<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="wordpress.com" -->
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	>

<channel>
	<title>videogram-of-a-revolution &amp;laquo; WordPress.com Tag Feed</title>
	<link>http://en.wordpress.com/tag/videogram-of-a-revolution/</link>
	<description>Feed of posts on WordPress.com tagged "videogram-of-a-revolution"</description>
	<pubDate>Wed, 10 Feb 2010 11:57:40 +0000</pubDate>

	<generator>http://en.wordpress.com/tags/</generator>
	<language>en</language>

<item>
<title><![CDATA[VIDEOGRAM OF A REVOLUTION : เนตรวิถี ทางประวัติศาสตร์]]></title>
<link>http://atrickofthelight.wordpress.com/2008/04/29/videogramofarevoluiton/</link>
<pubDate>Tue, 29 Apr 2008 18:25:43 +0000</pubDate>
<dc:creator>atrickofthelight</dc:creator>
<guid>http://atrickofthelight.wordpress.com/2008/04/29/videogramofarevoluiton/</guid>
<description><![CDATA[  โดย FILMSICK   http://filmsick.exteen.com HARUN FAROCKI คือใคร เขาคือคนที่เคยได้ฉายาว่า GODARD แห่]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><p align="center"> </p>
<p style="text-align:left;">โดย FILMSICK   <a href="http://filmsick.exteen.com">http://filmsick.exteen.com</a></p>
<p style="text-align:center;"><img class="aligncenter" style="vertical-align:middle;margin:5px;" src="http://endrojandeblick.typepad.com/photos/uncategorized/videograms.jpg" alt="" width="500" height="500" /></p>
<p align="center">HARUN FAROCKI คือใคร เขาคือคนที่เคยได้ฉายาว่า GODARD แห่งหนังเยอรมัน หรือ บางคนใน CAHIER du CINEMA เรียกเขาว่า คนทำหนังที่ดังที่สุดที่ไม่มีใครรู้จัก ผู้กำกับลูกครึ่งเยอรมัน เชค คนนี้ จบการศึกษาจากวิทยาลัยศิลปะเป็นทั้งศิลปิน ผู้กำกับภาพยนตร์ อาจารย์มหาวิทยาลัย บรรณาธิการ และนักเขียน ผู้ก่อตั้ง นิตยสาร FILMKRITIK  นิตยสารหนังของเยอรมัน</p>
<p> </p>
<p>HARUN FAROCKI ทำหนังแบบไม่เล่าเรื่อง มาตั้งแต่ปี 1960  หนังของเขามักเต็มไปด้วยประเด็นทางสังคมและการเมือง สะท้อนภาพความสนใจในลัทธิ มาร์กซ และพุ่งเป้าไปยังการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ , ระบบอุตสาหกรรม , คุก , การใช้ระเบิดนาปาล์ม , ห้างสรรพสินค้า , การปฏิวัติ  และอื่นๆ  เขาใช้วัตถุดิบหลากหลายในการสร้างสรรค์หนังของเขา ตั้งแต่ภาพข่าว สารคดีรูปถ่าย หนังข่าวและมักมี คำบรรยาย หรือมีผู้เล่านั่งเล่าเรื่องไปพร้อมกับภาพ นักวิจารณ์หลายคนเรียกหนังของเขาว่า ESSAY FILM</p>
<p> <!--more--></p>
<p>และใน  VIDEOGRAM OF REVOLUTION   HARUN FAROCKI สร้างหนังยาวอันทรงพลังเรื่องหนึ่งเรื่องโดยไม่ต้องถ่ายหนังเลยแม้แต่ชอตเดียว เพราะหนังทั้งเรื่องที่อาศัยการตัดต่อ ฟุตเตจภาพข่าวทางทีวีตอลดระยะเวลาภายในหนึ่งสัปดาห์</p>
<p> </p>
<p>หนึ่งสัปดาห์อะไรน่ะหรือ มันคือหนึ่งสัปดาห์ในเดือนธันวาคมปี 1989 เมื่อความอดอยากยากแค้นของมหาประชาชนในโรมาเนียถึงขีดสุด  พวกเขาออกมาเดินขบวนกันบนท้องถนน ต่อต้านนโยบายการเมืองแบบกึ่งผเด็จการของ นิโคไล เชาเชสกู อดีตนายหทารที่ปลดปล่อยประเทศจากรัสเซีย แต่บังคับให้ประชาชนมีชีวิตอย่างยากแค้นเป็นระยะเวลาหลายสิบปี  เริ่มจากการเดินขบวนบนถนน การปราศรัยครั้งสุดท้ายของเชาเชสกู ไปจนถึงการบุกยึดสถานีโทรทัศน์ การระดมยิงจากรถถัง การหลบหนีของของเชาเชสกู การติดต่อในทางลับของกลุ่มอำนาจใหม่ ไปจนถึงการจับกุม นิโคไล และ เอลีน่า เชาเชสกู</p>
<p> </p>
<p>หนังอาศัยภาพข่าว ภาพจากกล้องของช่างภาพสมัครเล่น ภาพจากบางมุมที่ไม่ได้ออกในทีวี ไปจนกระทั่งภาพการติดต่อระหว่างคนระดับนายพล ทั้งหมดนี้ FAROCKI ร่วมมือกับ ANDRE UJICA ชาวโรมาเนียที่มีเส้นสายกับคนระดับบิ๊กเนม  จึงได้ภาพเด็ดๆ เช่นภาพ การโทรศัพท์ติดต่อในทางลับ มาใช้ในหนัง</p>
<p> </p>
<p>แม้หนังจะถูกจัดหมวดหมู่ให้เป็นรูปแบบ สารคดี  แต่ดูเหมือนสิ่งที่ FAROCKI ต้องการให้สัมผัสไม่ใช่การขุดค้นประวัติศาสตร์จากทุกแง่มุม เขาไม่ได้ต้องการสร้างความเข้าใจถึงที่มาที่ไปหรือสรุปบทเรียนสั่งสอนว่าด้วยการปฏิวัติ ตามแบบสารคดีพิมพ์นิยม หนังจึงปราศจาก การสอบถามข้อมูล บทสัมภาษณ์ผู้รู้ ผู้อยู่ในเหตุการณ์จากหลายมุมมอง  หรือบทวิเคราะห์จากนักประวัติศาสตร์ </p>
<p> </p>
<p>ดังนั้นที่หนังเรื่องนี้ต้องการคือการ รื้อสร้างภาพของช่วงเวลานั้นขึ้นมาใหม่ หนังต้องการแสดงให้เห็นถึงภาพประวัติศาสตร์ ผ่านเนตรวิถีของกล้องจากหลากหลายชีวิต ให้ภาพเป็นผู้เล่าเรื่องออกมา  โดยมุ่งสนใจไปยัง ความเข้มข้นของผู้คน การก่อจราจล  การบาดเจ้บล้มตาย การประหัตประหาร การแย่งชิงพื้นที่สื่ออย่างน่าขัน  พลังของภาพสร้างเหตุการณ์ณืเหล่านั้มาปรากฏตรงหน้าโดยไม่จำเป้นต้องรู้ปูมหลังเหตุการณ์ใดๆ</p>
<p> </p>
<p>หนังเล่นสนุกกับสื่อทีวีได้น่าสนใจ โดยที่หนังไม่ต้องให้เหตุการณ์แสดงความเลวร้ายของ เชาเชลกูออกมา ในฉากปราศรัยครั้งสุดท้าย เราจะมองเห็นภาพกรอบเล็กเป็นการตัดภาพไปสู่กราฟฟิคสถานี ทันทีที่ประชาชนลุกฮือ โดยในกรอบใหญ่ กล้องของช่างภาพถูกสั่งให้ฉายจับท้องฟ้า  ได้ยินเพียงเสียงโห่ร้องขับไล่ ในขณะที่เมื่อเหตุการณ์เดิมถูกฉายซ้ำจากกล้องของคนที่อยู่ในที่ชุมนุม เราจึงเห็นความโกลาหลบ้าคลั่ง</p>
<p> </p>
<p>หรือเมื่อหลังจากบุกยึดสถานีโทรทัศน์ได้ เราเห็น เหล่าประชาชนที่เป้นผู้นำออกทีวีแถลงการณ์โดยมีทหารตามประกบ มีคนเดินเข้าเดินออกจากฉากตลอดเวลา ดูราวกับไม่มีความพร้อมใดๆในการปฏิวัติ ครั้งนี้ เมื่อจับพวกตรงข้ามได้ ก็เอามาออกทีวีทั้งที่เลือดอาบหัวอยู่</p>
<p> </p>
<p>แต่ที่น่าทึ่งมากคือหลังจากจับเชาเชสกูได้ คริสมาสต์ ก็มาถึง ภาพประชาชนร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าไปร้องให้ไป เป็นภาพสามัญที่แทนมวลทุกข์ของมหาประชาชนมากกว่าการสร้างเหตุการณ์เป็นไหนๆ</p>
<p> </p>
<p>หนังแสดงพลังอำนาจของภาพยนตร์ในการเป็น หลักฐานทางประวัติศาสตร์ ภาพเคลื่อนไหวเพียงอย่างเดียวที่ไม่จำเป็น ต้องอาศัยเรื่องเล่าหรือข้อเท็จจริงมาประกอบร่วม สามารถสร้างจดหมายเหตุทางประวัติศาสตร์ได้อย่างเข้มข้นถึงเลือดถึงเนื้อผู้คน  ในขณะเดียวกันก็ตั้งคำถามถึงประวัติศาสตร์ผ่านทางการตัดต่อภาพเคลื่อนไหว ว่ามวลข้อเท็จจริงในฉากผ่านประวัติศาสตร์นั้น สามารถร้อยรัดไปสู่ความจริงได้หรือไม่ และการตัดต่อข้อเท็จจริงเหล่านั้นสามารถบิดเบือนความจริงไปได้อย่างไร</p>
<p>VIDEOGRAM OF REVOLUTION อาจถูกจัดเป็นหนังการเมือง แต่โดยส่วนตัวผมพบว่านี่คือหนังที่เหมาะอย่างยิ่งในการเป็นบทเรียนสำหรับคนทำหนัง เพื่อให้เห็นถึงพลังบริสุทธิ์ ของภาพเคลื่อนไหว ในการเป็น  เนตรวิถีทางประวัติศาสตร์</p>
<p> </p>
<p>ฉากสุดท้ายของหนังจบลงตามความเป็นจริง เราไม่เห็นภาพโรมาเนียอันแสนสงบ แต่ที่เราเห็นคือภาพศพของเชาเชสกูในทีวี ภาพคนตายเหมือน คนชราสามัญ สร้างความหดหู่ใจ สวนทางกับเสียงโห่ร้องของประชาชน ภาพเคลื่อนไหวสองภาพ(ทีวี และ จอหนังที่เราดู) เคลื่อนไหวขัดแย้งสร้างอารมณืกระอักกระอ่วนรุนแรง</p>
<p> </p>
<p>ใน 12.08 EAST OF BUCHAREST หนังโรมาเนียเล็กๆที่หลุดมาฉายในเทศกาลของบ้านเราเมื่อปีก่อน (และไปคว้ารางวัลกล้องทองคำจากคานส์) เล่าเรื่องของผู้ชายสามคนที่ไปออกทีวี และคุยกันเรื่องที่ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนในวันขับไล่เชาเชสกู การปฏิวัติเกิดขึ้นจริงหรือไม่ หนังเรื่องนั้นสะท้อนเรื่องเล่าที่ค่อยๆทำลายความจริงลง แล้วคลี่ให้เห็นมายาคติของมนุษยืที่เอาตัวเองผูพ่วงกับประวัติศาสตร์ หนังจบเรื่องลงด้วยการที่หญิงคนหนึ่งที่สูญเสียลูกไปในครั้งนั้นโทรกลับไปบอกว่า เธอให้อภัยทุกคนแล้ว เราเข้าสู่วันคริสมาสต์ เลยพ้นไปจากจอทีวีในความเป็นจริง ไฟข้างถนนของยามค่ำ ค่อยๆสว่างขึ้นทีละดวงๆ ภาพจากหนังเรื่องนั้น คล้ายจะเป็นบทสรุปที่ไม่มีของหนังเรื่องนี้ เมื่อเวลาผ่านไป  ประวัติศาสตร์ก็กลืนกลายตัวเอง</p>
<p> </p>
<p> </p>
<p>อ่านเพิ่มเติมเหตุการณ์ ธันวาคม 1989ได้ที่นี่ครับ</p>
<p><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Romanian_Revolution_of_1989">http://en.wikipedia.org/wiki/Romanian_Revolution_of_1989</a></p>
<p> </p>
<p>ไปดูหนังเก๋ไก๋บางเรื่อง(ดูได้ทั้งเรื่อง) ของHARUN FAROCKI ได้ที่นี่ ครับ</p>
<p><a href="http://www.ubu.com/film/farocki.html">http://www.ubu.com/film/farocki.html</a></p>
</div>]]></content:encoded>
</item>

</channel>
</rss>
