Tags » Sorcerer

Tangerine Dream Died, And You Need To Give A Shit

“In the beginning, I didn’t know anything about synthesizers. I still don’t know a whole lot about them, but I knew that they had a particular sound that appealed to me.

504 more words
Dead Cinema

Tangerine Dream & the Nightmare Sounds of Sorcerer (1977)

Edgar Froese, the founding member and creative mastermind behind the prolific German band Tangerine Dream, passed away this past Tuesday, January 20th. The news broke yesterday… 842 more words

Brandon Ledet

Tangerine Dream Founder Edgar Froese Dies at 70

German electronic music pioneer Edgar Froese, founder of influential instrumental electronica group Tangerine Dream, died Jan. 20 from a pulmonary embolism in Vienna. He was 70. 159 more words

News

The Father's Last Words - Miscicgnce

I could feel my heart explode at the revelation.
She was not who I thought she was. She was more.
This loneliness I had felt for decades could be put to an end. 101 more words

Excerpt

Firetha 3.0 draft

I decided that for Firetha’s next life I would like to do a pure sorc, air savant. I’ve been looking at Farwind: An Air savant Endgame EE DPS Build… 1,378 more words

Sorcerer

A : ทำไมแฮร์รี่ถึงคิดร้ายๆกับพวกเดอสลีย์ได้นะ?

เกิดจากเมื่อช่วงปีใหม่หยิบแฮร์รี่ขึ้นมาดูอีกครั้ง
ครั้งนี้ดูแบบตั้งใจจริงค่ะ Focus (หลายครั้งได้ดูกับที่บ้านแล้วหลุด ดูผ่านๆ)

ก่อนที่จะดูหนัง เรานั่งอ่านคอมเม้น วิเคราะห์หนัง เจอเม้นนึงที่พูดว่า
“ไม่ปลื้มคาแรกเตอร์แฮร์รี่เท่าไร ทำไมมีใจคิดถึงร้ายๆกับพวกเดอสลีย์ได้นะ?”

เราเก็บคำถามนั้นไว้แล้วเริ่มดูหนัง
/ปักหมุด Topic ทำไมๆ

สำหรับคนที่ชอบตัวแฮร์รี่มาร่วมคิดไปกับเราด้วยนะ
ดูๆไป อื้ม  โอเค ผ่านมา11ปีที่แฮร์รี่ไม่ได้รับความรักเลย แต่เค้าได้รับความเมตตา

หลายๆซีนทำให้เรา flashback ชีวิตมัธยมปลาย
เพราะนึกขึ้นได้ว่าเราเคยมีเพื่อนที่กำพร้าพ่อแม่แบบแฮร์รี่
ซึ่งเธอเป็นเด็กที่มีปัญหามากๆ เพื่อนทุกคนรำคาญเธอจากขั้วหัวใจ
เวลาเธอทำเรื่องอะไรไม่ดี มักจะอ้างว่า “ก็เราไม่มีพ่อมีแม่”
ตอนนั้นเราไม่เข้าใจเลยค่ะว่า อะไรวะไม่มีพ่อมีแม่จะทำอะไรแย่ๆก็ได้งั้นสิ??
พ่อแม่มันจะสำคัญอะไรตรงไหน มันอยู่ที่ตัวเราเลือกเอง
เธอโทษคนอื่นมันทำให้เธอดูน่ารังเกียจมากขึ้น ประมาณนั้น เรารู้สึกเห็นใจแต่ไม่เข้าใจทั้งหมด

พอถึงซีนกระจกแอริเซด เป็นกระจกที่เวลาที่ส่องกระจกคุณจะไม่ได้เห็นใบหน้า แต่จะเห็นความปรารถนาในใจลึกๆของคุณ ตัวละครอื่นๆมาส่องกระจกนี้เช่นกัน ทุกคนต่างเห็นสิ่งที่ตัวเองต้องการ มันคือความสำเร็จที่รออยู่ข้างหน้า (เช่น รอนเห็นตัวเองเป็นฟรีเพ็คและหัวหน้าทีมควิชดิช โวลเดอร์มอร์เห็นตัวเองที่กลายเป็นอมตะ)
สำหรับแฮร์รี่ต่างจากคนอื่น เค้าเห็นตัวเองอยู่ข้างพ่อและแม่
มันเป็นฝันที่เรียบง่ายมากๆ เบสิคมากๆ แต่ก็เจ็บปวดมากๆ รู้แก่ใจว่าไม่มีวันเป็นจริง
วินาทีนั้นเราก็น้ำตาซึมค่ะ อินขึ้นมาซะงั้น

อีกไดอะล็อคนึง แฮร์รีู่ถูกอัมบริจด์ทำโทษให้คัดลายมือ ผมจะไม่โกหก
เฮอร์ไมโอนี่โมโหมากที่เห็นมือแฮร์รี่เป็นรอยแผลเต็มไปหมด
เธอโพล่งออกมาว่า “ถ้าพ่อแม่รู้เข้าล่ะก็นะ”
แฮร์รี่ “แต่ฉันไม่มีทั้งคู่แล้วนิ”
โหยย  เป็นคำพูดพึมพำเบาๆที่ทำให้เรารับรู้ได้อะไรบางอย่างว่า  ยังงี้นี้เอง พ่อแม่คือผู้พิทักษ์ บอดี้การ์ด องค์รักษ์ ผู้ปกปักษ์ดูแลรักษาเรามาโดยตลอด  คนที่มีพ่อแม่จะไม่เก็ทในส่วนนี้เท่าไร เหมือนมันเป็นเรื่องปรกติธรรมดาอยู่แล้วใครๆก็มีพ่อแม่ แต่คนที่ขาด เค้าจะรู้สึกอย่างไร? เราเดาว่ามันเต็มไปด้วยความไม่มั่นคง ความไม่สบายใจ

ถ้าเรารู้สึกเคว้งคว้าง = เราก็ต้องการที่จะหาที่ยึดเหนี่ยว จึงไม่แปลกที่จะถูกชี้นำง่ายให้ดีหรือร้ายได้ง่ายๆ

ในขณะเดียวกันก็นึกถึงคำ “คนเราเกิดมาต้นทุนไม่เท่ากัน” อันนี้เราว่าใช่แฮร์รี่เลย
และคำว่า “เลี้ยงลูกเราเลี้ยงได้แต่ตัว” อันนี้เราว่าใช้ได้บางกรณี สำหรับลูกที่ไม่มีปลื้มพ่อแม่ เค้าจะไม่พยายามทำสิ่งที่พ่อแม่เค้าสั่งสอน ก็เลี้ยงแต่ตัวจริงๆ
แต่ส่วนใหญ่แล้วลูกๆย่อมมีพ่อแม่เป็นไอดอล ยกตัวอย่างเช่น เดรโก มัลฟอย

อย่างไรก็ตามแฮร์รี่ได้รักอื่นทดแทน รักจากเพื่อน จากคนที่คุ้มครองเค้าอย่างเปิดเผย บางคนก็ลับๆ

มันเทียบเท่าไม่ได้กับความรักของพ่อแม่เลย ไม่ได้แม้แต่เสี้ยวเดียว มันคนล่ะแบบกันอย่างสิ้นเชิง
แต่แฮร์รี่ก็โชคดีมากที่พบว่าพ่อแม่ของเค้าเป็นคนที่”ดีงาม”  รับรู้ว่าพ่อแม่ปกป้องเค้าจนตัวตาย แค่นี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่า พ่อแม่ให้ความรักแก่เค้า *เพียงแค่เค้าจำไม่ได้* และนั่นแหล่ะค่ะ มันกลายเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ
ซึ่งต่างกับเพื่อนของเราที่กำพร้าพ่อแม่เพราะต่างคนต่างมีครอบครัวใหม่มีลูกคนใหม่ ทิ้งเพื่อนเราให้ปู่ย่าเลี้ยง เธอคงรู้สึกว่าเธอคือคนที่ถูกทอดทิ้งอย่างแท้จริง

*สรุป*คำตอบ
Point มันไม่ได้อยู่ที่การไม่มีพ่อแม่หรอก
แต่มันอยู่ตรงที่เด็กเหล่านี้ “ขาดความรัก”
และแฮร์รี่ขาดความรักจากเดอสลีย์ ทำให้เขาคิดไม่ดีกับพวกนั้นเท่าไรนัก

เพราะฉะนั้นคำพูดทั้งหลายที่เราเคยฟังแล้วต้องเบือนหน้าหนี
“รักคือทุกสิ่ง”
“สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือความรัก”
ตอนนี้ได้ตระหนักความสำคัญของมันแล้ว

ถึงวันนี้เราจะไม่เข้าใจหัวอกคนที่กำพร้าพ่อแม่แต่เกิดและไม่มีวันเข้าใจได้100%
แต่เข้าใจการกระทำของเค้า ว่าอะไรทำให้เค้าต้องเป็นกลายเป็นคนแบบนั้น
แน่นอนว่าถ้าไม่เป็นการเดือดร้อนเกินไป มีโอกาสก็ควรจะชี้แนะพวกเค้าด้วย
ถ้าเค้าไม่เข้าใจ ก็ไม่เป็นไร หวังว่ามันจะเป็นประโยชน์ สักวันแหล่ะ เค้าจะรู้ตัว

ไอซ์

Diary