Tags » BaP

[NEWS] B.A.P VOTED BEST KOREA ACT AT 2014 MTV EMA‏

B.A.P VOTED BEST KOREA ACT AT 2014 MTV EMA

VOTING IS OPEN AT MTVEMA.COM

 

SINGAPORE, 23 OCTOBER 2014 – MTV has today revealed K-pop act B.A.P as the winner of Best Korea Act at the 2014 MTV EMA, one of the biggest global music events of the year that celebrates the hottest artists from around the world. 525 more words

News

[Press Release] B.A.P Voted as The Best Kores Act at 2014 MTV EMA

SINGAPORE, 23 OCTOBER 2014 – MTV has today revealed K-pop act B.A.P as the winner of Best Korea Act at the 2014 MTV EMA, one of the biggest global music events of the year that celebrates the hottest artists from around the world. 428 more words

Press

“Love you Like you” BangMyung #3

Love You Like You

Bang Yongguk x Kim Myungsoo

By::: I_BG

และแล้วในที่สุดรุ่นพี่นักบาสสุดหล่อของมหาลัยที่สาวๆหลายคนต่างก็หมายปองอยากจะได้เป็นแฟนก็ตกลงปลงใจคบกับรุ่นน้องคิม มยองซู ตากล้องมือโปรฯฉายา KMSLของคณะวารสารฯ

ทุกคนต่างก็พากันจับกลุ่มพูดคุยเม้ามอยถึงเรื่องนี้กันอย่างสนุกปาก เพราะไม่เคยมีใครรู้ที่มาที่ไปของเรื่องราวทั้งสองคนมาก่อนเลย

ตั้งแต่ยงกุกเลิกกับฮิมชานไป ก็ไม่มีท่าทีว่าจะสนใจใครเป็นพิเศษ แล้วมยองซูเองก็ไม่ได้รู้จักมักจี่กับยงกุกมาก่อน

แค่คุยกันสักครั้งก็ยังไม่เคย

แล้วนี่…….มันหมายความว่ายังไง อยู่ๆทั้งสองคนก็เป็นแฟนกัน!!!

“เฮ้ยยยยยแก แกรู้เรื่องรุ่นพี่ยงกุกกับมยองซูแล้วใช่ป่ะ” หญิงสาวคนหนึ่งจีบปากจีบคอพูดขึ้นในกลุ่มเพื่อนที่นั่งจับกลุ่มกันนินทาชาวบ้านอยู่ใต้ตึกเรียน

“เออดิ นี่ฉันยังงงอยู่เลย มาคบกันได้ยังไงอ่ะ” อีกคนพูดเสริมขึ้น

“ใช่ๆๆ ไม่รู้ไปแอบจีบกันตอนไหน” อีกคน

“อยู่ๆก็เป็นแฟนกันซะงั้น” และอีกคน

“เสียดายอ่ะ รุ่นพี่ยงกุกของฉัน ฮรือออออออ” ปิดท้ายด้วยอีกคน

พร้อมกับเสียงกรีดร้องโอดครวญของชะนีผู้สิ้นหวังทั้งหลายกับการสูญเสียชายผู้เป็นที่หมายปองไป

เรื่องนี้จะไม่กลายเป็นกอสซิปสตาร์เลยถ้าหากวันนี้ทั้งสองคนไม่ได้มามหาลัยพร้อมกัน

บีเอ็มดับเบิ้ลยูสปอร์ตสีดำเปิดประทุนขับเคลื่อนผ่านถนนตามตึกคณะเรียนมาด้วยความเร็วที่ไม่มากนัก ชายหนุ่มใบหน้าหล่อคม ผมสั้นถูกเซ็ตให้ตั้งดูเข้ากับรูปหน้า สายตาดุดันถูกซ่อนไว้ใต้แว่นตาแบรนด์เนมสีดำ มือหนึ่งจับพวงมาลัยรถไว้เพื่อบังคับทิศทาง ส่วนอีกมือกอบกุมมือขาวไว้บนตัก

ส่วนคนที่นั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถของนักบาสฯสุดหล่อวันนี้คงเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากคิมมยองซู ที่เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ จนลักยิ้มบนแก้มใสบุ๋มลึกลงไป ใบหน้าใสถูกแต่งแต้มไปด้วยสีชมพู

เขากำลังเขินอายกับสิ่งที่ร่างสูงกำลังทำโดยไม่แคร์สายตาคนมอง

“ไม่ต้องจับก็ได้นี่ เมื่อคืนยังไม่พอหรือไงฮะ”

“ยังไม่พอ และก็ไม่เคยพอด้วย”

ว่าแล้วก็หันมายิ้มโชว์เหงือก ยักคิ้วหลิ่วตาให้อีกคนเขินจนหน้าร้อนฉ่า

“บ้าน่าพี่ยงกุก” มือขาวพยายามบิดออกจากการกอบกุมของมือหนา มยองซูเขินจนทำตัวไม่ถูกเอาแต่นั่งก้มหน้าบิดม้วนเขินอายอยู่กับตัวเอง จนคนมองรู้สึกหมั่นเขี้ยว

ทำไมแฟนบังยงกุกน่ารักอย่างนี้นะ

เอี้ยด!!!

รถยนต์คันหรูถูกหยุดลงเมื่อมาถึงที่หมาย ทุกสายตาที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างพากันเพ่งมองมายังรถยนต์เป้าหมาย จนคนที่อยู่บนรถถึงกับรู้สึกอึดอัดจนแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมา

“ทำไมต้องมองแบบนี้ด้วยนะ ไม่ชอบเลย”

“อึดอัดเหรอ”

“นิดหน่อยฮะ”

มยองซูยังคงก้มหน้าง้ำงอพูดงึมงำ ไม่ยอมมองหน้าอีกฝ่าย จนกระทั่งหลังคารถบีเอ็มดรับเบิ้ลยูเปิดประทุนสีดำค่อยๆเลื่อนขึ้นจากด้านหลังมายังด้านหน้าจนปิดสนิท

ทั้งสองนั่งอยู่ในรถโดยที่ทุกสายตาไม่สามารถมองเห็นได้อีกแล้ว มีแค่ยงกุกกับมยองซูที่มองเห็นกันและกัน

“ไม่เห็นต้องสนเลย” มือหนาเอื้อมไปคลอนหัวเล็กเบาๆ “ไปกันเถอะพี่จะไปส่งที่คณะ” ยงกุกบอกกับมยองซูก่อนจะคว้าเอาสัมภาระแล้วลงจากรถเดินอ้อมไปเปิดประตูอีกฝั่งให้กับคนน่ารักของเขา

มยองซูเดินลงจากรถด้วยสีหน้าติดบึ้งตึงหน่อยๆ เพราะยังอารมณ์ไม่ค่อยดี เมื่อยังคงมีสายตาที่ส่งความรู้สึกหลากหลายมายังเขา ร่างสูงจับจูงมือนิ่มมาตามทางเดินของตึกเรียนโดยที่ไม่มีบทสนทนาใดๆอีกเลย เพราะมยองซูเอาแต่เงียบ เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีให้คนรักรู้สึกดีขึ้น เพราะนี่ก็เพิ่งเริ่มคบกันใหม่ๆ ยังไม่รู้จักนิสัยใจคอกันดีพอ ยงกุกได้แต่คิดหาวิธีทำให้มยองซูอารมณ์ดีขึ้นมาตลอดทาง จนกระทั่งมาถึงห้องเรียน

“เลิกเรียนแล้วไปเจอกันที่สนามบาสฯนะ โอเคมั้ยครับ” เขาหมุนตัวกลับมามองหน้าคนรักทั้งๆที่มือก็ยังกอบกุมกันอยู่

“ฮะ”

คนหน้างอแค่ตอบรับไปแม้แต่หน้าก็ยังไม่ยอมมองกัน มันช่างขัดใจยงกุกเสียเหลือเกิน

“ตั้งใจเรียนนะ คนดีของผม”

เพียงแค่คำว่า ตั้งใจเรียนนะ ก็คงไม่ได้มีผลทำให้มยองซูกลับมาอารมณ์ดีได้หรอก แต่ทว่าคำว่า คนดีของผม กลับมีผลต่อการเต้นของหัวใจดวงน้อยดวงนี้เป็นอย่างมาก มันเริ่มเต้นแรงผิดจากปกติ แล้วยังจูบนุ่มนวลบนกลุ่มผมนิ่มอีก ก้อนเนื้อที่อยู่ในอกด้านซ้ายมันเหมือนกำลังขยายขนาดพองโตจนแทบจะระเบิดออกมานอกอกอยู่แล้ว

ยงกุกกุ้มลงสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆจากลุ่มผมนิ่มก่อนฝังจมูกลงไปบนหัวกลมๆแล้วค่อยเลื่อนเปลี่ยนตำแหน่งมาที่หน้าผากมน จูบซับแผ่วเบาแล้วบอกลาอีกฝ่ายอย่างอ้อยอิ่ง

ยังไม่อยากจะห่างกันตอนนี้เลย แต่ด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละคน เรื่องเรียนก็เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน คิดได้อย่างนั้นแล้วจึงตัดใจปล่อยมือนุ่มนิ่มลงแล้วหันหลังเดินกลับไปตามทางเดิม เพื่อไปยังห้องเรียนของตัวเอง ปล่อยให้มยองซูยืนนิ่งตัวแข็งทื่อมองแผ่นหลังกว้างเดินจากไป ทั้งรู้สึกมีความสุขในหัวใจ ทั้งเขินอายที่ผู้ชายคนนี้จูบเขาต่อหน้าสารธารณะชนโดยไม่แคร์สิ่งอื่นใด เขาทำตัวไม่ถูกอีกแล้ว ใครก็ได้ช่วยคิมมยองซูที เสียงน้อยๆได้แต่ร่ำร้องในใจ

“มยองซู!!!!!”

เสียงจากนางฟ้าตนใดกัน?? มาช่วยมยองซูได้ทันเวลาพอดี

ร่างแข็งทื่อสะดุ้งสุดตัวเมื่อหลุดออกมาจากภวังค์ได้

“ว่าไงซองจง”

“เอ้า!! งง…งง…….ไหวไหมนั่น” ร่างเล็กแซวเล่นพร้อมกับหัวเราะคิกคักให้กับท่าทีงวยงงเหมือนคนเพิ่งตื่นนอนของเพื่อน

“ไม่ต้องมาแซวเลยนะ รีบเข้าเรียนได้แล้ว”

ถูกแหย่หน่อยถึงกับหน้าขึ้นสี มือขาวตีเข้าให้ที่ต้นแขนเล็กเป็นการแก้เขิน ก่อนจะเดินสะบัดตูดงอนๆเข้าห้องเรียนไป

“ทีอย่างนี้มาทำเป็นรีบ ฮ่าๆ” ซองจงหัวเราะให้กับความน่ารักของมยองซูแล้วก็เดินตามเข้าไปในห้องติดๆ

ช่วงเวลาที่แสงแดดสาดส่องสว่างและร้อนแรงที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นช่วงเที่ยงๆแดดเปรี้ยงอย่างนี้ นักศึกษาทั้งชายหญิงต่างพากันนั่งจับกลุ่มกันอยู่ตามใต้ตึกของคณะหรือไม่ก็โต๊ะใต้ร่มไม้ใหญ่ หรือถ้าจะให้เย็นสบายหน่อยก็คงหนีไม่พ้นห้องสมุดกับแคนทีน ที่มีเครื่องปรับอากาศเปิดทำความเย็นให้รู้สึกเย็นฉ่ำไปจนถึงขั้วปอด แต่ทว่ามยองซูกับซองจงกลับเลือกที่จะนั่งอยู่ที่โต๊ะประจำของพวกเขา โดยมีรุ่นพี่โฮวอนเป็นผู้ร่วมกลุ่มอีกคน ต่อให้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาอีกก็ใช่ว่าบทสนาจะเพิ่มตามไปด้วย มันกลับดูเงียบสงัดผิดปกติ จนมยองซูที่ดูเหมือนจะเป็นส่วนเกิน ณ จุดนี้ได้เอ่ยขึ้น

“งอนอะไรกันมาอีก”

“เปล่าซะหน่อย” ร่างเล็กแทรกขึ้นทันทีเพราะเกรงว่าคนที่นั่งข้างๆจะชิงตอบก่อน แล้วคำตอบนั้นก็คงตรงกันข้ามกับที่เขาตอบเป็นแน่ ปากก็บอกว่าไม่มีอะไรๆ แค่ดูสีหน้าก็รู้แล้วว่ากำลังโกหก

“ทะเลาะกันเหรอฮะพี่โฮวอน” เมื่อถามอีกคนไม่ได้ความก็หันไปถามต้นเหตุเลยแล้วกัน จะเป็นใครไปไม่ได้ที่จะทำให้ซองจงงอนจนหน้าหงิกแบบนี้นอกเสียจากรุ่นพี่หน้าหมีอีโฮวอนคนนี้

“ก็เมื่อคืนน่ะสิ ซองจงหาว่าพี่ไปมั่วกับมีฮยอนก่อนจะมาหาที่คลับ พี่อธิบายยังไงก็ไม่ฟัง นี่จะเป็นบ้าอยู่แล้วนะ” โฮวอนระบายความอึดอัดในใจออกมาพร้อมกับสาเหตุที่ทำให้ซองจงงอนเขา มือหนาสองข้างยกขึ้นทึ้งหัวตัวเองด้วยความเครียด ตามง้อกันตั้งแต่เมื่อคืน ทำยังไงก็ไม่หายงอนสักที แม้แต่ตอนอยู่บนเตียงก็ยังงอนไม่เลิก

“ซองจง นายก็ควรฟังพี่เขาบ้างสิ ไม่ใช่เอาแต่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็น” มยองซูต่อว่า

“ไม่ต้องไปเข้าข้างคนอื่นเลยนะ นายยังเป็นเพื่อนฉันอยู่หรือเปล่ามยองซู”

“ฉันไม่ได้เข้าข้างใครทั้งนั้น เพราะเมื่อคืนฉันเห็นยัยมีฮยอนผมบลอนอะไรนั่นไปกับผู้ชายอีกคนต่างหากล่ะ”

ก่อนที่โฮวอนจะเข้ามาในคลับ เขาเหลือบไปเห็นหญิงสาวผมบลอนคนนั้นถูกชายหนุ่มลากเข้าไปตรงมุมทางเดินเข้าห้องน้ำ แล้วโฮวอนก็เดินเข้ามาตรงทางเข้าข้างหน้าพอดี

“ซองจงอ่า พี่บอกแล้วไงว่าพี่ไม่ได้ยุ่งกับมีฮยอนแล้ว” มือเรียวเล็กถูกอีกคนกุมไว้เป็นการอ้อนวอน

“จริงเหรอมยองซู”

“นี่นายยังเห็นว่าฉันเป็นเพื่อนอยู่หรือเปล่าล่ะ” มยองซูย้อนถามกลับเมื่ออีกคนทำท่าเหมือนจะไม่เชื่อ เพื่อนกันเขาไม่โกหกกันหรอก

มยองซูมองหน้าซองจงอย่างผู้มีชัย ก่อนจะหันไปหารุ่นพี่โฮวอน

“ผมไม่ได้อยากจะช่วยนะ ผมแค่พูดตามที่เห็น แต่ถ้าเมื่อไหร่พี่ทำซองจงเจ็บ ผมไม่ปล่อยพี่ไว้แน่” มยองซูทิ้งท้ายให้กับคู่รักสงครามเย็นก่อนจะหันมาสนใจมือถือที่ส่งเสียงร้องจากกระเป๋าเป้ใบใหญ่แล้วเดินออกไปรับโทรศัพท์อยู่ห่างๆ ปล่อยให้สองคนที่เหลือปรับความเข้าใจกันเอง

“พี่ก็รู้ว่าผมไม่ชอบแม่นั่น” ซองจงเริ่มเปิดฉากก่อนทันทีที่มยองซูลุกออกจากโต๊ะ

“พี่รู้ซองจง พี่เลิกยุ่งกับหล่อนไปนานแล้ว เชื่อใจพี่สักทีเถอะ” เมื่อไหร่จะยอมเชื่อใจกันสักที เรื่องมันก็ผ่านมาเป็นปีแล้วยังจะเอามาเป็นปัญหาไม่เลิก สายตาอ้อนวอนอย่างกับลูกหมาตัวน้อยถูกส่งมายังคนตรงหน้า

“อืม…..หายงอนแล้วก็ได้ แต่คืนนี้ต้องดูหนังผีเป็นเพื่อนนะ” คนขี้งอนพยักหน้าตอบบอกให้รู้ว่าหายโกรธแล้ว แต่ก็ยังมีข้อแม้ตามมานิดหน่อย ซึ่งนั่นก็ทำให้โฮวอนถึงกับถลึงตาโตเมื่อได้ฟัง

“เอาอีกแล้วเหรอ”

“หรือจะไม่ดูก็ได้นะ ผมจะได้โทรให้คนขับรถที่บ้านมารับ” เห็นท่าทางอิดออดของอีกฝ่ายแล้วก็นึกหมั่นไส้ พอยกโทษให้แล้วมาทำเป็นง๊องแง๊งไม่อยากจะตามใจ เดี๋ยวก็หนีกลับไปนอนบ้านซะเลย

“โอเคๆ จะอยู่ดูเป็นเพื่อนถึงเช้าเลย” สายตาขี้เล่นถูกส่งมายังคนที่รอคำตอบ

“จริงนะ”

“จริงสิ…….แต่อยู่ดูนายนะ ไม่ได้อยู่ดูหนัง ฮ่ะๆ” ว่าแล้วก็หัวเราะตาหยี ปากหยักฉีกกว้างโชว์ฟันขาว พอใจที่ได้แหย่อีกคนให้หน้าขึ้นสี

“พี่โฮวอนเดี๋ยวเถอะ” มือเล็กตีลงบนต้นแขนแกร่งรัวๆระบายความเก้อเขิน

ในขณะที่มยองซูเดินกลับมาที่โต๊ะ ซองจงก็กำลังบิดม้วนมือเล่นผลัดกับตีลงที่ต้นแขนแฟนหนุ่ม เห็นอย่างนี้แล้วคงเคลียร์กันลงตัว จึงไม่ต้องถามต่อให้ยืดยาว

เสียงแหบเล็กเอ่ยบอกคนที่เอาแต่เขินไม่สนใจคนรอบข้าง

“ซองจง ฉันต้องไปสนามบาสนายจะไปด้วยหรือเปล่า”

“ตอนนี้เลยเหรอ” ซองจงถามกลับเสียงอิดออด เพราะยังไม่อยากห่างจากแฟนหนุ่ม

“ตอนนี้แหละ พี่ฮิมชานอยากคุยงานด้วย”

แล้วทำไมฮิมชานถึงได้ไปอยู่ที่สนามบาสล่ะ ทำไมไม่มาคุยกันที่คณะ มยองซูเองก็ยังนึกสงสัย แล้วนี่ยังโทรเรียกกระทันหันอีก สงสัยไปก็เท่านั้นเพราะยังไงก็ต้องไปอยู่ดี

“ไปเถอะ พี่ต้องเข้าเรียนแล้วเหมือนกัน ไว้เจอกันตอนเย็นนะครับคนสวย” โฮวอนบอกลาแฟนหน้าสวยของเขาแล้วก็เดินจากไป แต่ก่อนจะไปยังไม่วายหยิกแก้มใสยืดเล่นก่อนหนึ่งที

สนามบาสเก็ตบอล

“ตามผมมากระทันหันแบบนี้มีอะไรเร่งด่วนหรือเปล่าฮะ”

“ไม่มีอะไรมากหรอก พี่แค่มีเรื่องอยากคุย” ร่างโปร่งเอ่ยตอบเสียงเข้มทั้งที่ยังนั่งไขว่ห้างอยู่ที่เดิม

ด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งยิ่งทำให้คนฟังรู้สึกใจไม่ค่อยดี คงหนีไม่พ้นเรื่องเมื่อคืนสินะ

มยองซูได้แต่คิดแล้วก็สงสัยว่าฮิมชานจะเรียกตัวเองมาทำไม ถ้าไม่มีธุระหรืองานของคณะให้ทำ พอรู้แบบนี้แล้วก็อดที่จะคิดถึงอีกคนไม่ได้

พี่ยงกุกอยู่ไหน รีบมาหาน้องมยองซูที………….

ร่างเพรียวยกนาฬิกาที่ข้อมือขึ้นมาเช็คเวลา แต่ก็ต้องสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจก่อนที่จะได้คิดอะไร

“ไม่ต้องรีบดูเวลาหรอก อีกนานกว่ายงกุกจะเลิกเรียน”

ฮิมชานลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ล้วงมือลงในกระเป๋ากางเกงสีดำ พูดอย่างเป็นต่อ จนคนฟังถึงกับหน้าถอดสี

เรื่องที่เขาคิดไว้มันมันคงไม่ผิดแน่……….หัวใจมันเต้นเร็วผิดปกติ

นี่เขากำลังตื่นเต้นหรือตื่นกลัวกันแน่

“ถ้าไม่ใช่เรื่องงาน แล้วรุ่นพี่มีเรื่องอะไรเหรอฮะ” เป็นซองจงที่เอ่ยถามขัดขึ้นมา

ได้ยินคำถามนี้ ฮิมชานถึงกับแสยะยิ้มมุมปาก หัวเราะหึในลำคอก่อนจะหันไปมองหน้าคนถาม

“ก็จะเรื่องอะไรซะอีกละ……เขาลือกันให้ทั่วทั้งมหาลัย!!” เขาหันไปมองหน้าซองจงชัดๆ พร้อมกับขยิบตาให้หนึ่งทีเป็นการบอกให้อีกคนรู้ว่าไม่ได้มีอะไรน่ากลัวหรอก แค่อยากจะลองใจมยองซูว่าจะรับกับบททดสอบอันร้ายกาจนี้จากเขาได้มากแค่ไหน

ก็อย่างที่รู้ๆกันว่า ฮิมชานหวงยงกุกมากขนาดไหน ต่อให้จะเป็นแค่แฟนเก่า แต่เขาก็ยังมีสิทธิ์ที่จะดูแลและคอยเป็นห่วงยงกุกในฐานะเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ถ้ามยองซูคิดจะจริงจังกับยงกุกจริงๆล่ะก็ ฮิมชานจะไม่เข้ามายุ่งอีกเลย แต่ต้องผ่านบททดสอบของเขาไปให้ได้เสียก่อน

หวังว่าคงไม่เผ่นแล่บเหมือนกับสาวๆพวกนั้นนะมยองซู

ใบหน้าเรียวขาวเริ่มตีหน้านิ่ง หันกลับมามองมยองซูที่เอาแต่ยืนนิ่งอยู่กับที่ ทำตาเลิ่กลั่กระคนตื่นกลัว

“นายคิดจะคบกับยงกุกจริงๆเหรอ”

ทั้งสองยืนประจันหน้ากันอยู่ข้างสนามบาสกลางโรงยิมขนาดใหญ่ บรรยากาศมาคุเริ่มก่อตัวขึ้นทีละนิด เมื่อไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไร

“ฉันถามไม่ได้ยินหรือยังไง!!” ฮิมชานเริ่มตีบทแตกอีกครั้งด้วยการขึ้นเสียงกับคนตรงหน้า

ก็เล่นบทนี้มาไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแล้ว จะเล่นดีจนได้ตุ๊กตาทองก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับรุ่นพี่เหรอฮะ เลิกกันไปแล้วไม่ใช่เหรอ” มยองซูรวบรวมสติทั้งหมดที่มีกลั้นใจตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่ต่างจากคนถาม ทำเอาคนที่คอยเฝ้ามองอยู่ข้างๆถึงกับตกใจที่เห็นมยองซูมีท่าทีเหมือนกัลกำลังจะปีนเกลียวรุ่นพี่

“มยองซู” ซองจงที่ยืนอยู่ข้างๆ อดไม่ไหวที่จะสะกิดเรียกเตือนสติเพื่อนให้รู้สึกตัว ก่อนที่จะพูดอะไรไม่ดีออกไป เพราะเขาเองก็รู้นิสัยของมยองซูดี ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิด อย่าหวังว่ามยองซูจะยอมให้ง่ายๆ

“ไม่ต้องซองจง ปล่อยให้พูดออกมา”

ฮิมชานบอกให้ซองจงหยุดการกระทำนั้นแล้วปล่อยให้มยองซูพูดออกมาให้หมดเท่าที่อยากจะพูด เขาจะได้รู้ไปเลยว่าคนตรงหน้านี้ คนที่จะมาเป็นแฟนของบังยงกุกคนต่อไป จะแน่สักแค่ไหน

“รุ่นพี่ก็มีแฟนอยู่แล้ว ยังจะมาหวงพี่ยงกุกอีกทำไม ไม่เกรงใจน้องเขาบ้างเหรอฮะ”

หนึ่งล่ะมยองซูมีความเกรงใจ ให้เกรียติแฟน

“หึหึ………แล้วไง”

ฮิมชานยังคงท้าทายไม่เลิก จนทั้งสองคนที่ยืนอยู่ห่างๆถึงกับทำตัวไม่ถูก คอยลุ้นอยู่ตลอดเวลาว่าฝั่งไหนจะหมดความอดทนลงก่อน

“ก็ไม่แล้วไงหรอกฮะ ผมสงสารน้องเขา ที่ต้องมาทนดูแฟนตัวเองตามหึงหวงแฟนคนอื่นแบบนี้”

สอง……ขี้สงสาร เข้าใจความรู้สึกของคนอื่น แอบด่ากูด้วยป่ะเนี่ย แต่ช่างเถอะ

“สงสาร……ก็เลิกยุ่งกับยงกุกซะสิ” ฮิมชานยื่นหน้าเข้าไปใกล้มยองซูก่อนจะกัดฟันกร่อดๆพูดช้าๆชัดๆให้คนฟังได้ยินเต็มสองรูหู

“ไม่ เลิก” มยองซูสวนกลับทันทีที่ได้ยิน

และสาม……ร้ายกาจที่สุด เอายงกุกอยู่แน่ๆ

ผ่าน!!!!

มยองซูปฏิเสธที่จะทำในสิ่งที่รุ่นพี่บอก เขาชอบยงกุกมานานแล้ว และกว่าจะได้มาเป็นแฟนกัน รู้บ้างหรือเปล่าว่าเขาต้องต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเองมามากแค่ไหน จะให้มาเลิกกันเพียงเพราะใครบางคนมาออกคำสั่งง่ายๆแบบนี้ฝันไปเถอะ

“นายแน่มากนะคิมมยองซู”

“ก็ไม่เท่าไหร่หรอกฮะรุ่นพี่คิมฮิมชาน”

ทั้งสองต่างก็แสดงสีหน้าเปรี้ยวตีนกวนส้นใส่กัน จนคนติดตามของทั้งสองฝั่งต้องมาลูบหลังลูบไหล่ให้อารมณ์เย็นลงทั้งคู่ แต่…………………….

“ไม่ต้องมายุ่ง!!!”

ทั้งสองตะคอกใส่คนข้างๆพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายเมื่ออารมณ์เริ่มเดือดพล่าน จนคนที่ถูกตวาดถึงกับถอยหลังออกห่างโดยอัตโนมัติ

“เรื่องใหญ่แล้วล่ะน้องชาย” ซองจงหันไปบอกอีกคนที่ยืนทำตัวไม่ถูกอยู่ข้างๆเพราะไม่รู้จะห้ามยังไง ไหนพี่ฮิมชานบอกว่าจะไม่รุนแรงไงล่ะ ไหงเป็นงี้ไปได้

มือเรียวสวยควานหาของบางอย่างในกระเป๋าเป้ใบใหญ่ของมยองซู ก่อนจะกดส่งข้อความไปหาบุคคลที่เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ให้รีบมาแยกแฟนเก่าและแฟนใหม่ออกจากกันให้ทันเวลาก่อนที่เขาจะเอาไม่อยู่

“รุ่นพี่ต่างหากที่ควรจะเลิกยุ่งกับพี่ยงกุกสักที ปล่อยให้เขาได้ทำตามใจตัวเองบ้างเถอะฮะ” มยองซูพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลงกว่าเดิม เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองเริ่มทำตัวไม่เหมาะสม แต่ก็ยังแอบจิกกัดด้วยคำพูดเบาๆ

“ก็ถ้านายดีจริง ฉันคงไม่เข้ามายุ่งหรอก”

“แล้วผมไม่ดีตรงไหน”

ฮิมชานอยากจะบอกเหลือเกินว่า……มันดีหมดทุกอย่างนั้นแหละ ยกเว้นไอ้ที่มายืนขึ้นเสียงใส่กูนี่แหละที่มันไม่ดี แต่เขาเองก็รู้อยู่แก่ใจว่ารุ่นน้องที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นแบบนี้ก็เพราะตัวเองทั้งนั้นจึงได้แต่ข่มอารมณ์เอาไว้

“นายก็ใช่ว่าจะหน้าตาแย่ ฐานะทางบ้านก็ดี การเรียนก็ดี มีเหรอที่จะไม่มีหนุ่มๆมาตามจีบ แอบหมกเม็ดไว้หรือเปล่าใครจะไปรู้”

“ถ้าอย่างนั้นพี่ก็ควรจะไปถามพี่ยงกุกเองก็แล้วกันว่าผมได้ไปแอบ “หมกเม็ด” กับใครหรือเปล่า”

มยองซูชักจะอดทนไม่ไหวแล้วนะ ทั้งๆที่พยายามใจเย็นแล้ว แต่อีกคนกลับพูดจาดูถูกกันแบบนี้ ต่อให้เขาจะหน้าตาดีมีคนมาตามจีบอยู่ไม่ขาด แต่ก็ใช่ว่าจะทำตัวมั่วแอบคั่วใครต่อใครไปพร้อมๆกัน

ในขณะที่เขากำลังขึ้นเสียงใส่รุ่นพี่ตากลมโตก็เหลือบไปเห็นคนที่กำลังเดินเข้ามาด้วยท่าทีเรียบเฉย ไม่ได้สะทกสะท้านกับเหตุการณ์ที่เห็นตรงหน้าเลยสักนิด

มยองซูอยากจะเดินเข้าไปถามเหลือเกินว่าเป็นห่วงกันบ้างไหม

ฮิมชานไม่ได้โง่และอ่อนต่อโลกถึงกับจะไม่รู้ว่าเรื่องที่มยองซูกำลังพูดหมายถึงอะไร แต่ที่เขากำลังทำหน้าตาตื่นอยู่แบบนี้ก็เพราะอีกคนบอกให้เขาไปถามยงกุกนี่สิ มันหมายความว่ายังไง

นี่อย่าบอกนะว่า…….ยงกุก กับ มยองซู………..

โอเอ็มจี!! พวกแก…….ฟีทเจอร์ริ่งกันเรียบร้อยแล้วสินะ

ฮิมชานหันกลับไปมองหน้าคนที่เพิ่งมาถึงด้วยสีหน้าที่ไม่เข้าใจนัก

“ยงกุก นี่นายสองคนมีอะไรกันแล้วสินะ”

ยังไม่ทันที่ร่างสูงจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ฮิมชานก็ยิงคำถามใส่ทันที ไม่ได้อายฟ้าดินเลยสักนิดกับสิ่งที่ถามออกมา อย่างน้อยก็อายน้องมันบ้างเถอะ มันคือผู้เสียหายในกรณีการหมกเม็ดครั้งนี้นะเว้ยเฮ้ย!!!

“ฮิมชานใจเย็นหน่อยสิ” ร่างสูงเริ่มปรามคนตรงหน้าที่คาดคั้นจะเอาคำตอบจากเขาด้วยการเขย่าแขนไม่หยุด

“ก็บอกมาสิว่า ใช่ หรือไม่ใช่” ฮิมชานหยุดการกระทำดังกล่าวแล้วยืนนิ่งกอดอกรอคำตอบ

“อืม…..ก็เมื่อคืนนั่นแหละ” ก่อนที่จะตอบยงกุกยังหันไปมองหน้ามยองซูก่อนเพื่อขอความเห็น แต่ทว่ามยองซูกลับเสหน้ามองไปทางอื่น เหมือนไม่พอใจที่เห็นเขากำลังตามใจแฟนเก่าจนออกนอกหน้า

“โอ่ยยยยย บ้าไปแล้ว มันไม่เร็วเกินไปหน่อยเหรอ”

มือเรียวตีเข้ากับหน้าฝากมนด้วยความเหนื่อยใจ ฮิมชานแทบจะเป็นลมเมื่อได้ยินคำตอบจากปากยงกุก เมื่อเทียบกับตอนที่คบกับเขาแล้ว มันเร็วเกินไปจริงๆ นึกถึงแล้วน้ำตาก็พาลจะไหล ไหนบอกเคยรักนักรักหนา แต่คงรักไม่เท่าเด็กคนนี้สินะ #ร้องไห้แป๊บ

“ไม่มีอะไรช้าหรือเร็วหรอกฮิมชาน ฉันแค่ทำตามความรู้สึก”

ต่อให้ฮิมชานจะยุ่งวุ่นวายเรื่องของเขากับคนอื่นมากแค่ไหน ก้าวก่ายมากเท่าไหร่ เขาก็ไม่เคยต่อว่า แต่สำหรับมยองซู เขาจะไม่ยอมอ่อนให้เด็ดขาด เพราะมยองซูไม่เหมือนคนอื่น ทั้งน่ารัก น่าถนุถนอม ทุกครั้งที่ไม่ได้เจอมันทำให้รู้สึกโหยหา และทุกครั้งที่เห็นหน้ามันยิ่งทำให้หิวกระหาย อยากเป็นเจ้าของอยากครอบครองคนๆนี้ มือหนาลูบศรีษะมนแผ่วเบาเป็นการปลอบใจก่อนจะเดินไปหาคนรักของตัวเอง

“มยองซูเป็นแฟนฉันแล้ว ทุกคนได้ยินชัดแล้วใช่ไหม” ไหล่บางถูกแขนแกร่งโอบกอดไว้ ออกแรงบีบเบาๆเป็นการปลอบประโลมใจให้คนในอ้อมกอดรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น และเชื่อใจเชามากขึ้น

ฉันอยู่ข้างๆนายแล้วนี่ไงมยองซู

“เฮ้อ นึกว่าจะได้วางมวยกันซะแล้ว”

ซองจงถอนหายใจทิ้งแรงๆด้วยความเหนื่อยใจที่ลุ้นจนตัวโก่ง ใจแทบจะขาด จะวิ่งเข้าไปห้ามก็ไม่ได้ เพราะกลัวจะโดนตวาดกลับมาอีก ได้แต่ภาวนาว่าให้ตัวต้นเหตุมาให้ทันเวลา และแล้วโชคก็เข้าข้างเขา

“มยองซู” เสียงเรียบนิ่งเอ่ยเรียกคนที่กำลังจะเดินจากไป ทำให้เจ้าของชื่อต้องหยุดเดินแล้วหันกลับมามองยังต้นเสียง

“ฝากดูแลยงกุกด้วยนะ” หมดหน้าที่ของเขาแล้วล่ะ เห็นแฟนเก่าได้คนรักใหม่ที่ดีเขาก็หายห่วง

คนที่ยืนอยู่เคียงข้างร่างสูงเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ ทั้งร่างกายและหัวใจ ไม่ใช่คนที่อยู่ในฐานะเพื่อนสนิทอย่างเขาอีกต่อไป

“ฮะ รุ่นพี่” มยองซูพยักหน้าตอบรับเบาๆ แล้วเดินออกจากโรงยิมไปพร้อมกับยงกุกและซองจง ปล่อยให้ฮิมชานอยู่กับแฟนหนุ่มรุ่นน้องตามลำพัง

“พี่ฮิมชาน……ไม่เป็นไรนะฮะ” เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา รูปร่างสมส่วนเดินเข้ามาดึงร่างโปร่งเข้าไปกอดปลอบทันทีที่ลับสายตาคนทั้งสาม

“ฮรึก…พี่ไม่เป็นไร…..นาย….ไม่โกรธพี่นะ” ฮิมชานสะอื้นไห้อยู่ในอ้อมอกแกร่งที่แสนอบอุ่น พร้อมกับเอ่ยถามด้วยความรู้สึกผิดเมื่อนึกถึงสิ่งที่มยองซูพูด

“ไม่ฮะ ผมเข้าใจ”

เด็กหนุ่มรู้ว่าคนรักของตัวเองกำลังเสียใจที่สูญเสียของรักให้กับคนอื่นไป แต่อีกไม่นาน คนในอ้อมเขาก็จะดีขึ้น เพราะมันเป็นแค่เพียงอาการของคนหวงของเท่านั้นเอง…….เขาเข้าใจดี

จูบอ่อนโยนถูกจุมพิตลงกลางหน้าผากมนแทนคำปลอบประโลม

ฮิมชายเงยหน้าขึ้นมองคนรักที่ชอบทำนิสัยเหมือนเป็นผู้ใหญ่จนเกินตัวด้วยสายตาออดอ้อน แล้วก็กลับลงไปซุกที่อกอุ่นอีกครั้งพร้อมกับกระชับอ้อมกอดให้แน่นกว่าเดิม

ก็เป็นอย่างนี่สินะเขาถึงได้รักนักรักหนา…………และรักมากกว่าบัง ยงกุก

ในที่สุดแล้วมยองซูก็ผ่านด่านทดสอบจากแฟนเก่ามาได้ ยงกุกพามยองซูออกมาจากโรงยิมพร้อมกับที่มีซองจงเดินตามมาห่างๆ เพราะไม่อยากจะเข้าไปเป็นก้างขวางคอคู่รักสะท้านวงการเซเลบมหาลัย

ร่างเล็กจึงเลือกที่จะทิ้งระยะห่างเดินทิ้งท้ายอยู่ข้างหลังจะดีกว่า

ชายร่างสูงสมส่วน กับหนุ่มร่างเพรียวที่แลดูตัวเล็กลงเมื่อยู่ในอ้อมกอดของอีกฝ่าย ทั้งสองคนดูเหมาะสมกันดี มือหนาที่กระชับไหล่บางเอาไว้ ยิ่งทำให้คนมองรับรู้ได้ถึงความห่วงใยที่มีให้กัน

รุ่นพี่บังยงกุกเป็นผู้ชายตรงๆ ออกแนวห่ามๆนิดหน่อย ภาพลักษณ์ภายนอกจึงดูเหมือนแบดบอย ส่วนมยองซูเองก็เป็นเอาแต่ใจ อยากได้อะไรก็ต้องได้ พูดจาตรงไปตรงมาไม่ค่อยไว้หน้าใครสักเท่าไหร่ ถ้าเกิดว่าสักวันหนึ่งสองคนนี้เกิดมีปัญหากันขึ้นมาจริงๆ เขาเองก็อดที่จะห่วงไม่ได้

แต่นี่มันเพิ่งจะเริ่มต้นเองนะ แล้วจะไปคิดถึงเรื่องบ้าๆพวกนี้ทำไมกัน

ซองจงสะบัดหัวไล่ความคิดไม่เข้าท่าออกจากสมองก่อนจะกลับมาสนใจสองร่างข้างหน้าต่อ

ยงกุกพามยองซูมานั่งที่หน้าตึกคณะก่อนจะฝากฝังซองจงให้ช่วยดูแล เพราะดูจากอาการของมยองซูแล้วท่าจะไม่ค่อยดีนัก ตลอดทางที่เดินมามยองซูยังไม่ยอมเปิดปากพูดอะไรสักคำ ทำตัวเหมือนคนไร้วิญญาณพาไปทางไหนก็ไป ดวงตาเลื่อนลอยเหมือนกำลังคิดอะไรหลายอย่างอยู่ในหัว เห็นแล้วก็น่าเป็นห่วงจนอยากจะโดดเรียนมานั่งดูแล แต่ทว่ามยองซูเองคงไม่ต้องการ

“ไปเรียนเถอะฮะ ผมอยากอยู่คนเดียวสักพัก”

มยองซูเอ่ยบอกคนรักที่ทำท่าอึกอักเหมือนจะพูดอะไร แต่ก็ไม่ยอมพูด เห็นแล้วมันน่าหงุดหงิด เขาจึงขอเวลาอยู่กับตัวเองสักพัก เพื่อสงบสติอารมณ์ให้เย็นลงก่อนที่จะได้คุยกัน

“อืม อย่าคิดมากล่ะ” ยงกุกบอกก่อนไป

ทันทีที่ร่างสูงเดินจากไปซองจงก็พุ่งเข้าเสียบที่นั่งด้านข้างมยองซูทันที

“ไหวแน่นะมยองซู” ซองจงถามคนที่เอาแต่นั่งนิ่งไม่ยอมพูดอะไรด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ไหวก็ต้องไหว แต่ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไม…..พี่ยงกุกถึงได้อ่อนโยนกับรุ่นพี่ฮิมชานขนาดนั้น”

ทั้งๆที่เลิกกันไปนานแล้ว แต่ทำไมเขาถึงยังรับรู้ได้ถึงความห่วงใยที่มันยังหลงเหลืออยู่ระหว่างสองคนนั้นอีก

“คนเคยรักกันมาก่อน มันก็ต้องห่วงกันเป็นเรื่องธรรมดา นี่อย่าบอกนะว่าหึงจนหน้ามืด”

ซองจงจ้องหน้าเพื่อนเพื่อจับผิด ปกติแล้วมยองซูไม่ได้สนหรอกว่าฮิมชานจะร้ายใส่สักแค่ไหน แต่ทำไมวันนี้เพื่อนของเขาดูเปลี่ยนไป

“ก็เออน่ะสิ แฟนใคร ใครก็หวงทั้งแหละ” มยองซูทำปากยู่ถลึงตาใส่เมื่อถูกเพื่อนสนิทจับได้

“แหมทำเป็นหวง พอได้กันแล้วเป็นงี้สินะ โด่วววว” ซองจงอดที่จะแซวเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ นี่หายไปด้วยกันแค่คืนเดียว พอกลับมาก็กลายเป็นคนละคน มันน่าเอามาล้อไหมล่ะ

“เงียบไปเลย”

คนโดนล้อถึงกับน่าแดง ก้มหน้าหงุดๆซ่อนความอายไว้

“ขอบใจสักคำไม่มีหรอก” ว่าแล้วก็ทวงบุญคุณซะหน่อย ถ้าไม่ใช่เพราะซองจงคนนี้จัดการวางแผนให้ ก็คงไม่มีมยองซูแฟนของยงกุกในวันนี้หรอก

“อะไร ทำไมต้องขอบคุณ” มยองซูถึงกับงงเมื่อได้ยินสิ่งที่ซองจงพูด

“อย่าบอกนะว่ามันเป็นแผนนาย” แต่เมื่อนึกย้อนไปเมื่อคืนตอนที่เขาส่งข้อความบอกให้ซองจงมาช่วยหากล้องที่รถ แต่จู่ๆยงกุกก็โผล่มายืนอยู่ข้างรถของเขา แทนที่จะเป็นเพื่อนตัวดีคนนี้

อย่างนี้เองสินะ ร้ายกาจที่สุดเลยอี ซองจง

“ก็โอกาสมันมาถึงแล้ว จะปล่อยมันไปได้ยังไงล่ะ” ซองจงลอยหน้าลอยตาพูดต่อด้วยความภูมิใจในมันสมองอันชาญฉลาดของตัวเอง “และอีกอย่าง ตอนที่นายไม่อยู่รุ่นพี่ก็เอาแต่พูดถึงนาย” พูดแล้วก็นิ่งเงียบไป สังเกตุท่าทีของอีกฝ่าย

“แล้วไง”

มยองซูถามกลับเสียงเรียบด้วยท่าทีนิ่งเฉย ทั้งที่อยากจะกระโจนเข้าไปบีบคอคนท่าเยอะให้รีบพูดออกมา แต่ก็ต้องรักษาท่าทีเอาไว้ เดี๋ยวจะถูกหาว่าระริกระรี้อยากรู้จนตัวสั่น ทั้งๆที่มันคือความจริงก็ตาม

“รุ่นพี่บอกว่า……………” ตากลมโตเหล่มองอีกคนอย่างชั่งใจ นึกสนุกที่ได้แกล้ง

“ว่า???”

หลุดจนได้สินะมยองซู อยากรู้จนตัวสั่น แต่กลับทำเป็นนิ่งเฉย

“รุ่นพี่ยงกุกสนใจนายมานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสจะได้คุยกับนายสักที ฉันนึกเห็นใจ ก็เลยหยิบยื่นโอกาสดีๆครั้งนี้ให้ ไม่คิดเลยว่ารุ่นพี่จะใช้โอกาสได้คุ้มค่ามหาศาลขนาดนี้”

พูดจบก็ส่งวิ้งค์ให้คนฟังทีหนึ่ง ตามด้วยแสยะยิ้มทำหน้าตากวนๆขี้เล่นใส่

เสียงหัวเราะคิกคักพอใจเปลี่ยนบรรบากาศจากตอนแรกที่ดูอึมครึมเหมือนฟ้ากำลังจะถล่มทลายให้กลายเป็นสดใสเหมือนกำลังวิ่งเล่นอยู่ในทุ่งดอกไม้บานสะพรั่งขึ้นมาทันตา

“พูดจริงเหรือเปล่า” จริงไม่จริงไม่รู้แหละ แต่ตอนนี้มยองซูหน้าแดงเป็นลูกตำลึงเชียวล่ะ

“ไม่เชื่อถามพี่โฮวอนดูก็ได้ นั่นไงมาพอดีเลย”

“นายจะบ้าเหรอ เห็นหน้าอย่างนี้ก็อายเป็นเหมือนกันนะ เงียบไว้เลย” เห็นซองจงกำลังจะอ้าปากถามผู้ร่วมเห็นเหตุการณ์ มยองซูจึงเอื้อมมือไปตะปบปากเล็กไว้

“ไปหาอะไรกินกันเถอะซองจง พี่หิวแล้ว” ร่างหนาที่เพิ่งเดินมาถึงไม่ได้สนใจสถานการณ์รอบข้างเลยสักนิดเพียงแต่เอ่ยชวนคนรักไปหาอะไรกิน เพราะรู้สึกหิวจนตาลายไปหมด

“งั้นฉันไปนะ ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะแฟนรุ่นพี่ยงกุก” ก่อนจะไปก็ยังไม่วายสร้างความเขินอายไว้ให้

“มยองซูฉันลืมบอกไปอย่างหนึ่ง”

“อะไรอีก”

“รถนายราคาแพงก็จริงนะ แต่พื้นที่มันแคบไปหน่อย”

“ย๊าห์!!!!อีซองจง!!”

ซองจงเดินจากไปทันทีที่พูดจบ ไม่ได้สนใจที่จะฟังมยองซูโวยวายสักนิด ทิ้งให้นั่งข่มอารมณ์ขุ่นเคืองเพื่อนปากดีอยู่เพียงลำพัง

รู้ดีไปซะทุกเรื่อง…….นี่ไม่บอกด้วยล่ะ ว่าเห็นท่าไหนมาบ้าง คิดแล้วก็หมั่นไส้ขึ้นมาตะหงิดๆ

Tbc…

Infinite

“Love you Like you” BangMyung #2

Love You Like You

Bang Yongguk x Kim Myungsoo

By::: I_BG

“ซองจงอ่า…….”

เสียงอ่อนละห้อยเหมือนคนสิ้นหวัง ฉุดให้คนที่กำลังนั่งกดมือถืออยู่ต้องละความสนใจในมือแล้วหันมามองที่ต้นเสียงแทน

“อะไรอีก”

ที่ซองจงถามออกไปว่ามีอะไรอีกก็เพราะว่านี่มันไม่ใช่ครั้งแรกที่มยองซูร้องเรียกเขา มันหลายครั้งแล้วนะ และสาเหตุก็คือ เลือกชุดที่จะใส่ไปคืนนี้ไม่ได้ บอกกี่ทีๆแล้วว่าชุดที่ถืออยู่นั่นแหละ โอเคสุดๆแล้ว ก็ไม่เชื่อ ยกขึ้นมาทาบตัวแล้วทาบตัวอีก เดี๋ยวก็ไปหยิบชุดนั้นมาลองชุดนี้มาลอง และก็เรียกให้เขาดูอยู่อย่างนี้เป็นสิบรอบแล้ว 312 more words

Infinite

BAP – 어디니? 뭐하니? Where are you ~ with Indonesian translation

조금은 낯설지만 나 혼자 여기 왔어
jogeumeun natseoljiman na honja yeogi wasseo
행복해 보이는 사람들 속에 있어
haengbokhae boineun saramdeul soge isseo
거리를 걷고 맛있는 것 먹고 443 more words

Song Lyrics

(IMPORT) Kpop Laptop Backpack

IDR 320.000

DETAIL:

Material : Nylon

Size : 45 x 30 x 15 cm 20 more words

Import

Beatrice Velasco - Funeral Arrangements

Betty Velasco’s Wake
WHEN: Friday, October 24, 2014
WHERE:  Desert View Funeral Home
11478 Amargosa Rd, Victorville, CA 92392
TIME: 3PM-8PM

Funeral Details
WHEN: Saturday, Octiber 25, 2014… 39 more words

Bap