Tags » BL

[ FIC บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน : Anemone ]

[ FIC บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน : Anemone ]

 

Pairing : อู๋เออร์ไป๋  x  เซี่ยเหลียนหวน

 

Rating : 18+

 

ออกตัวก่อนว่าเราไม่ใช่สายโอจี้ แถมอยู่สายโชตะอีกต่างหาก แต่งานนี้โดนคนแก่ดาเมจจนคลานมาเขียนฟิคสายโอจี้ครั้งแรก ไม่สมจริงยังไงก็ขออภัยไว้นะก๊ะ / โค้งงามๆ ให้เหล่าด้วงรุ่นพี่

 

———————————————————————

“ อึกกกก “ หนักหัว.. ความรู้สึกแรกที่ตื่นขึ้นมาหลังหมดสติไปนาน สิ่งที่จำได้ก่อนจะหมดสติก็คือสุสานใต้ทะเล… ออกมาได้ยังไงกันนะ? แล้วคนอื่นๆ ล่ะหายไปไหนกันหมด? มือยกขึ้นกุมหัวพลางนวดๆ ขมับอย่างพยายามที่จะทบทวนเรื่องราวจนลืมสภาพแวดล้อมไปเสียสนิท

 

กลิ่นหอมเจือจางที่แตะจมูกเจือกลิ่นบุหรี่ สัมผัสนุ่มลื่นจากผืนผ้าห่ม ร่างกายที่มีบาดแผลไม่น้อยถูกจัดการเสียจนเรียบร้อย เรียกสติให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน ดวงตากวาดมองไปรอบๆ อย่างสงสัยว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? ก่อนจะสะท้านเฮือกกับดวงตาคมกริบที่ซ่อนอยู่ในเงามืด ร่างสูงสง่านั่งไขว่ห้างจับจ้องร่างที่นั่งอยู่บนเตียงนุ่ม

 

“ พ… พี่รอง “ เสียงแหบที่แทบไม่พ้นลำคอหลุดออกมาไม่ต่างจากคนละเมอ ลำคอแห้งเป็นผง เหงื่อเย็นๆ ผุดออกมาอย่างห้ามไม่ได้ คนๆ นี้ช่างน่ากลัวและอันตรายเสียจริงๆ แค่เพียงตาก็สามารถทำให้ตนสะท้านเยือกไปทั้งตัวแล้ว มือกำผ้าห่มแน่น พร่ำบอกกับตัวเองว่าให้ใจเย็นๆ เพราะถึงยังไงก็ไม่น่าจะมีใครล่วงรู้ถึงการสลับตัวของตนกับอู่๋ซันเสิ่งได้

 

“ ตื่นแล้วเหรอเสี่ยวซัน… หรือจะให้เรียกว่าเซี่ยเหลียนหวนดีล่ะ? “ น้ำเสียงนิ่งเรียบไร้อารมณ์ราวผิวทะเลสาปที่นิ่งเรียบแต่ไม่อาจล่วงรู้ถึงภายใต้ทะเลสาบนั้นได้เลยแม้แต่นิด แต่นั่นไม่ต่างจากสายฟ้าที่ฟาดลงมาใส่ร่างเพรียวที่นั่งสั่นอยู่บนเตียงได้เลยซักนิด แม้แต่เส้นเสียงก็ราวจะเป็นอัมพาตไป รวบรวมความกล้าที่เหลืออยู่น้อยนิดปฏิเสธกลับ

 

“ พี่…พี่รองพูดอะไรเนี่ย ผมจะเป็นไอ้อ่อนเซี่ยเหลียนหวนได้ยังไงล่ะ? แค่ผมไม่อยู่บ้านนานไปหน่อยพี่รองถึงกับยัดเยียดผมให้เป็นคนสกุลเซี่ยเลยเหรอ? “ เสียง…ที่พยายามกดไว้ไม่ให้สั่น ถึงแม้จะยากเย็นสักเพียงใด แต่หน้ากากใบนี้ที่เลือกที่จะสวมแล้วก็จะต้องทนสวมมันเอาไว้ตราบจนวันสุดท้าย พร่ำบอกกับตนเองว่าตนคืออู๋ซันเสิ่งไม่ใช่เซี่ยเหลียนหวน ยืนกรานให้ถึงที่สุด!!

“ อย่างนั้นเหรอ…. ถ้านายยืนยันอย่างนั้น… ไหนลองบอกพี่รองคนนี้มาซิว่าก่อนที่นายจะหายหัวออกไปจากบ้านฉันสั่งอะไรแกเอาไว้? “ คำถามที่ทำให้ชาหนึบไปทั้งร่าง มือสั่นจนแทบควบคุมเอาไว้ไม่ได้ ได้แต่จิกต้นขาตนเรียกสติน้อยนิดที่กำลังจะหลุดลอยเพราะความเยียบเย็นน่ากลัวของร่างสูงดุจพญาราชสีห์ตรงหน้า

 

“ หึ… ตอบไม่ได้สินะเซี่ยเหลียนหวน บอกมา… เกิดอะไขึ้นกับเสี่ยวซัน?! “ น้ำเสียงเย็นเจือความเหี้ยมโหดเอ่ยรอดไรฟัน คลื่นใต้น้ำที่ปั่นป่วนท่ามกลางความสงบนิ่ง มือหนากำรอบคอที่มีผ้าพันแผลเอาไว้ ออกแรงกดอย่างไร้ความปราณี ถึงแม้คนเป็นพี่จะรู้เรื่องแล้วก็ตามว่าน้องชายตนถึงแก่ชีวิต แต่ก็ยังอยากรีดเค้นข้อมูลที่มีประโยชน์จากคนที่อยู่ในเหตุการณ์จริงอยู่ดีนั่นเอง!!

 

ร่างเพรียวกว่าสำลักแค่กมือเล็กกว่าพยายามแกะมือหนาที่กุมรอบคอตนออกหากแต่ไม้ซีกหรือจะงัดกับไม้ซุงได้ ดวงตาเบิกกว้างทั้งตกใจ ทั้งหวาดกลัว ใครจะรู้เรื่องก็ไม่น่ากลัวเท่าคนๆ นี้ หรือจะคราวตระกูลเซี่ยจะต้องชดใช้ให้แก่บ้านสกุลอู๋เสียแล้ว? ใบหน้าซีดขาวที่เริ่มขาดอากาศ มือเท้าปัดป่ายดิ้นรนเอาชีวิตรอด หากแต่คำว่าปราณีไม่มีในสายตาคนที่เป็นพี่

 

“ บอก… แล้ว… “ สุดท้ายต้องยอมจำนนต่อราชสีห์ผู้นี้ มือหนาถึงยอมคลายออกจากลำคอตน แต่ก็ยังไม่ผละออกห่าง ร่างสูงยังคงนั่งอยู่ขอบเตียงแผ่รังสีกดดันเป็นที่น่ากลัวอย่างที่สุด!! อู๋ซันเสิ่ง… เป็นอย่างที่นายเล่าจริงๆ พี่รองนายแม่งน่ากลัวชะมัดยาด!!  สุดท้ายแล้วความลับที่ตนตั้งใจจะเก็บเอาไว้กับตัวเองตราบจนวันสุดท้ายก็ถูกเล่าออกไปจนหมดเปลือก ทั้งเรื่องที่เกิดขึ้น สิ่งพิลึกพิลั่นที่พบเจอรวมถึงความตั้งใจของตนที่คิดเอาไว้ หากแต่ไม่ทันได้ทำอู๋ซันเสิ่งก็มาด่วนจากไปเสียก่อน

 

“ ทั้งหมดก็เป็นอย่างที่ผมเล่านั่นแหละครับพี่รอง… “ สิ้นเสียงแผ่วเบาทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ ร่างที่บาดเจ็บเบียดชิดเตียงด้านในอย่างนึกหวาดๆ กับความน่ากลัวที่แสนจะเลือดเย็นของร่างสูงตรงหน้า มือหนาจุดบุหรี่อัดเข้าปอดเฮือกใหญ่แล้วพ่นควันออกมาอย่างเข้าใจถ่องแท้แล้วว่าเหตุใดน้องตนถึงได้สิ้นชีวิตลง ไม่ใช่เพราะเซี่ยเหลียนหวนฆ่าแต่เพราะความใจร้อนมุทะลุของเจ้าน้องชายตนต่างหากที่ทำให้ตนต้องจบชีวิตในสภาพนั้น

 

“ อย่างนี้นี่เองสินะที่ทำให้เสี่ยวซันต้องตาย ถึงจะไม่ใช่ความผิดของนายโดยตรงก็ตามทีเถอะ แล้วจะเอายังไงต่อไปล่ะเซี่ยเหลียนหวน? ถ้านายคิดจะสวมรอยมาเป็นเสี่ยวซันล่ะก็… ฉันขอบอกเลยว่ามันไม่ง่าย!! “ น้ำเสียงนิ่งเรียบแต่สุดแสนจะเฉียบขาดจนน่าขนลุก ร่างที่บาดเจ็บกลืนน้ำลายอึก เหงื่อตก อึดอัดจนแทบหายใจม่ออก คนๆ นี้น่ากลัวเกินไป น่ากลัวจนขนาดที่ว่าให้ไปเจอบ๊ะจ่างในสุสานยังรับมือง่ายกว่ารับมือกับคนๆ นี้

 

“ ผ…ผม.. ผม “ อึกๆ อักๆ ความคิดในสมองว่างเปล่า คิดอะไรไม่ออกเลยซักนิดว่าจะทำยังไงต่อไป ในเมื่อถูกจับได้ถึงขนาดนี้แล้ว ความลับย่อมไม่เป็นความลับอีกต่อไป ไม่มีอะไรรับประกันว่าคนตรงหน้าจะยอมปิดบัง ร่วมหัวจมท้ายไปกับตน เพราะถึงอย่างไรก็เป็นเพียงแค่ญาติห่างๆ เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ แล้วน้ำอย่างตนจะเอาอะไรไปต่อกรกับพญาราชสีห์ตรงหน้าได้เล่า? ความคิดตีกันวุ่นวายไม่ต่างจากฝุ่นในน้ำที่ถูกกวนจนตีกันฟุ้ง

 

“ ถ้าคิดไม่ออก… งั้นฉันจะช่วยเอง “ มือหนาขยี้ก้นบุหรี่ที่ถูกสูบหมดมวนแล้วดันร่างที่กำลังใช้ความคิดหงายหลังจนนอนลงกับเตียงนุ่ม เพิ่งจะรู้ตัวก็ตอนนี้ว่าร่างกายตนเปลือยเปล่า!! มีเพีียงผ้าพันแผลเท่านั้นที่พันตามร่างกายตนอยู่ ดวงตาเบิกกว้างก่อนะถูกบีบปากแล้วใบหน้าหล่อเหลาก็ก้มลงมาบดขยี้ริมฝีปากตน กัดเสียจนปริแตกได้รสเลือด มือเล็กผลักร่างหนาที่คร่อมทับตนอยู่ออกตามสัญชาตญาณ แต่ไม่ว่ายังไงก็ไม่อาจต่อกรได้เลย ลิ้นร้อนที่สอดเข้ามาเรียกร้อง ตักตวงความหอมหวาน สุดท้ายก็อ่อนแรงได้แต่ปล่อยให้ร่างสูงตักตวงเสียจนพอใจ ผละริมฝีปากออกก็หอบสะท้าน ผ้าห่มที่ปกปิดกายตนถูกเลิกตวัดออกเผยผิวขาวที่เกรียมแดดจากการถูกน้ำทะเลและแดดเผา

 

“ พี่รอง…อย่า… “ เสียงหอบพร่าร้องขอความเมตตาหากแต่คนตรงหน้ามีหรือจะปราณี ใบหน้าที่ละม้ายคล้ายผู้เป็นน้องชายที่ลาโลกด้วยวัยไม่เท่าไหร่สร้างความปวดร้าวให้คนเป็นพี่ยิ่งนัก ยิ่งอีกฝ่ายพร่ำเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ต่างจุดเชื้อไฟให้โหมกระพือ ฝ่ามือหนาของอู๋เออร์ไป๋ลากลูบเรือนร่างที่เรียกได้ผอมบางสำหรับโจรขุดสุสาน ผิวกายนุ่มไม่หยาบกร้านบ่งบอกว่าไม่เคยทำงานหนัก ยอดอกสีหวานที่เรียกความสนใจให้ลิ้มรส ลิ้นร้อนที่ลากชิมรสอย่างสนอกสนใจ ฝ่ามือหนาลากลูบไปทั่วจนร่างเล็กขนลุกเกรียว ทั้งกลัวผสมปนเปด้วยความเสียวซ่านจนเผลอหลุดเสียงครางเครือในลำคอ มือเล็กจิกผ้าปูพยายามระงับอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้าในยามนี้

 

“ ไม่… อย่า พี่เออร์ไป๋… ผมไม่ใช่ผู้หญิงนะ!! “ รวบรวมเรี่ยวแรงสุดท้ายผลักร่างหนาที่คร่อมทับอยู่ ตวาดอย่างลืมตัวราวกับกลัวว่าถ้าไม่พูดไปตอนนี้ทุกอย่างคงยากที่จะเลี้ยวกลับ ร่างผอมบางที่สั่นระริก ดวงตาสีเข้มที่มีหยาดน้ำคลอคลองจวนเจียนจะหยดอยู่รอมร่อหากแต่สะกดกลั้นเอาไว้ ไม่ว่ายังไงก็ต้องเข้มแข็งให้ได้ หนทางตนในตอนนี้ไม่ต่างจากคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผา พลาดพลั้งเพียงนิดก็จะร่วงหล่นลงไปโดยง่าย

 

“ งั้นเหรอ? ถ้างั้นแกก็มาเป็นผู้หญิงของฉันซะสิเซี่ยเหลียนหวน แล้วฉันจะยอมปิดหูปิดตาเรื่องแกสวมรอยมาเป็นเสี่ยวซัน “ วาจาโหดร้ายที่ไม่ต่างฟ้าผ่าที่ฟาดลงมาตรงหน้าพาให้ชะงักค้าง มือเรียวที่ยกค้าง แต่เจ้าคนช่างตู่กลับโมเมว่าอีกฝ่ายยอมตกลงเสียนี่ มือหนาเชยคางแล้วจูบ… ไม่สิเรียกว่จูบคงไม่ได้เพราะมันช่างป่าเถื่อน หยาบคายสิ้นดี แผลที่ริมฝีปากปริแตกจนได้เลือดซ้ำ ลิ้นร้อนที่ตักตวงอย่างเอาแต่ใจ ฝ่ามือหนาลากลูบไปทั่วร่างอย่างถือสิทธิ์ กว่าร่างเพรียวจะตั้งตัวติดก็สายเกินไปเสียแล้ว นิ้วยาวหยาบขยำเค้นคลึงทับทิมสีหวานจนแดงก่ำ ฝ่ามืออีกข้างก็ลากเลื่อนลงไปตามท้องน้อย ซอกซอนไปตามต้นขาแล้วกอบกุมแก่นกายอ่อนนุ่ม ขยับรูดให้ตื่นตัว

 

“ อ.. อาาา อึกก อย่า… ไม่เอาพี่รอง.. ฮึกกก “ เสียงที่ห้ามนั้นช่างสั่นสะท้าน พยายามกลั้นเสียงครางแต่ช่างไร้ผล ใบหน้าแดงก่ำ ลมหายใจถี่กระชับ เสียงหัวใจที่เต้นระรัวจนน่ากลัวว่าจะหลุดจากอก มือยกขึ้นปิดปากทั้งที่ร่างกายกำลังถูกคนใจร้ายรังแก ท่อนเนื้อที่ตื่นตัวคามือหนานั้นช่างน่าอาย ปริ่มน้ำใสจากความเชี่ยวชาญจนเลอะเหนอะ ซ้ำร่างสูงเองก็พึงพอใจที่จะได้รังแกคนในอ้อมแขนเสียด้วย เรียวขาที่ถูจับแยกออกกว้างเผยจุดซ่อนเร้นให้ยิ่งอับอายกว่าเก่า ใบหน้าคมคายซุกลงลิ้มรสหวานเรียกเสียงหวีดร้องอย่างลืมตัว โพรงปากอุ่นร้อนจนแทบละลายแก่นกายหวานที่ชูชัน ฝ่ามือที่รัั้งรูดพร้อมๆ กับครอบครองด้วยปากร้อนพาให้สุขสมจนแทบสิ้นสติได้แต่ครวญครางอยู่ใต้ร่าง จนกระทั่งปลดปล่อยอย่างลืมตัว

 

“ อืมมม ไม่เลวเลยนี่นารสชาติของแกน่ะ “ มุมปากยกยิ้มเย็นอย่างพึงพอใจในรสชาติที่ได้รับ ใบหน้าที่ออกหวานน้อยๆ แดงระเรื่อ หอบหายใจสะท้านกับความสุขสมที่เพิ่งจะเคยได้รับ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อนิ้วยาวลากไปตามร่องหลืบ สำรวจจีบหวานแล้วสอดนิ้วเข้าไปขยับควานควักให้ดิ้นพล่าน

 

“ เจ็บ!! ไม่เอา…พี่รองอย่า ผมเจ็บ “ ประท้วงดิ้นหนีหากแต่มีหรือจะรอดพ้นมือหนาท่ี่ขยับควานควักไปเสียทั่วราวจะหาจุดกระสันที่ซุกซ่อน จากหนึ่งนิ้วเป็นสองและสามตามลำดับซึ่งมาถึงจุดนี้ร่างบางก็นอนหอบครางเครือตอบรับการรุกรานที่เล้าโลมตนมึนเบลอ ช่องทางหวานที่ฉ่ำเยิ้มจากการเตรียมพร้อม เมือกใสอาบนิ้วยาวที่ถูกดึงออก ร่างสูงที่ไม่รู้ว่าปลดอาภรณ์ตนออกตั้งแต่เมื่อไหร่จรดจ่อท่อนเนื้อขนาดไม่น้อยแล้วกดเข้าไปอย่างเนิบช้า

 

“ อ๊าา เจ็บบ พี่รอง… เอาออก ผมเจ็บบ ไม่..เอา “ เสียงหวานที่ร้องลั่นห้องกว้างมือที่จับบ่หนาอยู่เปลี่ยนเป็นจิกอย่างลืมตัวราวจะระบายความเจ็บปวด แค่เพียงส่วนหัวที่สอดเข้าไปได้เพียงครึ่งช่องทางก็ปริขาด สามนิ้วที่เตรียมพร้อมไว้ไม่เพียงพอจริงๆ หากแต่ร่างสูงก็ไม่หยุดการรุกรานเลยสักนิด ยังคงฝืนดึงดันสอดใส่เข้าไปจนส่วนหัวผลุบเข้าไป เลือดไหลซึมจากความใหญ่โตที่ฝืนดึงดันทันที

 

“ อย่าเกร็ง.. เสี่ยวเหลียน “ เสียงทุ้มกระซิบเตือนพลางเล้าโลมร่างในอ้อมแขนไปพลางให้ช่องทางที่บีบรัดอยู่ในยามนี้คลายตัวลง เสียงหวานเจือสะอื้นจากความเจ็บที่เพิ่งเคยพานพบ เจ็บเสียจนคิดว่าให้โดนบ๊ะจ่างฆ่าเอายังเจ็บปวดน้อยกว่านี้ แต่พอถูกฝ่ามือหนาลากลูบ เล้าโลมดึงความสนใจก็พลันครางกระเส่า วงแขนเล็กโอบรอบคอหนา จูบดูดดื่มที่แลกลิ้นกันจนมึนเมา ช่องทางหวานที่ค่อยๆ คลายตัวจากการรุกราน ปล่อยให้ร่างสูงค่อยๆ ขยับกายรุกคืบไปทีละน้อยจนเข้าไปได้กว่าครึ่งก็ขยับกดกระแทกเข้าไปจนสุดในคราวเดียว

 

“ อ๊าาาา!! พี่…. เจ็บบบ ไม่เอา.. ไม่เอาแล้ว ออกไป!! “ กรีดร้องลั่นห้องเจ็บจุกจนแทบขาดใจ น้ำตาไหลพราก ช่องทางนุ่มฉีกขาดยิ่งกว่าเดิมจนได้กลิ่นคาวเลือดที่ไหลซึม ราวหลักฐานของหญิงสาวพรหมจารีย์ที่ถูกพรากไป ไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะดิ้นรนได้แต่นอนแยกขาอยู่อย่างเดิม ช่างน่าอัปยศเสียยิ่งกว่าอะไรดี ร่างสูงกัดฟันกรอดกับความคับแน่นที่ไม่คิดว่าจะแน่นตึงได้ถึงเพียงนี้ วงแขนโอบกอด ลูบไล้ร่างที่สั่นเทา จุมพิตซับน้ำตาที่ไหลพรากอย่างอ่อนโยน หยุดการรุกรานไว้ก่อนแล้วหันมาปลอบขวัญร่างเล็กที่สะอื้นราวเสียขวัญ ร่างกายขมวดเกร็งจากความจุกเสียดในช่องท้อง

 

ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยอัปยศเท่านี้มาก่อนเลยจนแทบอยากจะตายไปให้พ้นๆ ศักดิ์ศรีหมดสิ้น อย่าว่าแต่จะให้กลับตระกูลเซี่ยเลย จะให้บากหน้าอยู่ต่อในฐานะอู๋ซันเสิ่งก็ยังไม่มีหน้าจะสู้คน อยากตาย… เผื่อจะลบล้างความอัปยศนี้ได้บ้าง ราวกับร่างสูงที่ทาบทับอยู่ด้านบนจะล่วงรู้ถึงจิตใจที่ระทดท้อของร่างที่อยู่ในวงแขนจึงโอบกอดแน่นกระชับ กระซิบเสียงหนักแน่น

 

“ ถ้าแกคิดว่าความตายจะหนีความอัปยศนี้ได้ล่ะก็แกคิดผิดแล้วเซี่ยเหลียนหวน!! อ้ออ แต่ฉันลืมไปว่าแกมันก็แค่ไอ้คนขี้แพ้ถึงได้คิดเป็นแต่จะตายหนีความจริง “ วาจาดูถูก น้ำเสียงดูแคลน ปลุกสติคนให้ร่างเพรียวหันขวับ ดวงตาวาวโรจน์ราวแค้นเคืองคนที่สร้างความอัปยศนี้ให้กับตน มือกำแน่นแล้วทุบตีร่างที่กำลังทาบทับอยู่อย่างโมโหเกรี้ยวกราด

 

“ แล้วมันเพราะใครล่ะที่ทำให้ผมต้องอัปยศ? “ เค้นน้ำเสียงรอดไรฟัน ดวงตาวาวโรจน์ไฟโทสะพวยพุ่ง แค้นเคืองทั้งอีกฝ่าย อู๋ซันเสิ่งที่ทำให้ชีวิตนต้องมาเป็นเช่นนี้ แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือตัวเองที่ทำให้ต้องบเจอทางตันเช่นนี้ จะกลืนก็ไม่เข้า จะคายก็ไม่ออก ช่างน่าเจ็บใจนัก!!

 

“ งั้นแกก็พิสูจน์สิ… ว่าแกไม่ได้เป็นแค่ไอ้คนขี้แพ้ ที่ดีแต่หลบหลังคนอื่นน่ะ!! “ คำท้าทายที่หลุดจากปากผู้ที่อยู่เหนือกว่าไม่ได้ทำให้หวั่นไหวเลยซักนิด แต่กลับมีพลังที่ทำให้รู้สึกว่าตนจะล้มต่อหน้าคนๆ นี้ไม่ได้เป็นอันขาด!! วาจาที่ตอบโต้กันอย่างรุนแรงไม่ได้เข้ากับสภาพที่เป็นอยู่ในเวลานี้เลยซักนิด  ร่างบางกัดฟันเสียจนปากแตกซ้ำแผลเก่า มือกำแน่นด้วยโทสะ ลืมไปเสียสิ้นว่ากำลังอยู่ในสภาพไหนและทอดกายให้ใครเชยชมอยู่

 

“ ผมจะพิสูจน์ให้เฮียเห็น…ว่าคนอย่างอู๋ซันเสิ่งคนนี้ไม่มีทางเป็นไอ้ขี้แพ้อย่างที่พี่ยัดเยียดให้!!” ตอบกลับอย่างทรนง สร้างความพึงพอใจให้แก่ร่างสูงยิ่งนัก มุมปากกระตุกยิ้ม แล้วยกเรียวขาพาดบ่าขยับกายกดกระแทกเสียจนร่างเล็กเอนไหวหลุดเสียงครางอย่างลืมตัว

 

ท่อนเนื้อร้อนที่ขยับชำแรกลึกหนักหน่วงจนท้องน้อยไหวยวบตามขนาดที่แทรกลึก ช่องทางนุ่มที่มีเลือดซึมยามนี้ไม่ต่างจากสารหล่อลื่น ความเจ็บปวดมลายสิ้นเหลือเพียงความสุขสมที่ได้รับ  วงแขนเล็กโอบรอบคอราวยึดไว้เป็นที่พึ่ง ฝ่ามือหนาที่ลากลูบไปทั่วร่างทั้งที่ขยับชำเราไม่ได้ขาด เสียงหอบต่ำผสานเสียงหวานที่ครวญครางอย่างยอมจำนนต่อความวาบหวามในครั้งนี้ ยินยอมทอดกายให้เชยชม

 

เปลี่ยนท่วงท่าในการสอดแทรกสารพัด จนร่างบางปลดปล่อยไปหลายต่อหลายครั้ง แต่ร่างสูงกลับได้เพียงแค่รอบดียว แน่ล่ะว่ามันไม่เพียงพอสำหรับอู๋เออร์ไป๋เลยสักนิด ช่องทางหวานที่ทะลักล้นด้วยน้ำกามขาวขุ่นปนเลือดอาบเรียวขา นอนคว่ำหน้า สะโพกเพรียวถูกจับยกขึ้นสูงแล้วชำแรกจากทางด้านหลัง ยิ่งอยู่ในท่านี้ยิ่งง่ายต่อการรุกราน

 

“ หะ…ฮึกก พี่รอง… อ่าา ตรงนั้น แรงอีก “ เสียงหวานที่ครวญครางมือจิกหมอนแน่นโดยมีร่างสูงทาบทับจากทางด้านหลัง ช่องทางสีหวานแดงก่ำ บวมช้ำจากการสอดใส่นับครั้งไม่ถ้วนตอดรัดสิ่งแปลกปลอม ขยับสะโพกมนตามจังหวะเร่าร้อนเจียนละลายอย่างสุขสม เวลานี้อะไรก็ช่างมันแล้ว ปล่อยวางทิฐิปล่อยให้ร่างสูงตักตวงความสุขสมที่แสนจะอิ่มเอมด้วยกันทั้งสองฝ่าย จังหวะหนักหน่วง ถี่กระชับเป็นสัญญาณการปลดปล่อย เสียงผิวกายที่เสียดสีช่างหยาบโลนจนน่าอาย เสียงหอบครางกระเส่าประสานเสียงต่ำในลำคอ จนร่างสูงกระแทกหนักๆ ครั้งสุดท้ายแล้วปล่อยจนทะลักล้นยิ่งกว่าเดิม สะโพกเพรียวทรุดฮวบหลังปลดปล่อยตามไปติดๆ หอบหายใจสะท้าน เหน็ดเหนื่อยจากเกมกามที่ผ่านพ้นไป ส่วนอู๋เออร์ไป๋ก็ถอนถอนกายออกแล้วพลิกมานอนข้างๆ หอบหายใจไม่ต่าง

 

“ แล้วฉันจะรอดู… วันที่แกผงาดขึ้นมาเสี่ยวซัน “  เสียงกระซิบสุดท้ายที่ได้ยินก่อนจะหมดสติไปในสภาพดูไม่จืด ทั้งบาดแผลทั่วร่าง ทั้งคราบคาวที่เปรอะเปื้อน ตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองถูกทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว และพี่ชายคนรองก็หายไปแล้ว ทิ้งเพียงความรู้สึกแปลกๆ ที่ติดอยู่ในใจแต่ก็ปัดทิ้งไปอย่างไม่ใยดี หลังจากที่หายดีก็ออกจากบ้านสกุลอู๋ เดินตามทางที่ตนตั้งใจเอาไว้ ใช้เวลาเพียงไม่นานนักก็ผงาดขึ้นมาในโลกของการคว่ำกรวย สมดังที่ตั้งใจไว้ แต่ก็ไม่เห็นเงาของผู้เป็นพี่ชายคนรอง น้อยนักที่จะเจอ แต่ละครั้งก็มีการทักทายเพียงผิวเผินเท่านั้น

 

“ แค่ก…. สงสัยใกล้จะตายเต็มทีแล้วสินะ ถึงได้คิดอะไรพรรค์นั้นได้ “ ร่างที่นอนอยู่เพียงลำพังในถ้ำทั้งอับทั้งชื้นสำลักเลือด ดวงตาพร่าเลือนไพล่คิดไปถึงอดีตที่ผ่านมานานแสนนาน อดีตที่ฝังไปแล้ว ทั้งที่คิดว่าลืมไปแล้วแท้ๆ แต่มันกลับฝังลึกจนยากจะลืมเลือน ไม่ว่าจะมีใครผ่านเข้ามาแต่กลับไม่อาจลืมใครบางคนได้เลย มือที่สั่นน้อยๆ ล้วงเข้าไปในอกเสื้อหยิบของบางอย่างออกมา กำไลงาช้างที่หุ้มทองเอาไว้หล่นลงมาที่อก “ของขวัญ” ที่ได้มาจากพี่ชายคนรอง

 

“ นี่เป็นของขวัญแก.. วันเกิดใช่มั้ยล่ะ? “ กล่องผ้าไหมแดงสดถูกส่งให้ในวันเกิด ทั้งที่ลืมไปแล้วแต่คนตรงหน้ากลับจำได้ดี มือที่รับของขวัญมาอย่างนึกประหลาดใจไม่น้อย แต่คนให้กลับไม่อยู่รอดูน้องชายเปิดกล่องแต่หันหลังกลับเดินจากไปเสียอย่างนั้น มือสั่นเทาเปิดดูกล่องของขวัญแล้วก็ประหลาดใจ เพราะมันคือกำไลงาช้างที่หุ้มทองเอาไว้ การ์ดใบเล็กที่เขียนโน้ตเอาไว้สั้นๆ แต่จำได้ไม่เคยลืมเลือน

 

“ แกต้องลงกรวยบ่อยๆ ใส่ซะ!! “ ราวคำสั่งของพี่ชายเพราะตนก็ใส่ไม่เคยถอดเลยเช่นกัน จนครั้งนี้ที่ถอดเก็บแล้วพกติดไว้ในอกเสื้อเพราะมันอันตราย ไม่คิดว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้ถอดออก มือสั่นค่อยๆ สวมใส่กำไลวงโปรดเข้าไปอย่างช้าๆ หายใจอย่างยากลำบากเพราะมันมีแต่เลือด สติพร่าเลือนไปเรื่อยๆ หูราวได้ยินเสียงนุ่มที่แสนจะเฉียบขาดที่เคยปรามาสตนเอาไว้เมื่อในอดีต ก่อนจะหลับตาลงอย่างเงียบๆ รอยยิ้มบางๆ ผุดที่ริมฝีปากพร้อมคำพูดที่ไม่คิดจะให้ใครได้ยิน

 

“ พี่เออร์ไป๋…ผม…รัก…พี่ “

FIN

 

หมายเหตุ กำไลงาช้างที่อู๋ซันเสิ่งใส่ไว้ตอนท้ายเรื่องมีความหมายนะเคอะ ในตำราอัญมณีงาช้างเป็นเครื่องประดับที่ช่วยคุ้มครองเพทภัยค่ะ ถ้าเจอเรื่องไม่ดีงาช้างจะปัดเป่า การที่อารองให้อาสามใส่กำไลงาช้างหมายถึงว่าเจ้าตัวเป็นห่วงน้องชาย ถึงจะเป็นแค่ความเชื่อแต่อาสามก็ไม่เคยถอดออกตั้งแต่ได้มาค่ะ จบมโนของด้วงมือใหม่แย้วก่ะ ขอบคุณคนที่หลงเข้ามาอ่านนะคะ / โค้งงามๆ

BL

shades captor - Chapter 12

Shaurice is jealous of Miss Mary! How cute!

And Xiao Wei is definitely hiding something… 19 more words

Folie à Deux

Title : Folie à Deux

Pairing : Wonkyu

Genre : Family, Romance, Angst, Drama

Disclaimer : All casts are belong to their self and God… 3,152 more words

Wonkyu

Tribute To Indonesian Songs - Ini Gila Ini Cinta

Title : Ini Gila Ini Cinta

Pairing : Wonkyu, a bit Se7min

Disclaimer : All casts are belong to their self and God, Agnes Monica and her label company… 1,625 more words

Fan Fiction

Tribute To Indonesian Songs - Tak Sebebas Merpati

Title : Tak Sebebas Merpati

Pairing : Wonkyu, a little bit Yunjae and Twins!Minsu

Disclaimer : All casts are belong to their self and God, Kahitna and their label company… 3,031 more words

Wonkyu

Toshi n Tomoya Kikuchi

Hi!!

It’s been a month since I was planning to post this, I don’t have the time, been busy with life, only now i can post this. 307 more words

18+