช้เงินซื้อนักเตะไปไม่ใช่น้อยๆ แต่ตอนนี้ อยู่อันดับที่ 3 จากท้ายตาราง</p>
<p>ถ้ามองในแง่ของการลงทุนแล้ว Return on Investment ถือว่าห่วยแตกเลยล่ะครับ</p>
</div>]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[เมื่อไม่มีมูรินโญ่]]></title>
<link>http://redhooligan.wordpress.com/2007/09/25/english-premier-league-week-7/</link>
<pubDate>Mon, 24 Sep 2007 20:17:02 +0000</pubDate>
<dc:creator>RedHooligan</dc:creator>
<guid>http://redhooligan.wordpress.com/2007/09/25/english-premier-league-week-7/</guid>
<description><![CDATA[บิ๊กแมตช์ของสัปดาห์ แมนยูเปิดบ้านชนะเชลซีไป 2-0 เชลซียุคที่ไม่มีมูรินโญ่ ทั้งๆที่นักเตะชุดเดียวกัน จ]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><p>บิ๊กแมตช์ของสัปดาห์ <a href="http://www.manutd.com" title="Manchester United" target="_blank">แมนย</a>ูเปิดบ้านชนะ<a href="http://www.chelseafc.com/" title="Chelsea Football Club" target="_blank"></a><a href="http://www.chelseafc.com/" title="Chelsea FC" target="_blank">เชลซี</a>ไป 2-0</p>
<p>เชลซียุคที่ไม่มี<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Jos%C3%A9_Mourinho" title="Jose Mourinho" target="_blank">มูรินโญ่</a> ทั้งๆที่นักเตะชุดเดียวกัน จัดระบบเดียวกันลงเล่น แต่เห็นได้ชัดเจนเลยว่า ขาดศูนย์รวมจิตใจของทีมอย่างมูรินโญ่ไปแล้ว นักเตะแต่ละคนเล่นไม่ดุดันเหมือนเก่า ขาดพลังในการกดดันคู่ต่อสู้ เกมเพรสซิ่งก็ทำได้ไม่ดุดัน พูดง่ายๆว่า ขาดจิตวิญญานที่มูรินโญ่ได้เคยปลูกฝังไว้กับทีมไป</p>
<p>ผมนั่งดูเกมตลอด 90 นาที ถามว่าแมนยูเล่นดีรึเปล่าเมื่อเทียบกับสกอร์ที่ออกมา 2-0 ในฐานะแฟนแมนยูคนนึงบอกได้เลยว่า ยังไม่ดีพอที่จะชนะเชลซีถึง 2-0</p>
<p>เกมนี้เหมือนถูกเขียนสคริปต์มายังไงยังงั้น จะว่าไปก็เหมือนละครฉากนึง</p>
<p>จอห์น เทอร์รี่ ต้องนำลูกทีมมาเจอกับคู่แข่งอย่างแมนยู ในยามที่ทีมกำลังมีผลงานย่ำแย่ และไร้ชายที่ชื่อมูรินโญ่</p>
<p>จอห์น โอบิ มิเกล กบฏในสายตาของสาวกแมนยูหลายคน เข้าเสียบหนัก เจอใบแดง เมื่อเกมผ่านไปได้เพียงครึ่งชั่วโมงกว่าๆ</p>
<p>กรรมการทดเวลาบาดเจ็บในครึ่งแรก 2 นาที แต่แมนยูได้ประตูในช่วงที่ทดเวลาไปแล้ว 3 นาที</p>
<p>แมนยูได้ลูกที่ 2 จากลูกจุดโทษ</p>
<p>ช่างเหมือนละครน้ำเน่าของบางประเทศซะจริงๆเลย อะไรมันจะลงล็อกได้ขนาดนี้</p>
<p>ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่า เชลซีจะรวมกันติดได้เมื่อไหร่ ยังไงเสีย The Show Must Go สะออน ครับ <img src='http://s.wordpress.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> </p>
<p>P.S. ส่วนตัวผม วันนี้แมนยูก็เล่นดีนะ ถือว่าทำได้ตามมาตรฐาน แต่อยากรู้จังว่า ถ้าเจอกับมูรินโญ่ ผลจะออกมาเป็นยังไง</p>
</div>]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[Spirit of Football]]></title>
<link>http://redhooligan.wordpress.com/2007/09/20/spirit-of-football/</link>
<pubDate>Thu, 20 Sep 2007 14:46:24 +0000</pubDate>
<dc:creator>RedHooligan</dc:creator>
<guid>http://redhooligan.wordpress.com/2007/09/20/spirit-of-football/</guid>
<description><![CDATA[หลังจบเกม UCL รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรกของฤดูกาล แมนยูบุกไปเฉือนชนะสปอร์ตติ้ง ลิสบอน 1-0 จากประตูโทนของ คร]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><p> หลังจบเกม UCL รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรกของฤดูกาล แมนยูบุกไปเฉือนชนะสปอร์ตติ้ง ลิสบอน 1-0 จากประตูโทนของ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Cristiano_Ronaldo" title="Cristiano Ronaldo" target="_blank">คริสเตียโน่ โรนัลโด้</a> ในนาทีที่ 62</p>
<p>สิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจก็คือ หลังจากยิงประตูได้แล้ว โรนัลโด้ไม่ออกท่าทางดีใจอะไรมากมาย นั่นก็เพราะว่า เค้ายิงประตูทีมเก่าของเค้านั่นเอง<br />
โรนัลโด้วิ่งไปยกมือไหว้กองเชียร์ของสปอร์ตติ้ง แล้วก็ยังยกมือขอโทษอยู่อีกหลายครั้ง</p>
<p>ส่วนมากที่ผมดูบอลมา หลายๆครั้งที่นักเตะที่ย้ายทีมไปแล้ว กลับมายิงทีมเก่าของตัวเอง ถึงแม้จะไม่แสดงอาการมาก ก็ยังโดนโห่ แต่ว่าแฟนบอลของสปอร์ตติ้ง ลิสบอน น่ารักมาก นอกจากจะไม่โห่แล้ว บางคนยังลุกขึ้นยืนปรบมือให้อีก</p>
<p>ตอนที่โรนัลโด้ถูกเปลี่ยนตัวออก ไม่ว่าจะเป็นแฟนแมนยู หรือแฟนลิสบอน ต่างปรบมือให้กับโรนัลโด้ทั้งสนาม<br />
หลังจบเกม โรนัลโด้เข้าไปทักทายกับเพื่อนเก่า และสตาฟฟ์โค้ช ที่เคยฟูมฟักเค้ามาสมัยยังเป็นนักเตะเยาวชนของทีม ไปทักทายแฟนบอลรอบๆสนาม แฟนบอลก็ปรบมือให้</p>
<p>นอกจากชัยชนะของแมนยูแล้ว อีกสิ่งหนึงที่ทำให้ผมประทับใจมากๆ ก็คือสปิริตของกีฬาฟุตบอลนั่นเองครับ <img src='http://s.wordpress.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> </p>
</div>]]></content:encoded>
</item>

</channel>
</rss>
