Tags » Sherlock Holmes

July Read-a-Thon Update: Day 16

I’m getting a lot more reading done this Read-a-Thon. The June one was shorter, yes, but I also just have way more reading to do, and I have to prioritise it, because it’s for class! 226 more words

Blog

New Sherlock Holmes: Crimes and Punishment Gameplay Trailer [Video]

We talked about Frogwares’ Sherlock Holmes: Crime and Punishment back in January but since then, there hasn’t been much news about it. We saw a few clips here and there but nothing too substantial in terms of gameplay. 130 more words

Gaming & App News

London's Book Benches

LONDON’S BOOK BENCHES

This summer, the streets of London have been filled with 50 book-shaped benches, celebrating a range of books from classics to modern favorites. 119 more words

Book News

Cauldron-Born (2) [Sherlock BBC / Translate Fic]

CAULDRON-BORN

Original : Cauldron-Born on Wattpad
Translator : VendaceWindy
Summary : เป็นเรื่องราวของเชอร์ล็อคโฮล์มส์ในโลกของซอมบี้ค่ะ

 

- THE INSIDE-OUT FACE -

เชอร์ล็อคและจอห์นเด้งตัวขึ้นแท๊กซี่สีดำและมุ่งหน้าไปยังสถานเกิดเหตุ เชอร์ล็อคนั่งอยู่ตรงที่ประจำของเขา นั่งตื่นเต้นเหมือนเด็กน้อยกำลังเดินทางไปหาซานต้า ถึงแม้เขาจะอายุยี่สิบปลายๆ แต่นักสืบคนนี้บางทีก็ชอบทำตัวเป็นเด็กอยู่เรื่อย

 

จอห์นนึกพลางยิ้ม “นี่เชอร์ล็อค ฉันรู้ว่านายดีใจ แต่ที่นั่นคือสถานเกิดเหตุที่มีคนตาย นายจะไปดี้ด้าอยู่ที่นั่นไม่ได้นะ ทำตัวให้มันปกติ”

 

เชอร์ล็อคขมวดคิ้ว “ปกติของฉันก็เป็นซะแบบนี้?”

 

“เอ่อ งั้นก็อย่าเป็นปกติแบบตัวนาย ปกติแบบคนอื่นน่ะหิมทำได้ไหม”

 

เชอร์ล็อคตอบเป็นคำเปรียบเปรยยาวๆ ก่อนจะเริ่มบ่นเรื่องน้ำหวานเมื่อวานอะไรของเขาก็ไม่รู้ น้ำเสียงเรียบๆซึ่งพอจับใจความแล้วมันดันไม่สำคัญอะไรกับคำถามของจอห์นนักเชอร์ล็อคเห็นจึงเปลี่ยนเรื่อง

 

“เมื่อคืนนี้นายไปผับบาร์เล็ตมาหรอ? ผับนั่นมันเสียงดัง แถมบริการลูกค้าห่วยแตก ฉันคิดว่านายน่าจะนัดกับเพื่อนจากสนามรบของนายไว้ แต่ว่า เพื่อนคนนั้นของนายน่าจะซี้พอสมควรเลยนะที่เห็นนายผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะขนาดนั้น แต่จอห์น วัตสันไม่ค่อยมีเพื่อนนี่ ยกเว้นคนใกล้ชิดอะนะ ยังไงก็ตาม เพื่อนของนายคนนี้ก็เป็นคนติดยา คนที่ทำงานเหนื่อยทั้งวัน น่าจะเป็นคนผู้ชายที่แก่กว่านาย คนที่นายค่อนข้างนับถือในอายุของเขา ดูได้จากรอยถูแนคไทที่คอของนาย นายชอบทำเวลานายตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ๆ”

 

จอห์นมองหน้าคนมารยาทเสียด้วยสีหน้าปานจะจับกิน

 

“แล้วก็รองเท้าของนายมันเลอะบ้างนิดหน่อย นั่นแปลว่านายออกไปเต้นกับเขาหลังจากกินได้ไม่กี่แก้ว, น่าจะ 7 แก้วนะฉันเดา เอาจริงๆฉันก็ไม่แคร์เรื่องนายไปเที่ยวกับเพื่อนแล้วดื่มไปเรื่อยอยู่แล้ว แต่จอห์น ดื่มบ่อยๆมันไม่ดีต่อสุขภาพนะ”

 

จอห์นถอนหายใจ เขาเล่นปากโดยย้ายมันไปข้างนึง “เราเปลี่ยนเรื่องคุยได้ไหม โอเคฉันดื่มมากไป แต่ฉันขอเมาบ้างอะไรบ้างซักครั้งไม่ได้หรือไง”

 

ตากลมใสของเชอร์ล็อคม้วนตัวตามที่เจ้าของบังคับ ก่อนเขาจะตอบด้วยเสียงคล้ายจะต่อว่า “เมาแล้วมันช่วยอะไรหรือไง อีกอย่างนึง ฉันรู้ว่าที่นายนัดเพื่อน แล้วไปเมากันน่ะเป็นเพราะนายอาจจะรับข่าวนึงไม่ได้่”

 

“ข่าวอะไร” จอห์นหันหน้ากลับมาด้วยความสนใจ

 

เชอร์ล็อคเริ่มนอนเอกเขนกแล้วหาวออกมาเสียงดังจนทำให้แค๊บบี้หันมามอง “นายนี่ช่างไม่ฉลาดเอาซะเลยนะจอห์น นายไม่เห็นของในกระเป๋าถือของแมรี่หรือไง?”

 

“นี่นายว่าฉันโง่หรือไง?” จอห์นเริ่มหน่าย ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง

 

“จริงๆแล้วเธอเดินเขย่งเข้าแฟลทมา มือของเธอเกาะกันแน่นทั้งสองข้าง หลังของเธอตรงเหมือนจะเคารพธงชาติ แก้มของเธอแดงระเรื่อ ผมของเธอเปียกจากเหงื่อ แล้วก็, แหม ถ้าจุดนี้นายไม่เห็นฉันจะสรุปว่านายไม่ได้อยู่ที่สองสองหนึ่งบีในตอนนั้น เธอมองมาที่นายพร้อมรอยยิ้มอันอบอุ่นตลอดเวลา”

 

จอห์นยิ้มแบบที่แลดูแปลกใจ “นายกำลังจะบอกว่าแมรี่ท้องหรอ?”

 

เชอร์ล็อคปรับสีหน้าให้หม่น แล้วประชดใส่ “ทาดาา แน่นอน หล่อนท้อง” คำสุดท้ายของเขาฟังดูกวนเอามากๆ

 

หลังของเชอร์ล็อคเริ่มกลับมาตรง คอเสื้อหนาๆถูกสะบัดให้ตรงเท่ากัน จอห์นพูดเบาๆขึ้นมาว่า “โอเค งั้น นั่นคงเป็นข่าวที่เธออยากจะบอกฉัน ไม่อยากจะเชื่อเลย ฉันต้องทำยังไงต่อไปดีเนี่ย”

 

“ทำเหมือนซะว่านายไม่เคยรู้เรื่องนี้จากฉัน เธอต้องเกลียดฉันเข้าไส้แน่ๆถ้ารู้ว่าฉันบอกนายทั้งๆที่เธออยากจะเป็นคนบอก” เชอร์ล็อคถอนหายใจแล้วมองไปที่นาฬิกาข้อมือ “ถึงแล้ว” แค๊บบี้พูดแทรกขึ้น เชอร์ล็อคเปิดประตูหลังรถแล้วโดดออกไปไม่รอใคร จอห์นจ่ายเงินแล้วเดินตามออกมา

 

“ทางนี้” เชอร์ล็อคเดินนำ “คดีนี้ไม่น่ายากมากมาย ฉันต้องการดูแค่หน้าของเธอ”

 

“แค่หน้าหรอ?”

 

“ใช่ หน้าของเธอที่เป็นส่วนเสียหายมันบอกทุกอย่าง ส่วนที่เหลือไม่สำคัญเท่าไรหรอก” เชอร์ล็อคก้มหัวเดินผ่านเทปสีเหลืองที่คอยกันคนอื่นให้ออกจากสถานเกิดเหตุ ตามด้วยเสียงของโดโนแวนที่ประกาศบอกว่าตัวประหลาดมาแล้ว เขาเดินเข้าไปหาเลสตราดกับศพ แล้วหยิบแว่นขยายคู่ใจของเขาออกมา โยนผ้าคลุมศพทิ้งไปห่างแล้วเริ่มวิเคราะห์ศพ แขนขาของเธอบิดเบี้ยวและเหมือนจะแตกหัก หน้าของเธอเละไม่มีชิ้นดี

 

“ข้อมูลบอกว่าเธออายุยี่สิบ –” เลสตราดเริ่มพูดก่อนจะโดนขัด

 

“สาม ไม่สิ ยี่สิบเอ็ด เธอมีผิวเนียน ใช้ครีมทามือ สไตล์แฟชั่นของเธอ และกลื่นน้ำหอม แค่นี้ก็บอกได้แล้วว่าอายุยี่สิบเอ็ด” สายตาของเชอร์ล็อคไล่ลงไปถึงรองเท้าเรียบๆของหล่อน

 

“ดูเหมือนเธอเดินมาจากมหา’ลัย เดินลัดผ่านสนามที่เพิ่งจะเทดินไป บอกได้จากรองเท้าเลอะดินของเธอ เธอเดินอยู่บนทางเท้าจากนั้นเธอก็..” เชอร์ล็อคขยับตัวเข้าไปมองศพใกล้ๆ “จากนั้นเธอก็ถูกตาม อืม น่าสนใจ ทำไมเขาถึงตามเธอไม่ใช่คนอื่น?”

 

“อะไรนะ?” เลสตราดถามด้วยอารมณ์สไตล์เลสตราด เขามองไปที่จอห์นเพื่อคำอธิบายเพิ่มเติม แต่เขาเพียแค่ยักไหล่ตอบ

 

เชอร์ล็อคยื่นหน้าไปใกล้ๆศพเพื่อสังเกตให้ชัดขึ้น “คนรอบๆนั้นก็มีเยอะอยู่หรอก งั้น ฆาตกรคนนี้คนพยายามหาคนธรรมดาๆที่จะเอาไปทำพิธีเนื้ออะไรซักอย่าง แต่ทำไมต้องเป็นเธอ?”

 

เชอร์ล็อคลุกขึ้นแล้วแย่งแฟ้มข้อมูลออกมาจากมือของเลสตราด “หน้าตาของเธอก็ไม่ได้ดูดีอะไรมาก เธอตัวค่อนข้างเล็ก สูงห้าฟีตกับสองนิ้ว ดูเหมือนฆาตกรแคนนิบอล (พวกกินเนื้อคน) พวกนี้จะนิยมคนตัวเล็กสินะ? ฉันว่าใช่แล้วแหละ” จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมามองจอห์นด้วยสีหน้าแลดูซุกซนจากคิ้วของเขา

 

“ฉันต้องการแค่หัว ขอแค่หัวของหล่อนก็พอ” เชอร์ล็อคสั่ง

 

เหมือนหัวใจของเลสตราดหล่นไปยังตาตุ่ม “เชอร์ล็อค! อยู่ดีๆนายก็เอาหัวที่โดนแดกไปไม่ได้หรอกนะ ครอบครัวของเธอยังไม่รู้เรื่องนี้เลย ตอนเขาถามเราควรจะตอบยังไงเล่า ขออภัยครับ, ใบหน้าของลูกสาวคุณถูกกินโดยคนจิตไม่ปกติแล้วก็ถูกนำออกไปโดยนักสืบ? นายอยากให้พวกเราชิบหายกันหรือไง?!”

 

หลังจากเถียงกันได้ซักพัก เชอร์ล็อคก็ร้องขึ้นมา “แล้วฉันควรจะทำยังไงกับส่วนที่เหลือของร่างกายหล่อนล่ะ ฉันไม่อยากได้ส่วนที่เหลือของเธอซะหน่อย หน้ามันบอกทุกอย่างที่ฉันต้องการแล้วนี่!”

 

แล้วจอห์นก็คิดอะไรขึ้นมาได้ เข้าสะกิดแขนของเชอร์ล็อค “แบบนี้ไหม นายก็เอาร่างของเธอไปที่แล็บทั้งหมดเลยแล้วนายก็ดูแค่ที่หน้า”

 

เลสตราดหรี่ตาใส่ แต่เชอร์ล็อคตกลงด้วย “ได้เลย มีอะไรอีกไหมเลสตราด?”

 

“ไม่ละ แค่นี้แหละ ขอบใจพวกนายมาก” เลสตราดโค้งตัวเล็กน้อยแล้วเดินออกไป

 

เชอร์ล็อคลดตัวลงมาวิเคราะห์ร่างที่ฉีดขาด จอห์นย่อตัวลงนั่งข้างๆ “เราจะจับฆาตกรบ้านี่ได้ไหม?” คนตัวเล็กถามขึ้น แล้วมองไปยังใบหน้าของอีกฝ่าย

 

“อาจจะได้ เราต้องหาเหยื่อให้เขา ฉันจะตามทางของมัน อย่างน้อยเขาคงต้องทิ้งรอยเลือดเป็นทาง — ค่อยๆจางหายไปเมื่อเข้าซอยแล้วไปโผล่อีกทีที่ท่อน้ำ แต่เหยื่อนี่สิ ฉันต้องการคนที่..” เชอร์ล็อคหยุดแล้วค่อยๆมองมาที่เพื่อนซี้ตัวเอง

 

“บางทีเราอาจจะใช้..” จอห์นพูดขึ้นมาก่อนจะเจอว่าอีกฝ่ายมองเขาอยู่ “ฉันหรอ? นายจะใช้ฉัน? นายบ้าแล้วหรือไง”

 

“นายก็รู้คำตอบดีนี่ ความสูงของนายมันพอดีเป๊ะและเป็นคนที่ว่างพอดีในช่วงนี้ ประมาณบ่ายสองพวกเราจะไปที่ซอยแถวนั้น”

 

“แล้วถ้าเขาไม่เลือกฉันล่ะ? ถ้าเขาไปเอาคนอื่น?”

 

เชอร์ล็อคตบหลังศีรษะของจอห์นเบาๆแล้วโบกมือเรียกแท๊กซี่อีกคัน “ฉันมั่นใจว่าเขาต้องเลือกนายแน่ๆ”

  ——————————————————————————————————————-

เผลออ่านไปก่อนแล้วเห็นว่าตอนหลังๆสนุก เลยรีบแปล ฟึดฟัดฟึดฟัด รีบแปลก่อนอาจารย์จะเอาการบ้านเท่าภูเขามาให้ 

ไม่บ่นมาก จบแค่นี้แหละ 555555555555

PS. แท๊บเล็ตที่เชอร์ล็อคให้เอามาก็ไม่ได้ใช้นี่นาใช่ไหม?

บายยยยยยย

An ode to Michael Simkins and Sherlock Holmes

There’s always a slight jolt of terror when someone says “I need to use the internet on your laptop.” Shadowy images of recently visited websites flash in the mind…the Facebook of an ex-partner you’ve heard has become a successful business tycoon, Michael Buble fansites, the message board of Nancy Drew PC gamers you were tutoring through that final problem in… 332 more words

Acting

The game's afoot...

On Wednesday I had a really good meeting with Steven Baily of Portsmouth City Council and Michael Gunton, Senior Archivist of The Conan Doyle Collection in Portsmouth Library. 506 more words

Self.

Shameless PBS “Documentary” on Sherlock

 DATELINE: TV MASHUP

Though we basically enjoyed watching the two “episode” commercial for the PBS series Sherlock, the documentary by PBS called How Sherlock Changed the World… 247 more words

Politics & Society