Tags » Eunyeon

THE ANGEL ON THE WALL 2

 

 

 

คงต้องพิสูจน์อะไรบางอย่าง..

 

….

 

 

 

“หวัดดี”

“อะ โทษทีไม่ทันเห็นพอดีกำลังใช้สมาธิอยู่น่ะ เข้ามาตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย?”

“ขอโทษที่รบกวนนะ ทำงานต่อเถอะ”

 

“เดี๋ยวไปชงชามาให้นะ แต่ขอยืนยันอะไรบางอย่างก่อน”

“หือ?”

“ขอจับปีกได้รึเปล่า?”

“… ก็น่าจะได้”

 

ยื่นไปสัมผัสกับปีกขาวสว่างตรงหน้าเหมือนจะสำรวจอะไรสักอย่าง แววตาที่ดูจริงจังนั้นทำให้เธอไม่เข้าใจว่าอึนจองคิดอะไรอยู่

 

“อึนจอง?”

“เธอคือนางฟ้าจากภาพวาดฉัน”

 

ดวงตาจียอนเบิกกว้างด้วยความตกใจ เหงื่อไหลซึมผ่านใบหน้า กระสับกระส่ายทำอะไรไม่ถูกและไม่รู้ว่าจะปฏิเสธเขาได้อย่างไร

 

“ฉันคิดว่ามันอาจเป็นไปได้เลยแอบทาสีที่ปีกนางฟ้าเอาไว้นิดนึง”

“….”

“เธอไม่สังเกตหรอ ขนเส้นนี้เป็นสีแดง”

“….”

“พรุ่งนี้จะเปลี่ยนกลับเป็นเหมือนเดิมให้นะ”

“ได้ไง…”

“ภาพวาดออกมายืนตรงหน้าฉันแบบนี้ได้ไง?”

“….”

“แล้วทำไมเธอถึงอยากมาเจอฉันทุกคืน?”

 

…ทำไมงั้นหรอ? เพราะอึนจองมองเราด้วยสายตาจริงจังเหมือนตอนที่กำลังวาดรูปล่ะมั้ง…

…มองเรา ด้วยสายตาจริงจัง…

 

 

“งั้นตอนที่บอกว่าเธอสวยขึ้นทุกวัน ฉันกำลังชมผลงานตัวเองอยู่น่ะสิ”

 

อึนจองยื่นมือไปสัมผัสกับใบหน้าสวยของนางฟ้าตรงหน้าที่กำลังเริ่มแดงอีกครั้ง คราวนี้เธอรู้แล้วว่าทำไมภาพวาดถึงได้แก้มแดงแบบนั้น หันไปมองรูปที่วาดจียอนเกือบจะเสร็จสมบูรณ์

 

“เธอเป็นแบบของรูปนี้.. แต่ฉันกำลังวาดรูปนางฟ้าที่วาดไปแล้วนี่นะ”

 

 

…อึนจองมักจะเสิร์ฟน้ำชา ขนม หรือบางครั้งก็เป็นอาหารให้เรา และคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ระหว่างกิน…

…แล้วก็วาดรูปเราต่อ ก็แค่นั้น เพียงเวลาไม่กี่ชั่วโมงในคืนเหล่านั้น…

 

…ก็แค่นั้น แต่ทำไมเราถึง…

 

 

 

 

 

“เธอดูสวยงามมากเลยอ่ะ คิวริ”

“ฉันว่าอึนจองวาดฉันเสร็จแล้วล่ะ เขามัวแต่คิดเรื่องของเธอมากเกินไป”

 

“คืนนี้ก็จะไปเจอเขาอีกใช่มั้ย?”

“อื้อ เขาบอกใกล้จะวาดเสร็จแล้วแล่ะ”

“แปลกดีนะ ภาพที่เขาวาดดันมาเป็นเป็นแบบให้อีกภาพได้”

 

 

 

 

“อึนจอง..?”

 

หน้าต่างบานเดิมที่จียอนเข้ามากลับพบแต่ความเงียบ เธอแปลกใจที่ไม่ได้เห็นเค้าคอยต้อนรับเหมือนอย่างเคย แต่แล้วก็พบว่าร่างของอึนจองกำลังหลับใหลบนเปลผ้าในห้องนั้น เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นตอนเขากำลังหลับ จียอนค่อยๆก้มมองภาพตรงหน้าที่ไม่คุ้นเคยนี้ด้วยความสนใจ จนอีกคนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาขยี้ตาเบาๆ

 

“..จียอน”

“เป็นครั้งแรกที่เห็นเธอหลับนะเนี่ย”

“โทษทีๆ เผลอหลับหลังวาดภาพเสร็จน่ะ”

“เสร็จแล้วหรอ? ยินดีด้วยนะ”

“ภาพจิตรกรรมฝาผนังก็ใกล้เสร็จเร็วๆนี้แล่ะ”

“อื้อ”

 

…ภาพวาดเสร็จแล้ว งั้นเราคงไม่จำเป็นต้องมาที่นี่อีก…

 

 

“คนขายเค้าให้ขนมปังที่เหลือมาอะ ว่าจะทำเฟรนช์โทสต์ราดน้ำผึ้งซะหน่อย เมนูสำหรับฉลองที่งานเสร็จนะ”

“ดูน่าอร่อยจัง”

 

…นี่เป็นมื้อสุดท้ายกับเธอแล้วใช่มั้ย?…

 

 

“อร่อยมาก!”

“ดีใจที่เธอชอบนะ”

 

“ใช้มีดกับซ้อมเก่งขึ้นเยอะเลยนี่ เอาน้ำผึ้งอีกมั้ย?”

 

 

…คืนนี้อึนจองไม่เปิดสมุดสเกตเลย คงวาดภาพเราเสร็จแล้วจริงๆ…

 

…เหมือนถูกทิ้งเลยอ่ะ…

 

…แต่เราพูดไปไม่ได้หรอก…

 

 

“ฮึฮึ”

“อะไรหรอ?”

“เปล่าหรอก ก็แค่เรื่องที่เรานั่งกินอะไรด้วยกันแบบนี้ กลายเป็นเรื่องปกติน่ะสิ”

 

อึนจองยิ้มหลังจากพูดจบ ยังคงทาน้ำผึ้งแสนหวานกับขนมปังในมือต่อไป คิดๆดูแล้วเค้ากลับยอมรับให้นางฟ้าจากภาพวาดตัวเองเข้ามาในชีวิตได้อย่างน่าประหลาด

 

 

…รู้สึกอบอุ่น เวลาที่เขามองมาที่เรา…

 

…แต่เรามาจากหิน ไม่มีทางที่จะอบอุ่นได้หรอก…

 

 

“คืนนี้ขอกลับก่อนแล้วกัน”

“กลับเร็วจัง”

 

แววตานางฟ้าที่เศร้ากว่าที่เคย เธอเพียงแค่ไม่อยากคิดว่าจะไม่ได้พบอึนจองทุกค่ำคืนแบบนี้อีก เวลาที่เธออยู่กับเขานั้นมีความสุขมากเหลือเกิน

 

“…ลาก่อน”

“เจอกันพรุ่งนี้”

“!”

“แล้วจะรอนะ”

 

…เจอกันพรุ่งนี้ ไม่เคยคิดว่าแค่คำไม่กี่คำจะทำให้มีความสุขขนาดนี้…

 

…คนๆนั้นยังต้องการเจอเราอีก…

 

 

เพียงแค่สองประโยคสั้นๆกลับเปลี่ยนความรู้สึกข้างในไปอย่างสิ้นเชิง

 

 

 

 

 

“งั้นก็เสร็จแล้วสินะ?”

“เช้านี้มันหนาวจริงๆนะคะ ดีใจที่เสร็จทันก่อนฤดูหนาวจะมา”

“ขอบคุณนะ มันสวยไร้ที่ติจริงๆครับ”

“พอคิดว่าจะไม่ได้มาที่นี่อีก… ก็รู้สึกเหงาๆเหมือนกันนะคะ”

 

 

“อ้าวอึนจอง มีจดหมายถึงเธออ่ะ ให้ที่นี่เลยได้ใช่มั้ย?”

“อะ ขอบคุณค่ะ”

 

เธอรับจดหมายที่ไปรษณีย์คนประจำของละแวกนี้ขี่รถผ่านมาพอดี อึนจองไม่รอช้าที่จะเปิดอ่านมันในทันที แววตาเธอเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดด้วยความประหลาดใจ

 

“หอพักคุณไม่ไกลจากที่นี่เท่าไรนี่? ลองแวะที่ไหนดูบ้างนะ ร้านค้าแถวนี้ไม่วุ่นวายหรอก”

“ขอโทษนะคะ…”

“หือ?”

“ฉันคงจะกลับมาที่นี่ไม่ได้สักระยะนึง”

 

 

 

 

“จดหมายที่ได้เป็นจดหมายเสนองานน่ะ งานใหม่ที่เมืองอื่นเค้าจ้างฉันให้ไปวาดรูปในซิตี้ฮอลล์ เค้าบอกว่าทุกห้องในนั้นถูกปรับปรุงใหม่ เหมือนว่าฉันจะได้ห้องตัวเองห้องนึงเพื่อวาดรูปด้วยนะ”

 

“นี่เป็นความฝันของฉันเลยแล่ะ ศิลปินที่มีชื่อเสียงก็สนับสนุนโปรเจคนี้ด้วย ไม่อยากเชื่อเลยว่าศิลปินโนเนมแบบฉันจะได้คุยกับพวกเขา”

 

“ฉันไม่อยากจะเสียโอกาสนี้ไป ฉันจะออกจากเมืองก่อนปีใหม่..”

 

ราวกับคนบ้าที่กำลังพูดคนเดียว อึนจองนั่งบนบันไดเพื่อจ้องมองไปที่จียอน รูปวาดของเธอ นางฟ้าที่แสนงดงามที่เธอสร้างขึ้นมา ท่ามกลางลมหนาวที่พัดมาเบาๆในตอนกลางวัน รูปวาดจากหินที่ไม่สามารถตอบอะไรเธอได้เลยในตอนนี้ อึนจองเองก็ไม่รู้ต้องทำอย่างไร คิดแค่ว่าถึงยังไงก็ควรจะบอกลาจียอนก่อน

 

…แต่คงเหงาน่าดูที่จะไม่ได้เจอเธออีก”

 

 

 

 

“จากนี้คงไม่ได้เจออึนจองอีกแล้ว…!”

 

นางฟ้ากอดเข่าร้องไห้นั่งบนหลังคาของตึกท่ามกลางความเศร้า เสียงสะอื้นท่ามกลางความเงียบเชียบของค่ำคืนนี้มันดูอ้างว้างมากจริงๆ

 

“…ไม่ตามไปล่ะ?”

“ฉันไม่มีทางตามเขาไปหรอก”

“ทำไม?”

“ก็เพราะ…?!”

“ถ้าเธอกลับเข้ากำแพงด้วยหน้าแบบนั้นนะ ร้านนี้คงมืดมนกันพอดี”

“ฉันดูแย่ขนาดนั้น?”

“เหมือนโลกจะแตกเลยแล่ะ”

 

 

 

 

แกรก

 

“จียอน!”

“โทษทีที่ไม่ใช่จียอน”

“เธอคือ..”

“นางฟ้าที่อยู่ด้านซ้าย คิวริ เป็นชื่อที่เธอตั้งใช่มั้ยล่ะ?”

 

อึนจองประหลาดใจกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญคนใหม่ซึ่งดูจะคุ้นตาคนนี้ แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จะเห็นรูปวาดของตัวเองบินเข้ามาหาทางหน้าต่าง

 

“จียอนบอกเธอสวยมาก และเธอก็สวยมากจริงๆ”

“….เธอกำลังไปจากเมืองนี้ใช่มั้ย ฉันคิดว่าควรมาเจอคนที่วาดเราก่อนที่เค้าจะไปน่ะ”

“มาเพราะเรื่องแค่นี้งั้นหรอ?”

“คิดว่าแค่นั้นมั้ยล่ะ?”

 

“เธอไปกลับคำพูดแล้วออกไปจากเมืองนี้คนเดียวซะ ถ้าทำแบบนั้นจียอนจะได้อยู่แบบที่เขาเป็น กลางวันอยู่ในกำแพงและมีอิสระตอนกลางคืน”

“…..”

“แต่เธอพูดว่าเหงาถ้าไม่มีจียอนและเขาก็ได้ยินหมดแล้ว… จียอนได้บอกเธอรึยัง”

“บอกอะไร?”

“ถ้าพวกเราไม่กลับกำแพงก่อนฟ้าสาง ก็จะกลับเข้าไปไม่ได้อีก”

 

“แล้วเราก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น จะกลายเป็นฟองหรือละอองสลายหายไปก็ไม่รู้”

“….”

“แต่ลองเสี่ยงดูก็ดีกว่าต้องอยู่ในกำแพงกับความเสียใจตลอดไป”

 

“จียอนน่ะ… เธอจะพาเขาไปด้วยได้มั้ย?”

“…ได้หรอ?”

“ถ้าเขาสามารถบินไปหาเธอได้ ฉันอยากให้เธอพาเขาไปด้วย”

“อืม โอเค”

“แค่นี้แล่ะที่อยากพูด ลาก่อนนะอึนจอง”

 

“ขอบคุณที่วาดพวกเราขึ้นมา”

 

 

 

 

แอ๊ด

 

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ”

“อึนจอง! นึกว่าคุณไปแล้วซะอีก”

“ยังค่ะ พรุ่งนี้น่ะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างแล้วฉันจะแวะมาหานะคะ”

“ดีเลย นางฟ้าที่นี่คงเหงาแน่ๆเชื่อได้”

“…คิดอย่างนั้นหรอคะ?”

“แน่นอน! ก็คุณเป็นคนสร้างพวกเขานี่”

 

 

ตั้งแต่วันนั้นจียอนก็ไม่ได้มาหาเธอเลยสักครั้ง อึนจองเดินออกมายืนหยุดมองนางฟ้าอยู่หน้าร้านท่ามกลางผู้คนที่เดินสวนผ่านไปมา นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้มองนางฟ้าแสนสวยตรงหน้าแบบนี้

 

“จียอน ฉันจะไปรถไฟขบวนแรกพรุ่งนี้นะ รถไฟยังอยู่ที่นี่ก่อนเช้า”

 

“ฉันซื้อตั๋วเผื่อเธอด้วย อย่างน้อยให้ได้บอกลาก็ยังดี อยากให้มาด้วยกันนะ”

 

 

“บอกลากับกำแพงและพูดคนเดียวแบบนี้ ….มันดูว่างเปล่าเกินไป”

 

 

 

 

“นี่! อะไรเนี่ยทำไมไม่ออกมา!? ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!”

 

คิวริพยายามตะโกนเรียกนางฟ้าผมบลอนด์ที่ยังคงอยู่แต่ในกำแพงจนเวลาล่วงเลยไปหลายชั่วโมง คืนสุดท้ายที่จะมีโอกาสพบกับอึนจอง จียอนกลับไม่ยอมออกมา

 

…ถ้าฉันไปกับเขาเธอก็ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวสิคิวริ…

 

“อย่ามาใช้ฉันเป็นข้ออ้างเลยจียอน ตอนนี้ยังทันนะ! เธอต้องกล้าสิ!!!”

 

ร่างของนางฟ้าตรงหน้าค่อยๆหลุดลอยออกจากกำแพงโผเข้ากอดที่เพื่อนรักของเธอ

 

“คิวริ ขอบคุณนะ”

“ไปเถอะ”

“…ดูแลตัวเองด้วยนะ”

“อื้อ เหมือนกันล่ะ”

 

ปีกนางฟ้าค่อยๆกางออกบินขึ้นจากเธอไป คิวริเลือกสิ่งที่ดีที่สุดกับจียอน เธอไม่อยากเห็นเพื่อนนางฟ้าคนนี้ต้องจมอยู่กับความทุกข์บนกำแพงตลอดไป

 

 

 

 

เวลาเช้ามืด อึนจองยังคงรอถึงวินาทีสุดท้ายจนกระทั่งรถไฟออกจากชานชาลา ดูเหมือนว่าจียอนจะมาสายเกินไป แต่เธอก็ยังพยายามตามบินร่อนตามรถไฟขบวนนั้นไป แม้จะใกล้เช้าเต็มทีแล้วก็ตาม

 

…อึนจอง อึนจอง อึนจอง…

 

 

“มาม๊า นางฟ้าแล่ะ!”

“อะไรนะ?”

 

เด็กน้อยที่เกาะริมหน้าต่างรถไฟได้เห็นจียอนตอนช่วงฟ้าสางพอดี เธอโบกมือยิ้มให้อย่างเป็นมิตรพลางมองหาอึนจอง แต่ปีกของเธอเริ่มไม่สามารถบินได้อีกต่อไป นางฟ้ากำลังจะวูบลงข้างขบวนรถไฟที่กำลังวิ่ง แต่แล้วเธอก็เห็นอึนจองอยู่ข้างใน พยายามเคาะกระจกและตะโกนเรียกเขาให้หันมา

 

ก๊อกๆๆๆ!!

…อึนจอง!…

 

“จียอน!!!”

 

ไม่รอช้าอึนจองเปิดหน้าต่างยื่นสุดแขนทั้งสองข้างและยื่นตัวออกนอกหน้าต่างอย่างไม่คิดชีวิตเพื่อช่วยจียอน จนคว้าตัวเธอเข้ามาข้างในได้อย่างปลอดภัย

 

“จียอน!”

 

ปีกของนางฟ้าทั้งสองข้างค่อยๆสลายหายไปในอ้อมกอดของอึนจอง ทั้งคู่นั่งเหนื่อยหอบอยู่กับพื้นจนค่อยๆคลายอ้อมกอดนั้น

 

“ฉัน.. คิดว่าเธอจะไม่มาแล้วซะอีก ดีใจที่มานะ”

“อื้อ”

 

ร่างเล็กกอดอีกคนไว้แน่นเหมือนกลัวว่าคนตรงหน้าจะสลายหายไปอย่างตน จียอนฝังใบหน้ากับไหล่ของอึนจอง มือทั้งสองข้างเกาะหลังเธอแน่น

 

“…แต่ฉันไม่มีปีกอีกแล้ว เธอยังอยากวาดรูปฉันที่เป็นแบบนี้อยู่มั้ย”

“อยากสิ! ต่อไปนี้เราจะกินข้าวเช้าด้วยกันได้ไม่ใช่แค่มื้อดึกอีกแล้วนะ”

 

แสงสว่างจากดวงอาทิตย์สอดส่องมายังหน้าต่างกระทบกับจียอนตรงหน้า ประกายผมของเธอสะท้อนแสงรับกับยามเช้า แววตาสดใสสว่างมากกว่าที่เคย เธอกำลังอยู่ตรงหน้าอึนจองในตอนกลางวัน

 

“เช้าแล้วนะ..”

 

ครั้งแรกที่เราสัมผัสจียอน เธอตัวเย็นเหมือนหิน

 

แต่ตอนนี้กลับอบอุ่น

 

“ดีจังที่เธอไม่หายตัวไปหลังพระอาทิตย์ขึ้น จริงสิฉันยังไม่เคยเห็นเธอตอนเช้ามาก่อนเลย”

 

“ตั้งแต่วาดภาพเสร็จก็ไม่ได้เจอกันอีก นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นเธอชัดเจน”

 

“งดงามมากเลย”

 

อึนจองสัมผัสกับใบหน้าใสตรงหน้าที่ตอนนี้อบอุ่นเหลือเกิน ดวงตาใสกับแก้มแดงระเรื่อที่ตอนนี้มันงดงามกว่าครั้งไหนๆ ประคองใบหน้าสวยไว้ด้วยมือทั้งสองข้างอย่างทะนุถนอม ใบหน้าทั้งคู่ใกล้กันมากขึ้น ก่อนที่อึนจองจะมอบสัมผัสใหม่ให้กับจียอนที่ริมฝีปากของเธอ อบอุ่นและอ่อนโยน ใบหน้าใสแดงขึ้นเรื่อยๆ มือของเธอกำไหล่อึนจองแน่น

 

“สงสัยต้องวาดภาพใหม่ซะแล้ว นางฟ้าหายไปตนนึงนี่นะ”

 

 

ประตูห้องโดยสารรถไฟถูกเปิดออกพร้อมเจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วที่ชะงักเล็กๆเมื่อเห็นทั้งคู่นั่งอยู่กับพื้น

 

“อรุณสวัสดิ์ครับ ขอตั๋วด้วย..”

“นี่ค่ะ ตั๋วของพวกเรา”

 

 

 

 

 

“ฮ้าาา หนาว หนาว เช้านี้มันหนาวจริงๆ”

 

แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดส่องที่ร้านศิลปะ เจ้าของร้านอารมณ์ดีมาเปิดร้านแต่กลับพบบางอย่างที่ผิดแปลกไปจากทุกวัน

 

 

“หืมม แล้วฝั่งนี้บินไปไหนซะละ?”

 

 

+END+

 

Ps. จบช่วงตอนของอึนยอนแล้ว แต่เรื่องยังไม่จบนะ ยังมีอีก2ตอนเรื่องคิวริ และตอนพิเศษนิดหน่อย ไม่รู้จะเสร็จเมื่อไรแล้วแต่อารมณ์ XD

 

 

THE ANGEL ON THE WALL 1

“ที่นี่หรอคะ?”

“ใช่ครับ หน้าร้านมันดูโล่งๆไปสักหน่อย ผมอยากได้อะไรมาตกแต่งให้มันดูโอเคกว่านี้น่ะ”

“คุณอยากได้ภาพแนวไหนเป็นพิเศษรึเปล่า”

“เป็นรูปคนหรือดอกไม้อะไรก็ได้ครับ พูดตามตรงนะผมเองเป็นแฟนคลับของคุณเลยนะ เคยไปงานนิทรรศการแล้วก็มีหนังสือภาพของคุณด้วยแล่ะ”

“โอะ! จริงหรอคะ”

รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าเธออย่างช่วยไม่ได้กับคำพูดของชายวัยกลางคนอารมณ์ดีคนนี้ งานชิ้นใหม่เธอกำลังจะเริ่มขึ้นหลังจากเตร็ดเตร่ไร้งานหลักมาแสนนาน เธอไม่ใช่จิตกรชื่อดังอะไรจึงไม่แปลกใจว่าจะมีคนชื่นชอบผลงานของเธอแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม

ร้านศิลปะที่ตั้งอยู่ในตรอกเล็กๆแห่งนี้ถูกออกแบบมาสไตล์ยุโรป ผู้คนเดินผ่านเป็นระยะไม่ถึงกับขวักไขว่มาก ไม่ห่างกันนักมีร้านกาแฟกับร้านขนมปังสองสามร้าน กลิ่นหอมๆของมันลอยออกมาตามทางเสมอ

“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับอึนจอง ช่วงนี้ลมไม่ค่อยแรงแล้วคุณคงทำงานได้ราบรื่นนะ”

“ขอบคุณค่ะ”

อพาทเม้นท์เล็กๆซึ่งห่างจากตรอกร้านศิลปะอยู่ไม่ไกลนัก อึนจองกำลังใช้เวลากับการสเกตภาพแบบสำหรับวาดบนผนังหน้าร้าน ที่นี่เปรียบเหมือนเป็นที่พักและที่สตูดิโอทำงานของเธอในที่เดียวกัน ระหว่างที่กำลังใช้สมาธิกับภาพนั้น เสียงลมปลิวไหวข้างนอกที่มากระทบหน้าต่างเรียกความสนใจจากเธอไป

Acacia 2

Title                : Acacia

Author            : Pianpo

Genre             : Drama, Romance, Yuri

Main Cast      :

  • Ham Eunjung
  • Park Hyomin
  • Park Jiyeon

Other Cast       :

T-ara