<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="wordpress.com" -->
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	>

<channel>
	<title>andy-on &amp;laquo; WordPress.com Tag Feed</title>
	<link>http://en.wordpress.com/tag/andy-on/</link>
	<description>Feed of posts on WordPress.com tagged "andy-on"</description>
	<pubDate>Sun, 06 Dec 2009 09:16:47 +0000</pubDate>

	<generator>http://en.wordpress.com/tags/</generator>
	<language>en</language>

<item>
<title><![CDATA[True Legend - Trailer for kick ass old school martial arts film]]></title>
<link>http://liveforfilms.wordpress.com/2009/10/21/true-legend-trailer-for-kick-ass-old-school-martial-arts-film/</link>
<pubDate>Tue, 20 Oct 2009 23:20:52 +0000</pubDate>
<dc:creator>liveforfilms</dc:creator>
<guid>http://liveforfilms.wordpress.com/2009/10/21/true-legend-trailer-for-kick-ass-old-school-martial-arts-film/</guid>
<description><![CDATA[Su is a wealthy man living during the Qing Dynasty who loses his fortune and reputation as a result ]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><p>Su is a wealthy man living during the Qing Dynasty who loses his fortune and reputation as a result of a conspiracy against him. After being forced onto the streets, Su dedicates his life to martial arts and reemerges as a patriotic hero known as the &#8216;King of Beggars&#8217;.<br />
<span style='text-align:center; display: block;'><object width='425' height='350'><param name='movie' value='http://www.youtube.com/v/eDrkh8iya5A&#038;rel=1&#038;fs=1&#038;showsearch=0&#038;hd=0' /><param name='allowfullscreen' value='true' /><param name='wmode' value='transparent' /><embed src='http://www.youtube.com/v/eDrkh8iya5A&#038;rel=1&#038;fs=1&#038;showsearch=0&#038;hd=0' type='application/x-shockwave-flash' allowfullscreen='true' width='425' height='350' wmode='transparent'></embed></object></span><br />
Directed by Yuen Wo Ping and starring Zhao Wen Zhuo, Zhou Xun, Andy On, Michelle Yeoh, Jiang Lu Xia, Cung Le, Sylvester Turkoy.</p>
<p>Source: <a href="http://www.quietearth.us/articles/2009/10/19/Just-frickin-awesome-Trailer-for-Yuen-WooPings-TRUE-LEGEND#extended">Quiet Earth</a></p>
</div>]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[Mad Detective (2007)]]></title>
<link>http://draakonikutsikas.wordpress.com/2009/08/28/mad-detective-2007/</link>
<pubDate>Fri, 28 Aug 2009 18:33:03 +0000</pubDate>
<dc:creator>libahundu</dc:creator>
<guid>http://draakonikutsikas.wordpress.com/2009/08/28/mad-detective-2007/</guid>
<description><![CDATA[Johnnie To ja Ka-Fai Wai on koos kokamütsid pähe pannud ja keetnud suurepärase supi, mida võib helpi]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><p><img class="aligncenter size-full wp-image-1128" title="maddetective-poster" src="http://draakonikutsikas.wordpress.com/files/2009/08/maddetective-poster.jpg" alt="maddetective-poster" width="460" height="345" /></p>
<p>Johnnie To ja Ka-Fai Wai on koos kokamütsid pähe pannud ja keetnud suurepärase supi, mida võib helpida mitu päeva. Ei ole vist mõtet heast keedisest end eemal hoida, kuid ometi õnnestus aasta aega selle vaatamist edasi lükata. Seda enam maitses täna ja maitseb homme. Kiidusõnad Johnnie To aadressil on jõudnud ka varem minuni ja nüüd tuleb need edasi anda. 1 + 1 = 2, nalja teete? 1+1 = 8, kui te kuulute nende hulka, kes näevad teiste inimeste sisemisi persoone ja ühte autosse mahub neid oluliselt rohkem, kui on auto ametlik täituvus.</p>
<p><img class="alignleft size-medium wp-image-1134" title="mad_detectiveP" src="http://draakonikutsikas.wordpress.com/files/2009/08/mad_detectivep.jpg?w=220" alt="mad_detectiveP" width="220" height="300" /></p>
<p>Näha omaette kellegi erinevaid karaktereid poleks erilist mainimist väärt ja mahuks pesuehtsa skisofreenia alla, aga tuua need karakterid ekraanile kõigile nähtavaks on hoopis omaette kunst ja see oli tõsiselt nauditav. Isegi kui lugu mehest, kes leiab lahendused kuriteo situatsioone metsikult tänaval ning poes jäljendades ning nii asja tuumani jõuab, on veidi koomiline. Sellegipoolest on koostöö veidrate ideede looja ja hoogsa HK märuli tootja vahel praktiliselt veatu ning tulemus järjekordne HK pärl. Filmi lõpus tehakse veel ka kummardus Bruce Lee viimaseks näitlejatööks jäänud Enter the Dragon lõpu võitlusstseenile peeglitega (kuigi analoogset asja tehti ka juba varem). Oot! aga väikese vimkaga, nimelt kõnnib üks mees ringi 7 erineva persoonina ja seal on veel kolmaski tegelane. Beat this!</p>
<p><span style='text-align:center; display: block;'><object width='425' height='350'><param name='movie' value='http://www.youtube.com/v/0AL1fZqfvgA&#038;rel=1&#038;fs=1&#038;showsearch=0&#038;hd=0' /><param name='allowfullscreen' value='true' /><param name='wmode' value='transparent' /><embed src='http://www.youtube.com/v/0AL1fZqfvgA&#038;rel=1&#038;fs=1&#038;showsearch=0&#038;hd=0' type='application/x-shockwave-flash' allowfullscreen='true' width='425' height='350' wmode='transparent'></embed></object></span></p>
<p><a title="Mad Detective" href="http://www.imdb.com/title/tt0969269/" target="_self">IMDB</a></p>
</div>]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[La Lingerie (2008, Chan Hing-Ka and Janet Chun)]]></title>
<link>http://mihk2002.wordpress.com/2008/11/25/la-lingerie-2008-chan-hing-ka-and-janet-chun/</link>
<pubDate>Tue, 25 Nov 2008 01:02:45 +0000</pubDate>
<dc:creator>mihk2002</dc:creator>
<guid>http://mihk2002.wordpress.com/2008/11/25/la-lingerie-2008-chan-hing-ka-and-janet-chun/</guid>
<description><![CDATA[หนังตลกโรนแมนติก เรื่อง La Lingerie นั้นอาจจะเรียกได้ว่า เป็นหนังปิดไตรภาคชุดชั้นใน ที่มีหนังสองเรื่]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><p><img src="http://i274.photobucket.com/albums/jj263/mihk2002/lalin03.jpg" alt="" /></p>
<p>หนังตลกโรนแมนติก เรื่อง La Lingerie นั้นอาจจะเรียกได้ว่า เป็นหนังปิดไตรภาคชุดชั้นใน ที่มีหนังสองเรื่องก่อนอย่าง La Brassiere และ La Brassiere 2  ของนักเขียนบท ผู้กำกับนาม Chan Hing-Ka ซึ่งถ้าใครเคยได้ดูหนังสองเรื่องดังกล่าวก็พอจะทราบ บรรยากาสคร้าวๆ ของหนังที่เต็มไปด้วย สาวๆ และชุดชั้นใน ที่อาจจะนำมาซึ่งความเข้าใจผิดแก่ นักดูหนังเพศชายทั้งหลาย เพราะองค์ประกอบทั้งสองประการดังกล่าว ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมาคู่กันซักเท่าไหร่นัก</p>
<p>แม้หนังจะมีอะไรเซ็กซี่ๆ ให้ดูกันบ้าง แต่อันที่จริงแล้ว La Lingerie เป็นหนังสำหรับผู้หญิง ที่มุ่งเน้นในการเสนอภาพของผู้หญิง ในเรื่องความสัมพันธ์ และเรื่องาน ในสังคมยุคใหม่ร่วมสมัย  ในสไตล์ Sex in the City อะไรเทือกนั้นมากกว่า <!--more--></p>
<p>หมิว (สเตฟานี่ ถัง) สาวน้อยอินโนเซ็นต์ กำลังต้องการจะสมัคร เข้าเป็นดีไซเนอร์ในบริษัทผลิต ชุดชั้นในชื่อดัง เธอได้รับเลือกเข้าทำงาน แต่ดูเหมือนสาวน้อยยังคงอ่อนต่อโลก ไม่เข้าใจในวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ของชุดชั้นใน เธอจึงถูกส่งไปอยู่เผนกที่เรียกว่า La Lingerie Research (เหลียงหยงฉี ดาราจากหนัง La Brassiere ทั้งสองภาค มาเป็นนักแสดงแสดงรับเชิญ ในบทผู้บริหารบริษัทที่เป็นคนรับนางเอกเข้าทำงานด้วย) หมิว กับเพื่อนสาวคนสนิท ได้ย้ายข้าวของ มาอยู่ในอพาร์ทเมนท์ของคุณป้าสาวโสด ผู้ล่วงลับ และได้พบกับเรื่องมากกมายที่นี่</p>
<p><img src="http://i274.photobucket.com/albums/jj263/mihk2002/lalin01.jpg" alt="" /></p>
<p>เนื้อหาของ La Lingerie นั้นถูกเล่าด้วยปากของตัวนางเอกอย่าง หมิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเพื่อนผู้หญิงรอบตัวเธอ ที่ล้วนแต่มีเรื่องวุ่นๆ เกี่ยวกับหัวใจต่างๆ กันไป โดนัท (Janice Man) เพื่อนสาวคนสนิทของหมิว ที่อาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนท์ด้วยกัน เป็นสาวพนักงานขายประจำร้านชุดชั้นใน สาวน้อยสุดเปรี้ยวดูจะมีความสุขกับการบริหารเสน่ห์ โดยเฉพาะกับบรรดาลุงๆ ทั้งหลาย ที่คอยมาเอาอกเอาใจเธอด้วยเงิน และข้าวของราคาแพง เกิดต้องพบกับเรื่องวุ่นๆ</p>
<p>สาวคนที่สองของเรื่อง ก็คือ ลูกค้าคนนึงของ โดนัท อย่าง ซีซี (J.J. Jia) พาร์ทเนอร์สาวจากไนท์คลับสุดหรู ที่เลือกซื้อชุดชั้นในมากมายหลายแบบ เพื่อดึงดูดหนุ่มๆ กลับต้องมาหวั่นไหวเมื่อได้พบกับชายที่อาจจะเป็นรักแท้ หนุ่มนักเรียนนอก ศิษย์เก่าฮาเวิร์ด ยูจีน (Andy On) ผู้แสนซื่อ จริงใจ และล่ำบึ๊ก (แหม ช่าวเป็นองค์ประกอบที่ประหลาดดีแท้) เขาพาเธอเดทด้วยการเล่นบาส (ถอดเสื้อโชว์กล้าม) มากกว่าจะไปสวีทแบบใคร และปิดปังหรือเหนียมอาย จนน่าสงสัยว่า นี้จะเป็นความรักที่ดีเกินจริงไปรึเปล่า</p>
<p>ส่วนคนที่สาว เป็นสาวคนที่อาศัยอยู่อาพาร์ทเมนท์ชั้นล่างของสองสาว แอร์โฮสเตทสาว  (Kathy Yuen) สวยเนียบมาดนิ่ง มีความหวังอย่างแรงกล้าที่จะหาผู้ชายรวยๆ มาแต่งงานด้วยซักคน จนกระทั่งได้พบรักกับตำรวจนายหนึ่ง หลังจากเกิดเรื่องชุดชั้นในหายขึ้นที่ห้องพักของเธอ ในเวลาอันไม่นากนัก แอร์โฮสเตทสาว กับตำรวจหนุ่มชั้นผู้น้อยไร้ความทะเยอทะยาน ก็ตกหลุ่มรักกันอย่างรวดเร็วจนพ่อหนุ่มย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน แต่ถึงขั้นนี้สาวเจ้าก็ยังล้มเลิกความตั้งใจ เป็นคุณนายเศรษฐีที่เคยตั้งไว้ไม่ได้ซักที</p>
<p><img src="http://i274.photobucket.com/albums/jj263/mihk2002/lalin02.jpg" alt="" /></p>
<p>และสุดท้ายตัวของ อาหมิว เอง ที่ดูจะมีปัญหาหนุ่มๆ มากหน้าหลายตามาติดพันมากมาย ทั้ง ลูคัส (เจิ้งจงจี) ผู้จัดการฝ่ายการตลาด หน้าหม้อ ที่ไปๆ มาๆ กลายเป็นเพื่อนที่เธอสนิทด้วยที่สุดในบริษัท ชายในฝันอย่างนักเขียนหนุ่ม (ที่หน้าหม้ออีกเหมือนกัน) และ &#8220;องค์ชายแห่งบริษัิท&#8221; อย่าง อันโตนิโอ ลูกชายแต๋วแตก (หวังโจหลิน) ของเจ้าของบริษัท ที่ทำอีท่าไหนก็ไม่ทราบ ถึงได้มาตกหลุมรักเธอได้</p>
<p>La Lingerie ใช้เครื่องแต่งกายเฉพาะตัวของเพศหญิง มาเป็นตัวแทนแสดงถึงชีวิตหญิงสาว ที่พึ่งก้าวหลุดพ้นมาจาก ความเป็นวัยรุ่น และรอคอยเวลาที่จะกลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว เป็นช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวระหว่าง ความฝัน การใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน และเริ่มต้นของความสัมพันธ์อันจริงจัง ในทางนึง ชุดชั้นใน ถูกโยงเข้ากับเรื่องรักแท้ เครื่องแต่งกายที่ถือว่า อยู่ในสถานที่เป็นความลับระดับปกปิด เป็นอาณาบริเวณ ที่สงวนไว้สำหรับคนที่ใช้ที่สุดเท่านั้น ในทางตรงกันข้าม ชุดนั้นใน ก็อาจจะกลายเป็นเสน่ห์ยั่วยวน ที่ถูกนำออกมาใช้ ทั้งในห้องนอน และตามท้องถนน ของสาวหลายๆ คน ทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ</p>
<p>หนังเล่าเรื่องในแบบหลายชีวิต ที่มีความลื่นไหล ต่อเนื่องอยู่ในระดับปานกลาง มีหลายฉากที่ชวนจี๊ด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคู่รักในเเครื่องแบบ ตำรวจ แอร์โฮสเตท ที่ผ่ายหนุ่มเป็นโรคแพ้เครื่องแบบ อ่อนระทวยตั้งแต่ได้เห็น แอร์โฮสเตทสาวครั้งแรก</p>
<p>เนื้อหาส่วนใหญ่ใน La Lingerie  ยังต้องข้างจะออกไปทาง รูปแบบสถานการณ์อันซ้ำซากอยู่ซักหน่อย สำหรับหนังประเภทนี้ หนังยังใส่องค์ประกอบเหนือจากต่างๆ นา ประเภท ฉากความฝัน  เกินจริง ค่อนข้างมาซึ่งก็พูดยากว่าประสบความสำเร้จรึเปล่า บางส่วนดูแปลกใหม่ แต่ส่วนใหญ่จะออกไปทาง เฝื่อๆ ฝืนเสียมากกว่า และในความเป็นหนังตลก ต้องยอมรับว่า มุมตลกต่างๆ ที่ออกไปในทางท้องถิ่นฮ่องกงมากๆ ถือว่ายากพอสมควรที่คนนอก (อย่างเรา) จะหัวเราะได้อย่างสนิทใจ</p>
<p><img src="http://i274.photobucket.com/albums/jj263/mihk2002/lalin05.jpg" alt="" /></p>
<p>La Lingerie นั้นสะท้อนภาพหนังฮ่องกงยุคปัจจุบันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับหนังที่ทำเพื่อฉายในฮ่องกงในยุคปัจจุบัน ที่แวดล้อมไปด้วย บริบทของวัฒนธรรมท้องถิ่น La Lingerie เป็นหนังประเภทสำหรับตลาดฮ่องกง แบบแท้ๆ ที่เ้น้นหนักไปที่มุกภาษากวางตุ้ง และเรื่องราววงใน ที่อาจจะถูกปากคนในแต่แทบจะหมดโอกาย ในการออกเก็บเกี่ยวรายได้ นอกประเทสไปเลย</p>
<p>เช่นเดียวกับการเลือกดารา นักแสดง ที่แทบจะไม่มี เห็นดาราระดับนานาชาติ (อย่าง หลิวชิงหวิน หรือ กู่เทียนเล่อ ในหนังสองภาคแรก) ให้เห็นกันเลย หากแต่เป็นคนดังในประเทศ รวมถึงพระเอกหนังตลก เงินล้านของคนฮ่องกงอย่าง เจิ้งจงจี และดาราตลกคนดังแห่งทีวีบี นามหวังโจหลิน ที่ถ้าถามในบ้านเรื่องคงไม่ค่อยรู้จักกันเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นคนฮ่องกง พ่อคนนี้ก็ถือว่าดังใช้ได้เหมือนกัน สำหรับดาราตลกนั้น ความคุ้นเคย ความเข้าใจในน้ำเสียง ภาษากาย นั้นเป็นสิ่งจำเป็นมากๆ ซึ่งแน่นอนว่า ดาราตลกดาวเด่นทั้งสอง อาจจะเป็นเพียงหนุ่ม หน้าตาธรรมดาๆ แต่สำหรับคนฮ่องกง นี่คือขวัญใจ</p>
<p>ส่วนดาราฝั่งหญิงอันเป็นตัวเดินเรื่องที่แท้จริงนั้น นำทีมมาโดย สเตฟานี่ ถัง อดีตนักร้องสาวกลุ่ม Cookies ที่เล่นหนังมาหลายเรื่อง La Lingerie นี่ก็น่าจะนับว่าเป็นงานที่เด่นที่สุดของเธอแล้ว นางแบบสาวคนดัง Janice Man (<a href="http://mihk2002.wordpress.com/2008/03/26/see-you-in-you-tube-2008-sevens/" target="_blank">See You in YouTube</a>) มาในบทสาวเปรี้ยวรักสนุก ที่นอกเหนือจากรูปร่างหน้าตา น่ารักชวนมองแล้ว ก็ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจอะไรมากนัก Kathy Yuen ดาราหน้าใหม่ ซึ่งทั้งหมดก็แทบจะไม่ได้โชว์ตัวกันใสชุดชั้นใน กันซักเท่าไหร่เลย นอกเหนือไปจากสาวนางแบบ เจเจ เจีย ที่ดูจะใจกล้า  กว่าใครเค้าเพื่อน ในการปรากฏตัวภายในชุดวาบหวิวแบบไม่เหนียมอาย</p>
<p><img src="http://i274.photobucket.com/albums/jj263/mihk2002/lalin04.jpg" alt="" /></p>
<ul>
<li><strong>Credits </strong><br />
<strong>บริษัทผู้ผลิต </strong>- MVP Film<br />
<strong>กำกับ </strong>- Marco Mak Chi-Sin, Wang Guang-Li<br />
<strong>อำนวยการส้าง </strong>- Chan Hing-Kai, Amy Chin Siu-Wai<br />
<strong>เขียนบทภายพนตร์ </strong>- Chan Hing-Kai, Janet Chun Siu-Jan, Ho Miu-Kei<br />
<strong>กำกับศิลป์</strong>- Alex Mok Siu-Chung<br />
<strong>ดนตรีประกอบ </strong>- Chiu Tsang-Hei, Andy Cheung Yan-Kit<br />
<strong>ถ่ายภาพ </strong>- Horace Wong Wing-Hang<br />
<strong>ตัดต่อ </strong>- Jeff Cheung Ka-Kit<br />
<strong>เครื่องแต่งกาย </strong> &#8211; Stephanie Wong Ka-Bo<br />
<strong>แสดงนำ</strong> &#8211; Stephy Tang Lai-Yun,  Janice Man,  JJ Jia, Ronald Cheng Chung-Kei, Kathy Yuen,  Maggie Li, Wong Cho-Lam, Chan Fai-Hung, Tsui Tin-Yau, Andy On Chi-Kit, Gigi Leung Wing-Kei, Wong Yau-Nam, 6 Wing, C. Kwan, Michelle Loo, Clifton Ko Chi-Sum, Tang Tak-Po, Mak Ling-Ling, Tsui Chi-Hung</li>
<li><strong>Rating &#8211; </strong>3/5</li>
</ul>
</div>]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[Mad Detective]]></title>
<link>http://yesasiacoupon.wordpress.com/2008/05/05/mad-detective/</link>
<pubDate>Mon, 05 May 2008 05:54:24 +0000</pubDate>
<dc:creator>yesasiacoupon</dc:creator>
<guid>http://yesasiacoupon.wordpress.com/2008/05/05/mad-detective/</guid>
<description><![CDATA[Mad Detective: Inspector Ho (Andy On) has on his hands a dead case, a series of crimes linked to the]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><p> <a href="http://track.webgains.com/click.html?wgcampaignid=35649&#38;wgprogramid=1120&#38;wgtarget=http://us.yesasia.com/en/PrdDept.aspx/code-c/section-videos/pid-1005158496/"><br />
Mad Detective</a>:</p>
<p>Inspector Ho (Andy On) has on his hands a dead case, a series of crimes linked to the gun of a missing cop. Desperate for answers, he turns to retired detective Bun (Lau Ching Wan) for help. Famous for his eccentric, but effective crime-solving methods, Bun was forced to leave the job years ago after he cut off his own ear and presented it as a gift to his boss. He seems to have gotten even madder with time, but Ho knows that only Bun can solve this case. Bun tells Ho that he can see through to one&#8217;s inner personalities, to the weaknesses and vices that lead people astray. In Bun&#8217;s eyes, these inner ghosts are living and breathing beings, revealed in their true form. Despite the protests of his wife (Kelly Lin), Bun agrees to take the case and his top suspect is the missing cop&#8217;s partner (Gordon Lam), a man with seven personalities, walking side by side.</p>
<p> <a href="http://track.webgains.com/click.html?wgcampaignid=35649&#38;wgprogramid=1120&#38;wgtarget=http://us.yesasia.com/en/PrdDept.aspx/code-c/section-videos/pid-1005158496/"><img src="http://yesasiacoupon.wordpress.com/files/2008/05/mad.jpg?w=213" alt="" width="213" height="300" class="alignright size-medium wp-image-38" /></a></p>
</div>]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon - สามก๊ก ขุนศึกเลือดมังกร (2008, Daniel Lee)]]></title>
<link>http://mihk2002.wordpress.com/2008/04/25/three-kingdoms-resurrection-of-the-dragon/</link>
<pubDate>Fri, 25 Apr 2008 06:57:33 +0000</pubDate>
<dc:creator>mihk2002</dc:creator>
<guid>http://mihk2002.wordpress.com/2008/04/25/three-kingdoms-resurrection-of-the-dragon/</guid>
<description><![CDATA[ถ้าจะมีการสร้างหนังสามก๊ก ประเภทที่โฟกัสไปที่ตัวละครตัวหนึ่ง ในฐานะเป็นจุดศูนย์กลางของเรื่อง ตัวละคร]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/04/3kingdoms07.jpg" alt="" /></p>
<p>ถ้าจะมีการสร้างหนังสามก๊ก ประเภทที่โฟกัสไปที่ตัวละครตัวหนึ่ง ในฐานะเป็นจุดศูนย์กลางของเรื่อง ตัวละครที่ชื่ว่า จูล่ง (จ้าวจื่อหลง) ดูจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ขุนศึกจากจ๊กก๊ก ผู้ใช้ชีวิตเยี่ยงจอมยุทธ ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งสงคราม ที่ความชั่วร้ายเลวทราม กลายเป็นความชอบธรรม จูล่งกลับ ยังสามารถ ยึดมั่น กับเรื่องคุณธรรม ความซื่อสัตย์ จงรักภักดี อย่างที่ไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดสามารถเทียบเคียงได้ Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon เสนอเรื่องราวชีวิตของจูล่ง โดยเลือกเอาดาราฮ่องกงรุ่น (เริ่ม) ใหญ่อย่าง หลิวเต๋อหัว มารับบทนักรบผู้ยิ่งใหญ่ ตั้งแต่วัยหนุ่ม จนล่วงเลยเข้าสู่วัยชรา กับชีวิตแห่งการตรากตรำในสงครามในทั้งชีวิตของเขา<!--more--></p>
<p>หนังเริ่มต้นขึ้นด้วยภาพของจูล่งในวัยชรา (หลิวเต๋อหัว) เผชิญหน้ากับทัพใหญ่ของวุย ด้วยตัวเองเพียงคนเดียว ขณะที่ทหารร่วมทัพนอนตายเกลื่อนกลาด ก่อนที่จะย้อนอดีต กลับไปเล่าจุดเริ่มต้น ตั้งแต่วันที่จูล่ง สมัครเข้าเป็นทหารในสังกัดของ นายทหารชั้นผู้น้อยที่ชื่อว่า ลั่วผิงอัน (หงจินเป่า) ทั้งสองสนิทสนมกันในเวลาอันรวดเร็ว เพราะมีพื้นแพมาจากเสียนสันบ้านเดียวกัน</p>
<p>ลั่วผิงอันมีความมุ่งมั่นใน การสร้างความชอบ และหวังเติบใหญ่ในทางการทหาร จูล่งเอง ชื่อชม และนับถือในอุดมการณ์ และความทะเยอทะยานของสหาย แต่ตัวของเขาเองกลับเลือกที่จะมีความฝันเล็กๆ อย่างการร่วมทัพ ได้รับชัยชนะ สงครามจบลง จะมีบ้านซักหลัง ก็เท่านั้น</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/04/3kingdoms03.jpg" alt="" /></p>
<p>ในการศึกครั้งสำคัญ ทั้งสองนำทหารหนึ่งพันกว่านาย ตีค่ายของวุยที่มีทหารมากกว่าหนึ่งหมื่นนาย จนแตกพ่าย หนึ่งเป็นเพราะแผนการของ ท่านกุนซือ จูกัดเหลียง ที่เดินทางมาช่วย อีกส่วนแห่งความสำเร็จมาจากตัวของ จูล่ง เองที่สามารถลงมือสังหาร แม่ทัพของฝ่ายศัตรูลงได้สำเร็จ กลายเป็นกุญแจสำคัญในชัยชนะ ทหารหนุ่มกลับมอบความดีความชอบให้กับ &#8220;พี่ใหญ่&#8221;  แต่ตัว ลั่วผิงอัน เองกลับเริ่มรู้สึกถึงความห่างเหินที่กำลังจะเกิดขึ้น ในอนาคตอันใกล้</p>
<p>เวลาของจูล่งมาถึงในอีกไม่กี่ปีต่อมา ในสมรภูมิที่ทุ่งหญ้า บันโบ๋ ขณะกองทัพของเล่าปี (เยี่ยหัว) พร้อมชาวเมือง ทิ้งเมืองเพื่อหนีการติดตามกองทัพวุยของ โจโฉ (หลิวสงเหยิน) กองทหารของลั่วผิงอัน  ได้รับหน้าที่คุ้มครองครอบครัวของเล่าปี เกิดความผิดพลาด ถูกทหารวุยโจมตี ฮูหยิน และทายาทของเล่าปี่ พลัดหลงนับเป็นความผิดพลาดที่ไม่อาจให้อภัยได้ จูล่ง ตัดสินใจรับผิดชอบความผิดของสหาย ด้วยการผ่าทัพวุย บุกเดี่ยวเข้าไปช่วยเหลือ อาเต้า นายน้อยทายาทคนเดียวของเล่าปี่</p>
<p>ทหารหนุ่มทำได้สำเร็จ นอกจากจะช่วยอาเต้าได้แล้ว เขายังสามารถ แสดงฝีมือฝ่าทัพนับพันด้วยตัวคนเดียว ต่อหน้าโจโฉ ชื่อของ เตียจูล่ง ก็กระจายไปไกล และนับแต่บัดนั้น ชีวิตของเขา กับพี่ใหญ่ ลั่วผิงอัน ก็แยกออกจากกันโดยปริยาย จูล่งกลายเป็นทหารคนสำคัญของเล่าปี่ สร้างความดีความชอบมากมาย จนกระทั่งถูกแต่งตั้งให้อยู่ในกลุ่ม 5 พยัคฆ์ของจ๊ก รวมกับยอดนักรบอย่าง กวนอู (ตี้หลุง) เตียวฮุย ฮองตง และม้าเฉียว</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/04/3kingdoms04.jpg" alt="" /></p>
<p>5 พยัคฆ์ ร่วมกันปกป้องจ๊กก๊ก นานหลายสิบปี แต่ละคนเริ่มล้มตายไปตามการศึก คงเหลือแต่จูล่งเป็นเสาหลักแห่งจ๊กเป็นคนสุดท้าย ในการศึกครั้งสำคัญ บุตรชาขของสองจอมทัพผู้ล่วงลับ กวนหิน (วาแนส วู) และเตียวเปา ได้รับคำสั่งให้นำทัพบุกวุย ขณะที่นายพลน้อยทั้งสองเกิดความขัดแย้ง เรื่องผู้นำทัพสูงสุดหนึ่งเดียว จูล่งตัดสินใจอาสาต่อ จูกัดเหลียง รับหน้าที่นำทัพไปเอง โดยมีนายทหารคนสนิทอย่าง เตงจี๋ (แอนดี้ อัน) และเพื่อนเก่าในอดีตอย่าง ลั่วผิงอัน ติดตามไปด้วย</p>
<p>ทัพใหญ่ของจ๊กก๊กต้องเผชิญหน้ากับทัพวุยอีกครั้ง ทหารนับหมื่นอนับแสนที่นำมาโดยแม่ทัพ ฮั่นเต็ก (อู๋หยงกวง) กับบุตรชายทั้ง 4 และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โจวอิง (แม๊กกี่ คิว) แม่ทัพหญิง หลานสาวของโฉโจผู้ล่วงลับ ท่ามกลางศัตรูอันน่าหวาดวิตก จูล่งเองกลับพบว่า ตัวเอกเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งแห่งสมคราม หมากของจูกัดเหลียงในสงครามครั้งใหญ่ แม้กระทั่งหมากของ ลั่วผิงอัน สหายที่หวังทวงคืนวันอันรุ่งโรจน์กลับมาอีกครั้ง หลังจากกรำศึกมานับครั้งไม่ถ้วน ถึงเวลาที่จูล่ง เริ่มสงสัยต่ออุดมการณ์ของตัวเอง เป็นครั้งแรก &#8230;</p>
<p>เนื้อหาใจความหลักของ Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon นั้นก็คือการมุ่ง พยายามสำรวจ ความเป็นวีระบุรุษของจูล่ง โดยเฉพาะแง่มุมแห่งการเป็นนักรบ จูล่งตรากตรำในสงครามนานกว่า 30 ปี ได้รับชัยชนะในการศึก สร้างวีรกรรมมากมาย สุดท้ายความเหน็ดเหนื่อย ความพยายาม ของวีระบุรุษอย่าง จูล่ง นั้นสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้บ้าง คำตอบคือไม่มี วีรกรรมครั้งยิ่งใหญ่ของจูล่ง อย่างการช่วยเหลือ อาเต้า กลับเป็นการเร่งวันหายนะของจ๊กก๊ก ให้มาเร็วกว่าที่ควรจะเป็น, การตรากตรำในสนามรบนานหลายสิบปี แทบไม่เห็นผลอย่างที่หวัง</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/04/3kingdoms09.jpg" alt="" /></p>
<p>ลั่วผิงอัน เคยบอกกับจู่ลงว่า จะเขาเดินทางไปทุกแห่งหน ทุกสมรภูมิ จนกว่าจะสามารถยุติสงครามได้ จูล่งพึ่งทราบว่า ทั้งเขาเอง และลั่วผิงอัน ล้วนเขาใจความหมายของสงครามอย่างคลาดเคลื่อน สมครามหาใช่การเดินทาง มันคือการย่ำเท้าอยู่กับที่ ในวันนี้ จูล่ง ยืนอยู่บนสนามรบ ณ ภูผาแห่งหนึ่ง สถานที่เดียวกับที่เคยยืน และรบ เมื่อยี่สิบปีก่อน ความดี ความกล้าหาญ ที่เคยได้ทำมา ไม่เคยแม้แต่จะหยุดยั้ง หรือชลอ ความโหดร้ายของสงคราม หรือความเสื่อมทรามแห่งยุคสมัย ได้ซักเล็กน้อย สุดท้าย แม้ความฝันเล็กๆ ของจูล่ง อย่างการมีบ้านซักหลัง ก็ไม่อาจทำได้ไม่สำเร็จ</p>
<p>เนื้อหาอันว่าด้วยความไร้สาระ ไร้ที่สิ้นสุด แห่งสงคราม  นั้นถูกนำเสนอมานับครั้งไม่ถ้วน แม้ Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon จะนำเสนอเรื่องราวอย่างเดียวกัน อาจจะมีลีลาซ้ำซากไปบ้าง แต่รวมๆ ก็ยังถือว่าอยุ่ในระดับน่าสนใจ ส่วนที่ช่วยผลักดันเนื้อหา ให้ชัดเจนขึ้นมาได้ก็คือ การแสดงของดารานำอย่างหลิวเต๋อหัว และหงจินเเป่า ที่สะท้อนภาพของคน ที่ใช้ชีวิต และอุดมการณ์อยู่ในสนามรบ ออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปรียบเทียบระหว่าง ยอดมหาวีระบุรุษอย่างจู่ล่ง และคนธรรมดาสามารถ ที่ไม่สามารถสลักชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ ลั่วผิงอัน ที่สุดท้ายแล้ว ก็มีชีวิตที่ไม่ได้แตกต่างกันนัก เหยียบย่ำบนสนามรบผืนเดียวกัน และสิ้นสุดหนทางแห่งนักรบ ในสมรภูมิสุดท้ายร่วมกัน</p>
<p>อย่างไรก็ตามหนังยังคง แสดงออกถึง ปัญหาในขั้นตอนการเล่าเรื่อง และสร้างความน่าเชื่อถือ อยู่ไม่น้อยเลย ประเด็นที่ถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวางที่สุด ก็คือความซื่อตรงต่อต้นฉบับ ต้นฉบับในที่นี้ครอบคลุมไปถึง นิยายสามก๊ก (Romancing of Three Kingdoms) ของหลอจงกว้าน รวมไปถึงข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ หนังมีการเพิ่มตัวละครใหม่ อย่างลั่วผิงอัน และโจวอิง ขึ้นมาเป็นตัวละครหลัก หรือปรับเทียบบทบาทตัวละครที่มีอยู่เดิม ที่เห็นได้ชัดน่าจะเป็นตัวละครที่ชื่อว่า เตงจี๋ ที่ตามข้อมูลแล้ว มีตำแหน่งหน้าที่ และผลงานอยู่ในงานจำพวก การทูต และการเจรจา แต่ในหนังกลับถูกปรับเปลียนให้เป็นนายทหารคนสนิทของจูล่ง</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/04/3kingdoms06.jpg" alt="" /></p>
<p>ในหมู่รายละเอียดหลายประการที่ถูกเปลี่ยนแปลงไป ที่สำคัญน่าจะเป็นรายละเอียด ในชีวิตประวัติของตัวเอกอย่างจูล่งเอง อาทิเช่น หนังเปลี่ยนแปลงชีวิตภูมิหนังของจูล่งไปมากพอสมควร เขาเข้าร่วมกับกองทัพเล่าปี่ในฐานะนายทหาร ไม่ใช่ทหารเลว, ข้อมูลด้านครอบครัว รวมถึงวาระสุดท้ายของ จูล่ง ล้วนผิดแผกจากที่เรา เคยรับรู้</p>
<p>เอาเข้าจริงๆ ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้พอจะเป็นสิ่งที่เข้าใจได้นะครับ สามก๊กเป็นวรรณกรรมที่ดังแปลงมาจากประวัติศาสตร์ ทั้งในรูปแบบบันทึก (ที่ให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริง) และวรรรณกรรม (ที่ให้ความสำคัญกับความบันเทิง) มากมายหลายฉบับ แต่ละฉบับก็นำมาซึ่งรายละเอียด และการตีความอันหลากหลาย การตีความใหม่ และปรับเปรียบรายละเอียดใน Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon ก็เรียกว่ายังอยู่ในระดับที่พอรับได้</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/04/3kingdoms08.jpg" alt="" /></p>
<p>สิ่งที่ดูจะเป็นปัญหามากกว่า การ เปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่องเสียอีกก็คือ งานศิลป์ทั้งหลายในหนัง ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบฉาก อาวุธ และเครื่องแต่งกายในเรื่อง เดเนียล ลี ผู้กำกับนั้นมีพื้นแพ การเติบโตในอาชีพมาจากสายงาน ผู้กำกับศิลป์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว</p>
<p>เข้าใจว่าเขารับหน้าที่นี่ ในหนังเองด้วย เดเนียล ลีพยายามจะสร้างความแตกต่าง ให้กับภาพของหนังประวัติศาสตร์จีน ด้วยการออกแบบเครื่องแต่งกาย ทีผสมผสาน หลากหลายวัฒนธรรม การวิจารณ์เรื่องความไม่สมจริงนั้นลุกลามมาถึง เรื่องการคิดเลือกตัวแสดง อย่าง แม๊กกี่ คิว ดาราสาวลูกครึ่งฝรั่ง เวียดนาม ที่ดูแล้วไม่ว่าจะรูปร่างหน้าตา น้ำเสียง หรือการเยี่ยงย่าง ช่างห่างไกลจากความเป็น หญิงนักรบโบราณ มากเหลือเกิน</p>
<p>งานในภาคงานสร้างหลายๆ อย่างของหนัง ทั้งการทำผม เสื้อผ้า ฉาก แม้กระทั่งการกำกับคิวบู๊ (ดูแล้วชวนให้นึกถึงงานเก่าของหงจินเป่า สมัยรับผิดชอบงานกำกับคิวบู๊ให้กับ Ashes of Time อยู่ไม่น้อย) และการถ่ายภาพ ฯลฯ ล้วนออกมาด้วยแนวคิด ในการฉีกหนีจากรูปแบบเดิมๆ ของหนังสามก๊ก (และรวมถึงหนังสงครามย้อนยุคโดยทั่วไป) ผลงานที่ออกมานั้นดูแปลกตาดี แต่ในทางตรงกันข้าม กลับทำลายความน่าเชื่อถือของหนัง พลังในฐานะหนังประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังของเรื่องราวในฐานะ สามก๊ก ที่ถูกลดทอนไปไม่น้อย</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/04/3kingdoms05.jpg" alt="" /></p>
<p>ความผิดหวังประการสำคัญของหนัง น่าจะอยู่ที่ความคาดหวังของคนดู  โดยเฉพาะแฟนๆ สามก๊ก ที่รอคอยการเรื่องราวที่คุ้นชิน และการปรากฏตัวของ ตัวละครระดับ &#8220;ซุปเปอร์สตาร์&#8221; จากสามก๊ก และเนื่องด้วย Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon เป็นหนังที่เน้นไปที่ตัวละครของจูล่งเป็นหลัก ตัวละครอื่นๆ อย่างเล่าปี่ กวนอู เตียวฮุย หรือโจโฉ จึงมีบทบาทอยู่ในระดับ &#8220;ประกอบ&#8221; หรือ &#8220;รับเชิญ&#8221; เท่านั้น ซ้ำร้ายตัวละครบางตัวก็ถูกนำเสนอ แตกต่างจากที่เราเคยสัมผัส ทั้งในแง่ของบุคลิค หรือภาพลักษณ์</p>
<p>ตัวละครที่ดูจะมีบทบาทพอให้จับต้องได้บางก็คือ จูกัดเหลียง ผมชอบการปรากฏตัวครั้งแรกของ ขงเบ้งนะครับ ดูน่าเกรงขราม ครุ่นคิด อัจฉริยะ  ภายใต้ภาพลักาณ์ของคนธรรดา แตกต่างจากภาพของ ความเหนือมนุษย์ หรือผู้วิเศษอย่างภาพปรกติของขงเบ้งที่เราคุ้นชินกัน</p>
<p>Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon เป็นผลงานการสร้างของบริษัทจากจีนแผ่นดินใหญ่ และเกาหลี โดยทีมงานฮ่องกง ที่เห็นได้ชัดว่าคาดหวังจากตลาดจีนแผ่นดินใหญ่เป็นสำคัญ หนังทำท่าทำทางว่าจะพอไปได้ น่าเสียดายที่ความล้นเกินของงานสร้าง ทำลายความน่าเชื่อถือ และน้ำหนักของหนังไปไม่น้อย การเล่าเรื่องผ่านช่วงเวลาอันยาวนาน ตัวละครมากมายหลายตัว ก็ยังแสดงออกถึงความไม่ราบรื่น จุดหักมุมตอนท้ายเรื่อง ไม่โน้มน้าม ไม่น่าเชื่อถือ  และที่สำคัญที่สุด ปัญหาเหล่านี้ดูจะมีผลต่อความล้มเหลว ในการเสนอภาพของมหาสงครามอย่างสามก๊ก ที่ไม่สามารถจำลองความ ความยิ่งใหญ่ ออกมาได้อย่างที่ควรจะเป็น</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/04/3kingdoms10.jpg" alt="" /></p>
<ul>
<li><strong>Credits<br />
บริษัทผู้สร้าง &#8211; </strong>Beijing Film, Visualizer, Polybona Film Distribution Co., Ltd., Taewon Entertainment<br />
<strong> กำกับ &#8211; </strong>Daniel Lee Yan-Kong<br />
<strong> อำนวยการสร้าง &#8211; </strong>Chung Tae-Won, Susanna Tsang<br />
<strong> บทภาพยนตร์ &#8211; </strong>Daniel Lee Yan-Kong, Ho Leung Lau<br />
<strong> กำกับศิลป์ &#8211; </strong>Daniel Lee Yan-Kong,<br />
<strong> ออกแบบเครื่องแต่งกาย &#8211; </strong>Thomas Chong<br />
<strong> กำกับคิวบู๊ &#8211; </strong>Sammo Hung Kam-Bo, Yuen Tak<br />
<strong> แสดงนำ -</strong> Andy Lau Tak-Wah, Sammo Hung Kam-Bo, Maggie Q, Andy On Chi-Kit, Yu Rong-Guang, Yueh Hua, Ti Lung, Damian Lau Chung-Yun, Chen Zhihui, Pu Guanxi, Vanness Wu, Timmy Hung Tin-Ming</li>
<li><strong>Thailand Distribution &#8211; </strong> ชื่อไทยในการเข้าฉายคือ &#8220;สามก๊ก ขุนศึกเลือดมังกร&#8221;</li>
<li><strong>Rating &#8211; </strong>3/5</li>
</ul>
</div>]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon 三國之見龍卸甲 ]]></title>
<link>http://jkmovies.wordpress.com/2008/04/23/movie-review-three-kingdoms-resurrection-of-the-dragon-%e4%b8%89%e5%9c%8b%e4%b9%8b%e8%a6%8b%e9%be%8d%e5%8d%b8%e7%94%b2-hong-kong/</link>
<pubDate>Wed, 23 Apr 2008 15:15:00 +0000</pubDate>
<dc:creator>joekhor</dc:creator>
<guid>http://jkmovies.wordpress.com/2008/04/23/movie-review-three-kingdoms-resurrection-of-the-dragon-%e4%b8%89%e5%9c%8b%e4%b9%8b%e8%a6%8b%e9%be%8d%e5%8d%b8%e7%94%b2-hong-kong/</guid>
<description><![CDATA[The Gist Based on the novels of Romance of the Three Kingdoms, we get to see Andy Lau, fight, act co]]></description>
<content:encoded><![CDATA[The Gist Based on the novels of Romance of the Three Kingdoms, we get to see Andy Lau, fight, act co]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[Mad Detective (2007, Džonijs To, Ka-Fai Vajs)]]></title>
<link>http://sandinista.wordpress.com/2008/04/18/mad-detective-2007-dzonijs-to-ka-fai-vajs/</link>
<pubDate>Fri, 18 Apr 2008 10:21:21 +0000</pubDate>
<dc:creator>sandinista</dc:creator>
<guid>http://sandinista.wordpress.com/2008/04/18/mad-detective-2007-dzonijs-to-ka-fai-vajs/</guid>
<description><![CDATA[Cik gan lielisks un kruts tomēr ir šis režisors! Stāsts par detektīvu, kura izmeklēšanas arsenālā ie]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><p style="text-align:center;"><img class="alignnone size-full wp-image-1204" title="mad-detective" src="http://sandinista.wordpress.com/files/2008/04/mad-detective.jpg" alt="mad-detective" width="300" height="200" /></p>
<p>Cik gan lielisks un kruts tomēr ir šis režisors! Stāsts par detektīvu, kura izmeklēšanas arsenālā ietilpst, piemēram, opcija &#8220;aprakt sevi dzīvu&#8221;; šaha etīdes ar pistolēm (visi mūžīgi vazājas apkārt ne ar savām); a par sižetu Peļevins varētu konkrēti griezt zobus. Mūsdienu klasika!</p>
<p><span style="color:#339999;">in 2008 martcore says</span><br />
<span style="color:#339999;">apmier.ņurd.+</span></p>
</div>]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[MAD DETECTIVE - Johnnie TO and WAI Ka-fai's movie]]></title>
<link>http://nournours.wordpress.com/2008/03/10/mad-detective-johnnie-to-and-wai-ka-fais-movie/</link>
<pubDate>Mon, 10 Mar 2008 07:30:26 +0000</pubDate>
<dc:creator>nournours</dc:creator>
<guid>http://nournours.wordpress.com/2008/03/10/mad-detective-johnnie-to-and-wai-ka-fais-movie/</guid>
<description><![CDATA[It seems that some bad people have one or more demons following them and pushing them to do bad thin]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><p> <span style='text-align:center; display: block;'><object width='425' height='350'><param name='movie' value='http://www.youtube.com/v/q0W2gFz5d-E&#038;rel=1&#038;fs=1&#038;showsearch=0&#038;hd=0' /><param name='allowfullscreen' value='true' /><param name='wmode' value='transparent' /><embed src='http://www.youtube.com/v/q0W2gFz5d-E&#038;rel=1&#038;fs=1&#038;showsearch=0&#038;hd=0' type='application/x-shockwave-flash' allowfullscreen='true' width='425' height='350' wmode='transparent'></embed></object></span></p>
<p>It seems that some bad people have one or more demons following them and pushing them to do bad things. Policeman BUN has the genius (or the madness) to see those demons and ghosts. BUN was obliged to quit the Police, because his colleagues thougth he&#8217;s mad. A young policeman comes to see him and asks for his help, in a difficult inquiry after the mysterious disappearance (death) of a policeman. BUN, a real shaman, helps his young ex colleague. But his methods will trouble the young policeman. Surprising movie, surprising Johnnie TO&#8217;s movie ! Good movie.</p>
<p><a href="http://nournours.wordpress.com/files/2008/03/affiche.jpg" title="affiche.jpg"><img src="http://nournours.wordpress.com/files/2008/03/affiche.jpg" alt="affiche.jpg" /></a></p>
<p><b><font color="#00ffff">________________________________________________________________________________________________________________________</font></b></p>
</div>]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[Previews: 2008 Chinese Period Epics]]></title>
<link>http://jkmovies.wordpress.com/2008/02/21/movie-previews-2008-chinese-period-epics/</link>
<pubDate>Thu, 21 Feb 2008 16:49:00 +0000</pubDate>
<dc:creator>joekhor</dc:creator>
<guid>http://jkmovies.wordpress.com/2008/02/21/movie-previews-2008-chinese-period-epics/</guid>
<description><![CDATA[We have at least four Chinese movies to look forward to this year and judging from the trailers, the]]></description>
<content:encoded><![CDATA[We have at least four Chinese movies to look forward to this year and judging from the trailers, the]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[Mad Detective - ผ่าคดีสะกดฆาตกรรม (2007, Johnnie To/Wai Kar Fai)]]></title>
<link>http://mihk2002.wordpress.com/2008/02/15/mad-detective-2007-johnnie-towai-kar-fai/</link>
<pubDate>Fri, 15 Feb 2008 21:09:09 +0000</pubDate>
<dc:creator>mihk2002</dc:creator>
<guid>http://mihk2002.wordpress.com/2008/02/15/mad-detective-2007-johnnie-towai-kar-fai/</guid>
<description><![CDATA[ถ้าจะนับนักแสดงฝ่ายฮ่องกง ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่ยังทำงานอยู่ หลิวชิงหวิน ก็คงจะติดอันดับหนึ่งในสิบ ถ้]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/madde06.jpg" alt="" /></p>
<p>ถ้าจะนับนักแสดงฝ่ายฮ่องกง ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่ยังทำงานอยู่ หลิวชิงหวิน ก็คงจะติดอันดับหนึ่งในสิบ ถ้านับดาราชายระดับยอดฝีมือ หลิวชิงหวินก็น่าจะอยู่หนึ่งใน 5 ถ้านับดาราชายที่อยู่บนจุดสูงสุดของวงการ ได้โดยไม่ต้องอาสัยหน้าตาที่หลอเหลา หลิวชิงหวิน เป็นหนึ่งในสามแน่นอน และถ้านับดาราชายอันเป็นสัญลักษณ์แห่งหนังอาญากรรม ตระกูลหนังอันยิ่งใหญ่แห่งฮ่องกง หลิวชิงหลิน ไม่อันดับหนึ่งก็สอง และใบหน้าแรกที่จะนึกถึงในหนังของตู้ฉีฟง หลิวชิงหวิน เป็นคำตอบเดียว</p>
<p>ปี 2007 เขากลับมาสู่แวดวงที่คุ้นเคยเรื่องราวในโลกมืด ตำรวจ ผู้ร้าย กับทีมงานที่คุ้นเคย ตู้ฉีฟง ไวกาไฟ และบริษัท Milkyway Image Production กับหนังอาญากรรม ที่ชื่อว่า Mad Detective หนังผสมเรื่องราวสืบสวนสอบสวน เข้ากับเรื่องราวเหนือธรรมชาติ กลายเป็นงานที่รสชาติแตกต่าง จากงานประเภทเดียวกันในวงการภาพยนตร์โลก<!--more--></p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/madde02.jpg" alt="" /></p>
<p>อาเหอ (แอนดี้ อัน) นายตำรวจหนุ่มหน้าใหม่ ก้าวเข้ามาในสำนักงานตำรวจแห่งหนึ่งในการทำงานวันแรก กลับต้องตกตะลึงกับความบ้าคลั่งของ อาปัน (หลิวชิงหวิน) นายตำรวจรุ่นพี่ที่ต้องเขาร่วมงานด้วย อาปัน แห่งหน่วยสืบสวนสอบสวน มีวิธีการคลีคลายคดีที่ไม่ว่าใคร ก็ไม่สามารถคาดเดาได้ เขาลงมือ &#8220;รวมบทบาท&#8221; เป็นฆาตรกรโรคจิตจอมเสียบ ด้วยการใช้มีดอีโต้ กระซวกใส่ศพหมูที่ห้อยอยู่กลางห้อง เพื่อค้นหาแรงจูงใจของคนร้าย อาปันยัดตัวเองลงไปในกระเป๋าเดินทางใบจิ๋ว แล้วให้คู่หูกลิ้งกระเป๋าลงจากบันใดขั้นสูง เพื่อค้นหาความรู้สึกของเหยื่อ</p>
<p>ถึงแม้วิธีการของเขาจะได้ผล สามารถคลี่คลายคดีได้อย่างหมดจด แต่ความคลุ้มคลั่งหลุดโลก กลับเป็นที่กล่าวขานถึงมากกว่า แต่แล้วอาเหอ มีโอกาศได้ร่วมงานกับนายตำรวจผู้โด่งดังเพียงสองวัน เมื่อในวันหนึ่งเมื่องานอำลาจากการเกษียญของสารวัตประจำโรงพัก อาปัน ยืนยันความบ้าของตัวเอง เขาใช้มืดตัดหูสดๆ ของตัวเองมอบเป็นของขวัญแก่ผู้บังคับบัญชาที่เขานับถือ เมื่อความบ้ามาถึงขีดสุด อาชีพตำรวจของเขาก็จบลงในวันนั้นเอง</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/madde03.jpg" alt="" /></p>
<p>เรื่องราวปล่อยผ่านไปอีก 5 ปี อาเหอ ก้าวไปสู่ความการเป็นความเป็นมือาชีพ มือหนึ่งแห่งแผนกสอบสวนเต็มตัว แต่แล้วก็เกิดคดีที่ อาเหา ขบไม่แตก เมื่อจนแต้มตำรวจหนุ่มตัดสินใจ เดินทางไปหา อดีตคู่หูสองวันของเขา เพื่อขอคำปรึกษา ถึงคดีการหายตัวของตำรวจนายหนึ่ง ที่ต่อกลับเกิดคดีปล้นฆ่าจากปืน และกระสุนของตำรวจนายนั้น การเจอกันอีกครั้งอาเหอถึงได้ทราบว่า เบื้องหลังแห่งความบ้าคลั่งนั้นแฝงไว้ด้วยความสามารถพิเศษบางอย่าง</p>
<p>การสืบสวนด้วยวิธีผิดธรรมทั้งหลาย กลายเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อ อาเหอได้ทราบถึงเบื้องหลังพฤติกรรม อันแปลกประหลาดทั้งหลายของตำรวจรุ่นพี่ อาปัน สามารถมองเห็น &#8220;ตัวตนที่ซ่อนของมนุษย์&#8221; (Inner Personality) เราทุกคนมีรูปลักษณ์ที่เป็นเนื้อหนัง อันสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ อาปันมีตาพิเศษที่มองเห็นบุคคลิคที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ชายวัยทองท่าทางใจเย็น กลับซ้อนไว้ด้วยตัวตนที่เป็นอาเจ๊ปากตลาด ชายหนุ่มกำยำแข็งแกร่ง ซ้อนความเป็นเด็กอ่อนแอปวกเปียก สาวหน้าจืดกับซ้อนด้วยภาพของสาวแสบตัวร้าย</p>
<p>อาปันตัดสินใจตอบรับคำข้อร้องจากรุ่นน้อง ถึงแม้นั่นจะสร้างความเดือดดาลแก่ภรรยาสาวสวย (หลินซีเหลย) ที่คัดค้านอย่างหัวชนฝา การกลับสู่สังเวียนแห่งการสืบสวน นั้นหมายถึงการกลับคืนสู่ ความคลั่งของ อาปัน อย่างหลีกเลี้ยงไม่ได้</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/madde01.jpg" alt="" /></p>
<p>ตู้ฉีฟง กับไวกาไฟ เคยต่อยอดแนวคิด &#8220;คนเห็นผี&#8221; ของ The Sixth Sense ด้วยการนำเสนอไอเดียว &#8220;คนเห็นกรรมเก่า&#8221; ใน Running On Karma มาแล้ว ใน Mad Detective  นักทำหนังทั้งสองได้สนใจว่า &#8220;พลังพิเศษ&#8221; ของตัวละครจะสามารถใช้ทำอะไรได้บ้าง ในทางตรงกันข้าม คนทำหนังทั้งสองคน สนใจมากกว่าว่า พลังพิเศษ ที่ให้อำนาจในการเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น &#8220;จะเปลี่ยนเราไปเป็นยังไง&#8221;  พระหนุ่มผู้มองเห็นกรรมใน Running On Karma ยอมแพ้ต่อโชคชตา ใมเมื่อรู้ว่าเราไม่มีทางการแก้ไขกรรมเก่าได้ เช่นเดียวกันกัน อาปัน เขาสิ้นหวังต่อความเป็นมนุษย์ เมื่อมองเห็นหน้ากาก และตัวตนที่อันน่ารังเกียจ น่าขยักแขยง อ่อนแอ หมดสิ้นคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ เป็นภาพที่น่าสนุก และสร้างสรรค์อยู่ไม่น้อย</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/madde05.jpg" alt="" /></p>
<p>ถึงแม้มีวัดถุดิบ และไอเดียชั้นดี หนังไม่ได้ใช้ ไอเดียที่ว่าอย่างฉาบฉวย  ด้วยทางออกง่ายๆ อย่างการใช้ความสามารถพิเศษของตัวเอกในการสืบสวนคดี หาแบะแส เพราะหนังเรียกว่า เฉลยกันตั้งแต่วินาทีแรกกันเลยว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้ร้าย รายละเอียการสืบสวนก็ไม่ได้สร้างความตื่นเต้นอะไรมากมาย  ตู้ฉีฟง กับไวกาไฟ กลับใช้เรื่องราวของพลังพิเศษ สะท้อนสภาพจิตใจอันแหลกสลาย สับสน ต่อความหมดสิ้นศรัธทาในความเป็นมนุษย์ ของตัวเอง ในโลกที่เต็มไปด้วยภาพหลอน แห่งความเลวร้าย ความอ่อนแอ ที่อาปันต้องเผชิญมาตลอด ส่วนตำรวจหนุ่มอย่างอาเหอที่เข้าสู่ของของ อาปัน ด้วยความสงสัยใครรู้ก่อนจะถูก ถล้ำลึกลงไปในโลกแห่งความกลัว</p>
<p>นอกจากในทางเนื้อหาแล้ว มุกของ &#8220;การมองเห็นตัวตนที่ซ่อนอยู่ของมนุษย์&#8221; ถูกนำมาใช้สร้างความสนุกสนาน น่าตื่นตาตื่นใจ ทางภาพ และเป็นจุดหักมุมสร้างความ แปลกใจให้กับคนดูได้ตลอดเรื่อง การถ่ายทำ  &#8220;ตัวตนที่ซ่อนอยู่&#8221; นั้นไม่ได้พึ่งพิงเทคนิคพิเศษ ทางภาพอะไรให้วุ่นวาย ตรงกันข้าม &#8220;ตัวตนที่ซ่อนอยู่&#8221;  นั้นถูกสร้างอย่างง่ายๆ ด้วยการใช้ดาราอีกคน มายืนข้างๆ หรือดัดสลับระหว่างสองตัวละคร เพื่อแสดงให้เห็นถึง ตัวตนหลากหลาย ของตัวละครตัวหนึ่ง เพื่อแสดงออกถึงความคิด ความเห็น ความรู้สึก โกรธ อดกลั้น กลัว ฯลฯ ที่ถูกซ้อนไว้ของตัวละคร การนำเสนอเรื่องราว และภาพแห่งความน่าสนใจ ดังกล่าวถือว่าสร้างสรรค์ สามารถฉีกแนว สร้างมุมมองใหม่ให้กับหนังประเภท คนเห็น &#8230;. ได้ดี และน่าชื่นชม</p>
<p><span style="color:#808080;"><strong>ตัวอย่างภาพการมองเห็น ตัวตนที่ซ่อนไว้  1: </strong>ตำรวจท่าทางหงิมๆ มีอีกตัวตนเป็นสาวใหญ่ปากจัด</span></p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/case01.jpg" alt="" /> <img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/case02.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="color:#808080;"><strong>ตัวอย่างภาพการมองเห็น ตัวตนที่ซ่อนไว้ 2:</strong> นักเรียนสาวจืดกำลังถูก ตัวตนที่ซ่อนไว้ ยุแยงตะแคงรั่ว ให้ขโยมของในร้านชำ</span></p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/case03.jpg" alt="" /></p>
<p>อย่างไรก็ตามนักวิจารณ์แห่ง lovehkfilm.com ก็ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการนำเสนอเรื่องราวดังกล่าวของ Mad Detective ที่แตกต่างจากหนัง คนเห็นผี แบบ The Sixth Sense หรือ The Eye ที่มุ่งนำเสนอเรื่องราวเหนือธรรมชาติด้วยความสมจริงสมจัง แต่การเล่าเรื่อง และเสนอภาพของ  &#8220;ตัวตนที่ซ่อนอยู่&#8221;  ใน Mad Detective นั้นสร้างออกมาในลีลา ที่ให้อารมณ์ของความตลกร้าย ประชดประชัน ที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนการนำเสอนแบบสมจริง ด้วยเหตุนี้มีความเป็นไปได้ไม่น้อย ที่คนดูบางส่วนจะไม่เก็ต และพานจะรำคาญหนังได้อยู่เหมือนกัน อย่างไรก็ตามก็ต้องชื่นชมนักแสดงในเรื่อง ทั้งบทคน และบทตัวตน ที่สวมบทหน้าตาย หน้าเป็นกันได้อย่างสนุกสนาน เหนืออื่นใด หลิวชิงหวิน กลับการกลับสู่แสดงเวอร์ชั่น เถื่อน และบ้าได้อย่างทรงพลัง หลังจากพรรคหลังเขาห่างหายจากบทประเภทนี้ไปนาน</p>
<p>หนังอาจจะไม่ถูกใจผู้ชมทุกคน แต่ผมยินดีที่จะเรียกว่า Mad Detective เป็นงานท็อปฟอร์มของตู้ฉีฟง กับไวกาไฟ ผสมข้อดีของทั้งสองคู่หูลีลา การเล่าเรื่องของตู้ฉีฟง และเนื้อหาการตีความศาสนาพุทธของ ไวกาไฟ อันว่าด้วยการปล่อยวาง ต่อความดี ความเลว และทำความเข้าใจต่อมนุษย์ในฐานะสัตว์โลกอันอ่อนแอ</p>
<p><img src="http://img.photobucket.com/albums/v622/jump2002/blog/madde04.jpg" alt="" /></p>
<ul>
<li><strong>Credits</strong><br />
<strong> บริษัทผู้สร้าง</strong> &#8211; Milkyway Image Production<br />
<strong> กำกับ</strong> &#8211; Johnnie To Kei-Fung, Wai Ka-Fai<br />
<strong> อำนวยการสร้าง </strong>- Johnnie To Kei-Fung<br />
<strong> บทภาพยนตร์ </strong>- Wai Ka-Fai, Au Kin-Yee<br />
<strong> กำกับภาพ</strong> &#8211; Cheng Siu-keung<br />
<strong> ตัดต่อ </strong>- Tina Baz<br />
<strong> เทคนิคพิเศษทางภาพ </strong>- Wong Lai Kuen<br />
<strong> ดนตรีประกอบ </strong>- Xavier Jamaux<br />
<strong> กำกับศิลป์ </strong>- Raymond Chan<br />
<strong> ออกแบบเครื่องแต่งกาย </strong>- Stanley Cheung<br />
<strong> แสดงนำ</strong> &#8211;  Lau Ching-Wan, Andy On Chi-Kit, Kelly Lin, Gordon Lam Ka-Tung, Lau Kam-Ling, Lam Suet, Eddie Cheung Siu-Fai, Flora Chan Wai-Shan, Eddy Ko Hung, Wong Wah-Ho, Jo Koo</li>
<li><strong>Ratings: </strong>4.5/5</li>
</ul>
</div>]]></content:encoded>
</item>

</channel>
</rss>
