Tags » Fanfic

[ChanBaek/Hunhan] Định mệnh đã cho chúng ta gặp nhau một lần nữa_Chap9.

Chap 9:

FB:

Ba ngày trước khi diễn buổi tiệc, Park chanyeol vẫn là đến bar cùng Oh Sehun như thường lệ …

_Chanyeol, tao nhớ ra một chuyện rất thú vị. 1,942 more words

ChanBaek

[A/Z ShortFic] Second Father

Title : Second Father

Fandom : Aldnoah.Zero

Pairing : Saazbaum / Cruhteo

Rating : PG

Author : Tonpalm

Warning : *SPOIL ตอน 15*

——————————————————————

เนิ่นนานกว่าที่ซาสบาล์มจะรู้สึกตัว เขาลืมตาขึ้นมาพบกับแสงสว่างสีขาวนวล สำหรับดวงตาที่ปิดสนิทมายาวนานแล้ว แรกเริ่มมันชวนแสบตาจนต้องหลับตาลงอีกครั้งเพื่อลืมขึ้นใหม่ เมื่อประสาทการรับรู้เริ่มกลับมา ท่านเคานต์แห่งเวิร์สก็จับสัมผัสได้ว่าเขากำลังนอนอยู่บนพื้น ทว่ามันไม่แข็งเช่นพื้นทั่วไป กลับนิ่มนวลล่อยลอยจนเหมือนกับปุยเมฆ ชวนให้นอนแล้วรู้สึกดีราวกับว่าจะสามารถหลับฝันได้ยาวนาน

เมื่อท่านเคานต์ขยับตัว ตอนนั้นถึงได้รู้ว่าตัวเองไม่ได้นอนอยู่บนอะไรทั้งนั้น แต่ลอยอยู่ต่างหาก คิ้วสีเข้มขมวดเข้าหากันด้วยสีหน้าหาคำตอบ ก่อนภาพเหตุการณ์ก่อนหน้าจะไหลเวียนเข้าสู่สมอง ภาพลำแสงจำนวนนับไม่ถ้วนสาดเข้าใส่ดิวออสคิวเรียที่ไม่สามารถขยับหลบได้ ก่อนวาระสุดท้ายของตัวเอง ตอนนั้นเขากำลังคุยกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของตัวเอง

อา…งั้นเหรอ เขาตายแล้วสินะ

“สวัสดี ซาสบาล์ม”  เสียงเรียกที่ดังขึ้นทำให้ซาสบาล์มหลุดออกจากภวังค์ ท่านเคานต์วัยกลางคนหันไปตามทิศนั้นแล้วก็เบิกตากว้างกับภาพตรงหน้า ใจของเขากระตุกไปชั่ววูบหนึ่ง ก่อนสงบลงแล้วคลี่ยิ้มออกมา

…ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกไม่ใช่หรือที่จะได้เจอกันที่นี่

“เคานต์ครูเทโอ้”

เคานต์ครูเทโอ้ยืนอยู่เบื้องหน้าของเขา ข้างกายยังคงมีไม้เท้าคู่ใจ เรือนผมสีทองอร่ามแสกกลางเปิดดวงหน้าที่เชิดหยิ่งไม่เปลี่ยนแปลง นัยน์ตาสีฟ้าจับจ้องเขาเขม็งฉายความแค้นเคืองอย่างไม่ปิดบัง ขณะที่ริมฝีปากยิ้มเหยียด

ซาสบาล์มยิ้มให้อย่างไม่ครั่นคร้ามใดๆ แล้วทักทายราวกับว่าเป็นเพื่อนรักกันมานาน “ไม่เจอกันนานเลยนะ”

“สิบเก้าเดือน” ครูเทโอ้เยาะเย้ย “แค่สิบเก้าเดือน ในที่สุดท่านก็มาลงเอยที่นี่ ออกจะเร็วไปหน่อย”

“หึ…” คนฟังหัวเราะในลำคอ มองคนที่เขาสังหารเองกับมือ “แต่ก็ช้าสำหรับท่านใช่ไหมล่ะ”

ไม้เท้าถูกเหวี่ยงแหวกผ่านอากาศมาอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียง ก่อนหยุดลงที่ลำคอของซาสบาล์มห่างกันไม่กี่เซนติเมตร นัยน์ตาของซาสบาล์มมองอย่างสงบนิ่งเหมือนคราเดียวกับที่เขายืนรอรับการลงทัณฑ์จากลูกชายบุญธรรม เขารู้ว่าตัวเองสมควรโดนแล้ว หากแต่อีกคนกลับเป็นฝ่ายไม่ลงมือเสียเอง ทั้งที่นัยน์ตาสีฟ้านั่นคลั่งแค้นเสียเต็มประดา

“เอาสิ แค้นเราไม่ใช่หรือ”

ครูเทโอ้กัดฟันกรอด สบมองแววตานั้นอย่างไม่ชอบใจ หากจะเรียกเขาว่าหยิ่งทะนง คนๆ นี้ก็คงเป็นจอมท้าทาย “ทุกวัน…ข้าเฝ้าดูวาระสุดท้ายของท่านจากบนนี้ทุกวัน จินตนาการว่าสุดท้ายแล้วท่านจะเป็นยังไง สาปแช่งให้ท่านตายอย่างทรมาณที่สุด แต่มันก็สมใจข้าแล้วล่ะ”  เขายิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน “หึ.. ความรู้สึกของการโดนคนที่ไว้ใจที่สุดทรยศมันเจ็บปวดขนาดไหนนะ ซาสบาล์ม”

คนถูกถามยืนสงบนิ่งไม่โต้ตอบ ถูกของครูเทโอ้ เขารู้ตัวว่าสักวันตัวเองจะต้องตาย ต้องชดใช้กรรมที่ก่อไว้ และเตรียมใจที่รับมันมานานแล้ว นานมากตั้งแต่ที่เขาวางแผนลอบปลงพระชนม์องค์หญิง ทุกวันที่มีชีวิตอยู่เขานั่งคิดถึงช่วงเวลาสุดท้ายของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า

กลับกัน เขาคิดว่าเวลาของตัวเองควรจะเร็วกว่านี้ด้วยซ้ำ

แต่แล้วเขากลับรอดมาได้ครั้งนึง เด็กคนนั้นไว้ชีวิตเขา ยื่นข้อเสนอให้ แม้จะรู้ว่าตัวเองถูกใช้เป็นหมากเพื่อช่วยองค์หญิงอัสเซลัมที่เทิดทูน ใช้เขาเป็นเครื่องมือเพื่อทำลายวงจรอุบาวท์ของเวิร์ส ไม่ว่าเมื่อไหร่ เด็กคนนั้นก็มีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวคือทำเพื่อองค์หญิงเสมอ เขาต่างหากที่เผลอไผลคิดว่าความจงรักภักดีนั่นเป็นของจริง รับเด็กคนนั้นมาไว้ในการดูแล ให้ทั้งชีวิต ให้ทั้งตำแหน่ง ให้แม้กระทั่งรับมาเป็นลูกบุญธรรมและแต่งตั้งเป็นผู้สืบทอด

หากจะเรียกว่าเป็นคนที่ไว้ใจที่สุดก็คงได้

“ก็ไม่เลวเลยล่ะ…”

เสียงที่ร้องเรียกเขาว่า “คุณพ่อ” ในวาระสุดท้ายนั้นยังกึกก้องอยู่ในหู ฟังดูมุ่งมั่น แต่ก็แสนเศร้านัก

แต่เหนือกว่าความรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกทรยศ กลับเป็นความรู้สึกพอใจ

เด็กน้อยคนหนึ่งที่เขาเฝ้าดูมาเนิ่นนาน เติบโตมาขนาดนี้แล้ว

รอยยิ้มพึงพอใจที่ได้เห็นทำให้ครูเทโอ้ชะงัก อดีตท่านอาจารย์ขององค์หญิงตัดสินใจเก็บไม้เท้ากลับคืน ด้วยรู้ว่าอย่างไรซาสบาล์มก็ได้ในสิ่งที่ต้องการมาหมดแล้ว ทำไมเขาจะต้องเล่นไปตามเกมของอีกฝ่ายด้วย

“โห…” ซาสบาล์มร้องออกมา “ไม่ฆ่าจะดีเหรอ”

“บ้าหรือเปล่า ไม่มีใครตายซ้ำสองได้แล้ว”  แม้อยากจะฆ่าให้ตายคามือก็ตาม

เขารู้ดีว่าซาสบาล์มไม่มีทางเสียใจในสิ่งที่เลือกทำลงไป เป็นคนที่มุ่งมั่นและตั้งใจจริงจนเขาเองยังอดนับถือไม่ได้ ความสูญเสียในวัยหนุ่มทำให้ซาสบาล์มเจ็บปวดมาเนิ่นนานทำให้เขาเห็นใจ แต่ยังคงไม่อาจให้อภัยที่คนๆ นี้ลากองค์หญิงและเด็กอีกคนมาพัวพัน

องค์หญิงที่เขาเฝ้าพร่ำสอนตอนนี้หลับใหลไม่ได้สติ เปราะบางและอ่อนแอจนราวกับจะแตกสลายไปเมื่อไหร่ไม่รู้

ส่วนเด็กคนหนึ่งที่ไร้เดียงสา มือที่ไม่เคยทำร้ายใคร มาวันนี้กลับต้องจับปืนเหนี่ยวไกฆ่าคน

เสียงประกาศของสเลน ทรอยยาร์ดที่ดังขึ้นมาทำให้ครูเทโอ้และซาสบาล์มหันไปสนใจฟัง ซาสบาล์มมองลงไปยังเบื้องล่าง เขาเห็นพิธีศพของตัวเอง ลูกบุญธรรมของตนกำลังกล่าวไว้อาลัยอยู่หน้ารูปของเขา ดวงตาสีน้ำทะเลที่เขาเคยเห็นว่ามันอ่อนแอ กลับแข็งกร้าวมุ่งมั่น เด็กหนุ่มเดินลงจากปะรำพิธีไปหาฮาร์คไลค์ที่ยืนคอยอยู่ รับเสื้อคลุมตำแหน่งท่านเคานท์สวมทับไว้บนบ่า ทั้งที่ตัวเล็กขนาดนั้น แต่ภาระกลับหนักหนาเหลือเกิน

“เด็กนั่นเป็นเด็กดี” ครูเทโอ้เปรย ซาสบาล์มส่งเสียงบอกว่าเขาเห็นด้วย “ไม่ควรมาเจอเรื่องแบบนี้ ความแค้นของท่านทำลายใครบางคนไปมากเหลือเกิน”

คนฟังยิ้ม “ความหยิ่งยะโสของท่านก็ทำให้ใครบางคนทรมาณมานาน”

ครูเทโอ้ไม่กล่าวโต้ตอบอะไรเพราะรู้ว่านั่นคือความจริง

เราทั้งคู่ต่างมีความผิดที่เกินให้อภัย

และก็สายเกินไปที่จะมาถกเถียงเพื่อแก้ไขอะไรได้แล้ว

“ให้เขาเป็นแบบนี้ล่ะดีแล้ว”

นัยน์ตาสีฟ้าตวัดมอง “ดียังไง”

“อย่างน้อยตอนนี้เขาก็มีอำนาจ มีพลังเพียงพอจะทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ ไม่มีใครสามารถดูหมิ่นได้อีก สิ่งสุดท้ายที่ข้าเหลือไว้ให้เขาเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วล่ะ”

ครูเทโอ้หันกลับไปมองภาพเบื้องล่าง สายตาหยุดอยู่ที่ทหารหนุ่มผมดำซึ่งเดินตามเด็กคนนั้นอยู่ข้างหลัง เพราะไม่มีใครรู้อนาคตเขาจึงได้แต่ถามตัวเองว่าดีแน่หรือ

“สิ่งที่ดีที่สุดของท่าน สุดท้ายก็จะผลักให้เด็กคนนั้นให้พบจุดจบที่เลวร้าย”

“เป็นห่วงอย่างนั้นหรือ” ซาสบาล์มสังเกตเห็น “หายากนะเนี่ย อยากจะชดใช้กับสิ่งที่เคยทำไว้หรือไง”

แม้ครั้งนึงจะดูถูกเหยียดหยาม เพราะสเลน ทรอยยาร์ดเป็นชาวโลก สายตามองเด็กคนนั้นด้วยความดูถูกเหยียดหยาม แต่สเลนก็ก้มหน้ารับการทารุณอย่างไม่โต้ตอบอะไรเลยเป็นเวลายาวนานกว่าห้าปี ทีแรกนั้นเขาคิดว่ามันคือความทะยานอยากที่เด็กคนนั้นอยากจะขึ้นมาเทียมตัวเสมอชาวเวิร์ส หากแต่ทุกสิ่งเป็นการอดทนเพื่อคนสำคัญล้วนๆ

เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดของเด็กคนนั้นเมื่อตอนเขาลงแส้ฟาดกับมือยังก้องอยู่ในหัว

กว่าจะได้เข้าใจถึงความจงรักภักดีนั่นอย่างถ่องแท้ก็ช้าเกินกว่าจะแก้ตัวได้แล้ว

ครูเทโอ้กำหัวไม้เท้าแน่นไม่ตอบสิ่งใด คนถามจึงกล่าวต่อไป

“เด็กคนนั้น แทนที่จะยอมเป็นสุนัขรับใช้ที่ซื่อสัตย์ อาศัยอำนาจของข้ายื้อชีวิตองค์หญิงไปเรื่อยๆ กลับเลือกที่จะไปให้สูงขึ้นเพื่อปกป้ององค์หญิงด้วยตัวเอง นับว่าเป็นทางเลือกที่ไม่เลว”

ทางเลือกที่โดดเดี่ยว ครูเทโอ้ค้านในใจ

“คิดค้านอยู่สินะ” ซาสบาล์มเอ่ยดักคอ เห็นครูเทโอ้หน้าบึ้งยิ่งกว่าเดิมเขาเลยพูดปลอบอย่างช่วยไม่ได้ “เด็กคนนั้นเลือกแล้ว”

“ถึงตอนนั้นเขาจะต้องทุกข์ทรมาณมากกว่าที่เคยเจอ” ยามเมื่อองค์หญิงลืมตาแล้วพบว่าโลกกลับตาลปัตร สเลนจะทำอย่างไรต่อความเกลียดชังที่อาจได้รับจากคนที่เขารักมากที่สุด

เขาไม่รู้ว่าเด็กคนนั้นวางแผนอะไรไว้ ทำได้เพียงมองทุกๆ อย่างจากบนนี้ เมื่อรู้ว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้ อย่างน้อยจึงได้แต่ขอให้เด็กคนนั้นมีจุดจบที่ดี

“เรามาเถียงกันมันก็แก้ไขอะไรไม่ได้หรอกนะ ครูเทโอ้” คนฟังเอ่ยเตือน จนใจจะเถียงต่อ  ทว่าสิ่งที่ได้รับคือร่างของครูเทโอ้ที่เดินสะบัดออกไปราวกับไม่อยากจะเสวนาด้วยอีกแล้ว ซาสบาล์มยิ้มตามอย่างเหนื่อยใจ ก่อนหันกลับมามองเบื้องล่าง

จากบนนี้เป็นมุมที่เห็นชัดทีเดียว เขาได้เห็นทุกอย่างที่ตอนมีชีวิตอยู่ไม่ได้เห็น แม้แต่จิตใจแท้จริงของใครสักคนที่จะแสดงออกมายามอยู่ลำพังเท่านั้น

“คุณพ่อ”

เคยเพ้อฝันถึงความรู้สึกที่ถูกเรียกอย่างนั้น แม้ไม่ใช่ลูกชายที่แท้จริงกับภรรยาอันเป็นที่รัก ได้สัมผัสเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้นแต่ก็เป็นความรู้สึกที่น่าดีใจจนอยากจดจำไปตลอดชีวิต

หลอกใช้เขามากมาย แต่เสียงที่สั่นเครือนั่นเขาฟังไม่ผิดสินะ

ซาสบาล์มยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน ขอให้มันส่งไปถึงคนที่อยู่อีกฝั่ง

เรามาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับได้แล้ว…

“หลังจากนี้เป็นยุคของเจ้าแล้ว รักษาตัวด้วยนะ”

สเลน ทรอยยาร์ด…ลูกชายของเขา

——————————————————————

ขอโทษค่ะหนูเพ้อ TT_______TT

ไว้อาลัยแก่ท่านซาส คุณพ่อคนที่สอง …ถามว่าแล้วท่านครูเทโอ้ไม่นับเหรอ อ๋อ นั่นคุณแม่— //โดนฟาด

หนูเพิ่งได้ฟินกับรอยยิ้มคุณพ่อไม่กี่นาทีเองค่ะ ยิ้มอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เคยเห็นเลย งื้ออออออออออออ

ถ้าเป็นคุณพ่อ จะต้องเป็นคุณพ่อที่ดีแน่ๆ ค่ะ

ขอให้มีความสุขกับเมี– //แอ่ก// …นะคะ

Fiction

Fic [K-Project] : Relativity

Fic :  Relativity

Form :

Pairing : SaruMi   

Talk about : ไม่มีอะไรครัฟ  แค่ไปท้าทายอำนาจก๊าบก้า แล้วเราก็เลยต้องท้าทายกลับด้วยฟิคเรท ซึ่ง เว้นช่วงแล้วมือโคตรตกอ่ะ

เอาจริงๆ เราคิดว่าซารุมิคงเป็นประเภทคบกันแล้วแต่ไม่รู้ว่าที่ทำเนี้ยคือคบกันอยู่ ก๊ากกกกก  ซารุแม่มก็เห็นอย่างัง้นคงไม่ออกปากง่ายๆ กับ มิซากิก็ยิ่งแล้วใหญ่เลย  เวิ่นเว้อกันไปที่สำคัยกว่าคือการตีกันของซารุมิ  ในพจนานุกรมของอิฉัน  รักกันแค่ไหน แต่มันก็ต้องต่อยตีกันเหมือนเดิมละหว่า 9 more words

Fanfic

Fic [K-Project] : Summer

Fic : summer

Form :

Pairing  : SaruMi

Talk about :    พยามจะเขียนซารุที่มีออร่าจิตๆ ยันๆ  OTZ คงต้องฝึกอีกเยอะ

ทั้งหมดในเรื่องนี้จิ้นเอง จากการวิเคราะห์ส่วนตัว  ที่ยาตะทำอาหารเก่งในดราม่าซดี บ่นเรื่องแม่  นับถือคิงแดงโอเวอร์   เลยจิ้นว่า  ครอบครัวยาตะน่าจะหย่า  และยาตะอยู่กับแม่    มีพ่อไม่ได้เรื่อง เลยซ้อนทับคิงแดงในแบบผู้ใหย่อย่างจะเป็นและพ่อในอุดมคติ 90 more words

Fanfic

Chansoo | Hai nửa thế giới - chương 32

 Hai nửa thế giới

by Rian

Chương 32

Chỉ còn ba tháng nữa.

Một ngày nọ,được nghỉ làm mấy hôm,Thế Huân lên kế hoạch đi du lịch.Ban đầu đem kể với Phác Xán Liệt,hắn cũng không phản đối gì mà vui vẻ gật đầu,thế là lên lịch,chọn địa điểm này nọ,chuẩn bị tươm tất chu đáo.Đến sáng hôm đi,bỗng nhiên lòi ra thêm hai người nữa.Một là Độ Khánh Thù,người còn lại là Lộc Hàm.Ngô Thế Huân bất đắc dĩ thở dài,tên Xán Liệt đời nào chịu rời Khánh Thù nửa bước,dù sao dẫn cậu bé đi theo cũng được,nhưng thằng oắt con Lộc Hàm thì không thể nào chấp nhận nổi. 2,885 more words

Fic [K-Project] : Drunk! Drunk!! Drunk!!!

Fic : Drunk! Drunk!! Drunk!!!

Form :

Pairing : sarumi  

Talk about :

//กราบทุกเส้นศีลธรรมบนโลกนี้

แก้วิจัยเสร็จ ฮึดปั่นรวดเดียว ตั้งแต่ 1ทุ่ม – ตี 2  เสร็จสิ้น 17 หน้า  อีดิธเนื้อหาสมบูรณ์ 5 รอบ  อาจจะมีแก้บ้าง(คำผิด) แต่ไม่เปลี่ยนส่วนเพิ่มเติมแล้ว เด้งมา 18 หน้า  ฉันก็กลัวตัวเองอยู่บ้างนะจัน  ถ้าแรงเวิ่นจะเยอะขนาดนี้ 197 more words

Fanfic

Lost in the Melody

“I’m lost in his Melody.”

Jeon Jungkook as the Main Cast

 752 Words

 * 922 more words

Bangtan Boys