ไม่ได้มาอัพตั้งนาน เดี๋ยวจะมาเล่าเรื่องไปหาหมอครั้งแรกในเยอรมันให้ฟัง

หลังจากที่กลับจากฟาร์ม WWOOF มาถึงบ้านของสเตฟานแล้ว เราก็มานอนป่วยไข้ขึ้นที่บ้านเค้าต่อ แต่เค้าก็ดูแลดีมาก ชงชาคาโมมายล์ใส่กาทิ้งไว้ให้ทุกวัน ซื้อแพ็คกระดาษทิชชู่มาให้เป็น “ของขวัญ” แถมยังเอาฮีตเตอร์มาเปิดในห้องให้อีก เรานอนพักอยู่บ้านอยู่อาทิตย์นึงอาการก็ยังไม่ค่อยดีขึ้น ยังปวดๆมึนๆหัวและน้ำมูกเยอะมาก สั่งได้ทั้งวัน น้ำมูกเหลืองอ๋อยยังกะไข่ดิบที่คนเสร็จแล้วเตรียมเอาลงไปทอดเป็นไข่เจียว นึกออกมะ เราก็เลยตัดสินใจไปหาหมอ

การไปหาหมอที่เยอรมันค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่ไทยมาก โชคดีที่เราสมัครประกันสุขภาพตอนวันไปฟังข้อมูลเรื่องการลงทะเบียนที่ Studienkolleg ไปแล้วเลยไม่ต้องจ่ายเงิน (จริงๆก็ต้องจ่ายไปก่อนแหละ แต่ได้คืนทีหลัง) เดี๋ยวพูดเรื่องการสมัครประกันนิดนึง คือตัวคอลเลจของเรากำหนดมาเลยว่าเราต้องมีประกันของบริษัทประกันเอกชนในเยอรมันก่อนถึงจะลงทะเบียนเรียนได้ แล้วประกันอันนี้ต้องประกอบไปด้วยสามสิ่งคือ ประกันสุขภาพ (Krankenversicherung) ประกันอุบัติเหตุ (Unfallversicherung) กับประกันความรับผิด (Haftpflichtversicherung) ส่วนจะมีบริษัทประกันอะไรบ้างเราก็ไม่ได้หาข้อมูลอะเพราะว่าที่คอลเลจส่งตัวแทนประกันมาให้เลย เป็นบริษัท Klemmer ตอนสมัครเราก็แค่กรอกชื่อที่อยู่ อีเมลล์ แล้วก็เลขบัญชีธนาคารในเยอรมันของเรา หลังจากนั้นไม่กี่วันบริษัทประกันก็ส่งอีเมลล์มาพร้อมกับแบบฟอร์มให้เราปรินท์ออกมาแล้วเซ็นยินยอมให้บริษัทเอาเงินค่าประกันที่ต้องจ่ายรายเดือนออกจากบัญชีเราได้ พอเซ็นเสร็จแล้วก็แค่แสกนส่งเมลล์กลับไปเมลล์ของบริษัทประกัน ส่วนเงินค่าประกันที่เราต้องจ่ายสำหรับบริษัท Klemmer นี้ก็ประมาณเดือนละ 40 ยูโร (แบบฟอร์มที่ให้เจ้าของบัญชีเซ็นยินยอมให้บริษัทใดๆก็ตามเอาเงินจากบัญชีนั้นออกไปได้นี้เรียกว่า SEPA-Form ซึ่งมีใช้กับบริการต่างๆเยอะแยะมากมายในเยอรมัน)

คลินิกที่สเตฟานพาเราไปเป็นคลินิกเกี่ยวกับหูคอจมูกปากโดยเฉพาะตั้งอยู่ตรงชั้นล่างของตึกแถวแห่งนึง ตอนเช้าวันที่จะไปเค้าก็โทรไปนัดเวลาก่อน พอบ่ายๆก็ออกไปหาหมอกัน ตอนไปถึงก็ไปเขียนชื่อเขียนประวัติ แล้วก็เข้าไปนั่งรอในห้องรอ ในห้องมีคนนั่งรออยู่สามคน พอถึงคิวเราก็เดินเข้าไปในห้องตรวจแล้วก็ไปนั่งลงบนเก้าอี้หน้าตาคล้ายๆเก้าอี้ในคลินิกหมอฟัน (แต่ว่าไม่ได้ตั้งแบบให้นอนลงไป) เค้าถามอาการเรา เราก็บอกว่าเป็นไข้มาอาทิตย์นึงแล้ว แล้วก็ปวดหัวตรงแถวๆระหว่างคิ้ว แล้วก็มีน้ำมูกสีเหลืองไหลตลอดเวลา แล้วเค้าก็เอายามาพ่นเข้าไปในจมูกเราทั้งสองข้าง พอพ่นเสร็จอาการคัดจมูกก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง! เสร็จแล้วเค้าก็เอาเจลมาทาตรงแถวๆโหนกแก้ม หน้าผากเรา แล้วก็เอาเครื่องอัลตราซาวด์มาถูๆแล้วก็มองหน้าจอ แล้วก็บอกเราว่าเราเป็นโรค!!! เราเป็นโรค!!! (ใครเรียนหมออยู่ ให้ทายๆ ติ๊กต่อกๆๆๆ)

เราเป็นโรค Nebenhöhlenentzündung หรือว่าไซนัสอักเสบนั่นเอง แล้วเค้าก็เอาเครื่องมือแหลมๆมาแยงเข้าไปในจมูกแล้วก็ดูดๆเอาของเหลวในช่องไซนัสออกไป เสียวมากๆ ตอนนั้น เจ็บด้วย แต่ว่าแป๊บเดียว เสร็จแล้วก็รู้สึกดี รู้สึกโล่งขึ้น เสร็จแล้วหมอก็บอกว่าจะให้ยาอันนี้ๆๆมานะ ใช้อย่างนี้ๆๆ แล้วเราก็เข้าไปนั่งรอในห้องรออีกรอบ แล้วพนักงานก็มาเรียก พอไปที่เคาน์เตอร์เค้าก็ให้ใบสั่งยาเรามา (ที่เยอรมันคนไข้ต้องไปหาซื้อยาเอง ที่คลินิกไม่มียาขายให้) กับให้ใบเสร็จ พร้อมกับสำเนาของใบทั้งสองใบนั้นอีกหนึ่งชุด สรุปว่าค่าตรวจวันนั้นโดนไป 125 ยูโร (5000 บาท) =[]=!!

เสร็จจากหาหมอแล้วเราก็ไปร้านขายยาแถวบ้านแล้วก็ยื่นใบสั่งยาให้ เค้าก็จัดยามาให้แล้วก็อธิบายวิธีใช้ แล้วก็โดนค่ายาไปอีก 34 ยูโร (1374 บาท)

เสร็จแล้วเราก็เอาใบเสร็จรับเงินจากคลินิก กับจากร้านขายยาใส่ซองจดหมาย จ่าหน้าซองถึงบริษัทประกัน (ในใบยืนยันการสมัครประกันที่บริษัทประกันส่งมาให้เราทางอีเมลล์มีที่อยู่นี้พิมพ์บอกไว้อยู่ตรงหัวข้อ Schadensmeldungen) แล้วอีกไม่กี่วันหลังจากนั้น ประกันก็โอนเงินทั้งค่าตรวจและค่ายามาเข้าบัญชีเราครบทุกบาททุกสตางค์เลย!!

หลังจากหายป่วยแล้วก็ย้ายข้าวย้ายของเข้าห้องใหม่ของเรา โอนเงินค่าเช่า ค่ามัดจำ เซ็นสัญญา แล้วก็เตรียมตัวเปิดเทอมในอีกไม่กี่วัน!