Tags » บทความ

ความสำเร็จของทีมบราซิล 1

บราซิล ได้แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาในระดับนาๆชาติที่น่าสนใจในปีที่ผ่านมา และที่ประสบความสำเร็จที่สุดคงหนีไม่พ้นการที่ Hugo Calderano ไดเหรียญทองแดงในการแข่งขัน 2014 Youth Olympic Games   เราอยากรู้ว่าอะไรคือเบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้  เราได้สัมภาษณ์ Mr. Alaor Azevedo ประธานของ Brazilian Table Tennis Confederation

โดยปกติแล้วปิงปองเป็นการห่ำหั่นกันระหว่างเอเชียและยุโรป   แล้วอเมริกาใต้ทำอย่างไรจึงได้ขึ้นมาผงาดในวงการปิงปอง

Mr. Alaor Azevedo:  66 more words

วีดีโอที่น่าสนใจ

Article : 8 วิธีเลือกคู่ชีวิตได้ดีที่สุด โดยไม่ต้องพึ่งหมอดู

วันนี้ขอเอาบล๊อกเก่าที่เคยเขียนไว้นานแล้ว มาเล่าอีกทีเนื่องจากไปเดินห้างแล้วได้ยินเรื่องนี้เปิดพอดี ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไกล้ตัว ไม่เข้าใครออกใคร หลายครั้งเราก็ได้แต่เฝ้ารอและโทษโชคชะตากันครับ แต่ผมว่าเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เรากำหนดได้เช่นเดียวกับความสำเร็จในมิติอื่นในชีวิต

แล้วการเลือกคู่สำคัญอย่างไร? ถ้าเลือกคู่ผิด จะส่งผลมหาศาลต่อความสุขและความสำเร็จในชีวิต เสมือนต้องเข็นครกขึ้นภูเขาตลอดเวลา เพราะมีคนที่ไม่ใช่มาคอยถ่วงความสำเร็จเราไว้ แต่ถ้าเลือกคู่ถูกต้อง ต่างช่วยส่งเสริมกันและกัน ก็จะเหมือนติดจรวดเร็วขึน 10 เท่าเลยทีเดียว ดังนั้น เรื่องแบบนี้ต้องมีการวางแผน ! เพราะขนาดจะสร้างตึกยังต้องมีพิมพ์เขียว คู่ชีวิตจะสุ่มสี่สุ่มห้าเลือกมาได้อย่างไร จริงมั้ยครับ :)

และต่อไปนี้ คือ 8 แนวทางของพิมพ์เขียวในการเสกคู่ให้ได้ดั่งใจคิดครับ

1.เริ่มจากการเป็นเพื่อนก่อน จะได้รู้จักตัวตนของเขามากขึ้น

 

ข้อดีของการเริ่มจากการเป็นเพื่อนคือ เราจะได้เห็นพื้นฐาน หรือธรรมชาติของคนที่เราสนใจอยู่จริงๆ ซึ่งนั่นก็คือตัวตนของเขาที่จะต้องใช้อยู่กับเราในอนาคตนั่นเอง ซึ่งหากเริ่มโดยการออกตัวว่ากำลังจีบกันอยู่ หรือแสดงความสนใจให้รู้แต่แรก แต่ละฝ่ายจะไม่ได้ทำตัวเป็นธรรมชาติ ต่างฝ่ายก็จะงัดร้อยแปดกลยุทธ์เพื่อจะให้ฝ่ายตรงข้ามสนใจ ซึ่งไม่ใช่ตัวตนจริงๆของเขาซะหน่อย และหากแต่งงานไปแล้วเพิ่งจะได้รู้จักนิสัยจริง อาจจะทำให้เกิดปัญหาในความสัมพันธ์ได้

2.กระบวนการคัดเลือกสำคัญที่สุด

 

เฉกเช่นเดียวกันกับการคัดเลือกคนเข้ามาทำงาน การสร้างสุดยอดทีม ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือการคัดเลือกคนเข้ามา เราต้องหาคนที่ใช่เข้ามาก่อนแล้วค่อยมาคัดเลือกจากคนที่ใช่เหล่านั้น เพื่อมาเทรนให้เก่ง ซึ่งการเลือกคู่ก็เหมือนกัน ตัวเราเป็นคนควบคุมโชคชะตาทั้งหมด เพราะฉะนั้นก่อนจะตกลงปลงใจกับใคร ต้องเลือกให้ดีก่อน !

3.เขียนลงไปว่าต้องการมีคู่แบบไหน

เอาแบบที่ใจเราต้องการได้จริงๆ เขียนลงไปในกระดาษไม่ว่าคนในอุดมคติของเราจะเป็นอย่างไร สูง ขาว หน้าหมวย รวย หรือ หล่อ ล่ำ การศึกษาดี ให้ระบุลงไปในกระดาษ และให้เราเก็บไว้เป็นความลับ อย่าไปบอกใคร เพราะถ้าเป้าหมายเราใหญ่มาก คนทั่วไปจะไม่เข้าใจและจะคอยดับฝันเรา ให้เราระบุแบบที่โดนใจและโฟกัสกับมัน ระบุทั้งสิ่งที่รับได้และรับไม่ได้ ฝั่งซ้ายของกระดาษ ใส่ไว้ว่าสิ่งไหนที่ต้องมีในตัวเขาคนนั้น (ถ้าไม่มี ไม่แต่งงานด้วย) ฝั่งขวาเป็นส่วนที่ มีก็ดี (ไม่มีก็ไม่เป็นไร) แต่เราก็ต้องฝึกที่จะมองสิ่งดีๆในตัวคนด้วย ที่นี้เราก็จะมีหลักคร่าวๆในการคัดเลือกคนเข้ามาแล้ว

4.อย่ากำหนดหน้าตาคนที่ชอบ (เพราะเราอาจจะได้ดีกว่านั้นอีก)

 

อย่ากำหนดหน้าตา หรือรูปร่างภายนอกเพราะเราอาจจะได้ดีกว่านั้นอีก ! แต่ในบางครั้ง คนที่อกหักอาจตามืดบอด และมักพูดให้เห็นบ่อยๆว่า “ถ้าไม่ได้คนนี้เราต้องตายแน่ๆ” หรือ “เราหาได้ดีที่สุดแค่นี้”  แต่ถ้าเราอดทนและผ่านไปได้ ตั้งเป้าหมายให้ใหญ่ขึ้น ทำอย่างไรให้ได้ดีกว่านั้น นำเรื่องเก่าๆมาใช้เป็นแรงผลักดันให้เดินต่อไป คนใหม่ที่ดีกว่ารออยู่แน่นอน

อีกประเด็นที่ไม่ควรกำหนดหน้าตาคือ จริงๆแล้วเราไม่ได้ต้องการคนๆใดคนหนึ่ง แต่เราต้องการความรู้สึกที่ถูกเติมเต็ม ซึ่งอาจจะเป็นหลายๆคนบนโลกนี้ที่ทำให้เรามีความรู้สึกแบบนั้นได้ จงอย่าตีกรอบให้ตัวเองมากเกินไป

5.พัฒนาตัวเองจนเป็นคนที่คู่ควรกับคนที่เราต้องการ

 

หากเราตั้งเป้าว่าต้องการนางงามจักรวาล สวย บุคลิกดีในขณะที่ความจริงแล้วเรายังนั่งแช่ อ้วนพุงพลุ้ยอยู่หน้าโทรทัศน์ทุกวัน ฝันไปเถอะ ! ที่คนที่เราต้องการจะมาสนใจ

เพราะฉะนั้นให้เริ่มจาก มองคนแบบที่เราต้องการแล้วให้สังเกตคนที่ได้คู่แบบนี้ว่าเค้าเป็นอย่างไร ทำอะไรบ้าง แล้วเราก็เริ่มพัฒนาตนเองให้เป็นแบบนั้นให้ได้ หรือไกล้เคียงที่สุด ซึ่งโดยปกติแล้วผู้ชายที่น่าดึงดูดให้คนอื่นเข้ามาหาจะดูมีเสน่ห์กว่าผู้ชายที่เที่ยวไล่จีบคนอื่น  อย่างเช่นถ้าเราตั้งเป้าไว้ว่า ผู้หญิงคนที่เราต้องการต้องฉลาด มารยาทดี และเป็นหมอ ฐานะปานกลางก็ได้ ซึ่งโดยทั่วไปแฟนหนุ่มของสาวแนวๆนี้ก็จะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน เช่นสะอาด เป็นสุภาพบุรุษ การศึกษาดี มีฐานะ ถ้าเป็นแบบนี้ เราก็รู้แล้วนี่่ครับ ว่าเราต้องทำอะไรต่อ !

6.สร้างโอกาสให้ตัวเอง อยู่ในที่ๆคนที่เราต้องการเขาอยู่กัน

 

เราต้องรู้ก่อนว่าผู้หญิงแบบที่เราต้องการนั้น อยู่ในที่แบบไหน ถ้าเราได้ทำทุกข้อข้างต้นมาหมดแล้วแต่วันๆนั่งอยู่แต่ในห้อง จักรวาลคงช่วยเราได้ยากหน่อย เพราะเราไม่มีทางรู้หรอกว่าคนที่ใช่สำหรับเราจะมาในลักษณะไหน อาจจะไม่ได้เจอตามผับหรือการหาคู่ออนไลน์ อาจจะเป็นที่วัด ที่งานนิทรรศการ หรือจากแวดวงสังคมที่เราอยู่ จากการแนะนำของเพื่อนฝูง หากอยากได้คู่เป็นชาวต่างชาติก็คงต้องพาตัวไปอยู่ในที่ที่ห้อมล้อมไปด้วยชาวต่างชาตินั่นเอง

7.อยู่ด้วยตัวเองให้มีความสุขก่อน ค่อยหาคนมาทำให้มีความสุขเพิ่ม

 

คงไม่ดีแน่ ถ้าเราต้องการคนอื่นเพื่อมาทำให้เรามีความสุข ถ้าเราไม่สามารถมีความสุขได้ จงอย่าเอาคนอื่นมาร่วมทุกข์จากเรา ไม่ใช่หน้าที่ใครที่จะมาทำให้เรามีความสุข มันไม่ควรจะเป็นภาระของใคร แต่เพลงรักต่างๆมักสื่อออกมาในแนวว่า ขาดเธอชั้นคงอยู่ไม่ได้ ถ้าแบบนั้นจริงก็ปล่อยให้เน่าตายไปเลยดีกว่าครับ  หลักการของการมีคู่คือคนที่มีความสุขสองคนมาอยู่ด้วยกันแล้วทำให้มีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม เราทำตัวเองให้มีความสุขเสียก่อนแล้วแผ่รัศมีออกมาทำให้คนอื่นรู้สึกมีความสุขด้วย แบบนี้จึงจะเป็นความสุขที่แท้จริง

 

8.อย่าตกลงปลงใจจนกว่า หัวใจกับสมองของเราจะคิดตรงกัน

ก่อนจะตกลงกับใคร สเปคที่เขียนออกมาในกระดาษต้องใช่ และหัวใจเราก็รักเขา(และเขาก็รักเราเช่นกัน) ซึ่งในการที่คนสองคนจะเข้าคู่กันโดยสมบูรณ์แบบนี้ออกจะเป็นเรื่องปาฏิหาริย์มาก แต่ในความเป็นจริงแล้วสามารถทำได้ แต่ต้องอาศัยการเทรนจิตทุกวัน ซึ่งตามกฏแห่งแรงดึงดูดแล้ว ความคิดมีแรงดึงดูดมหาศาล และแตกต่างจากสิ่งที่เรียกว่าพรหมลิขิต เราเชื่อว่าทุกๆเรื่องเราเป็นผู้สร้างขึ้นมาเองทั้งนั้น ซึ่งสิ่งสำคัญคือ เราต้องชัดเจน ต้องรู้ใจตัวเองว่าอยากได้แบบไหน พอเราเจอ เราจะรู้ใจของเราเองว่าคนนี้แหละ มาถึงแล้ว เวลานั้นหัวใจของเราจะทำงานเองได้ดีเชียวแหละ

รู้แบบนี้แล้ว ใครแถวนี้หลายๆคนคงจะมีความหวังมากขึ้นเรื่องคู่แน่นอน

หากชอบ ช่วยกันแชร์นะครับ

Credit : CD ชุดพกบัณฑิตติดรถฟัง ของคุณบัณฑิต อึ๊งรังษี

บทความ

5 เทคนิกการใช้ Smartphone เวลาไปต่างประเทศให้ประหยัดเงินในกระเป๋า

ผมเป็นคนหนึ่งที่เรียกได้ว่าต้องใช้ชีวิต Online อยู่ตลอดเวลา(บางทีก็รู้สึกว่ามากไป T T ) ด้วยลักษณะงานที่ทำและพฤติกรรมส่วนตัวด้วย เวลาที่ต้องไปต่างประเทศหรือที่ไกลๆที่ไม่คุ้นเคย ผมมีเทคนิกเล็กๆน้อยๆในการใช้ Smartphone ดังนี้ครับ

1.ผมใช้โทรศัพท์ถ่ายเอกสารสำคัญทั้งหมดไว้ เช่นบัตรประชาชน ใบขับขี่ พาสปอร์ต ตั๋วเครื่องบิน ที่อยู่โรงแรมหรือแม้แต่หน้าโรงแรม เพื่อที่บางครั้งเวลาไปพักที่โรงแรมแล้วก็จะได้ไม่ต้องพกเอกสารเหล่านี้ไป และเผื่อยามฉุกเฉินที่เอกสารตัวจริงหายก็ยังมีสำเนาสำรองไว้กันเหนียว

2.ใช้ Wi-Fi ของโรงแรมโทร Free call ใน Line หรือ Wechat กลับมาที่ประเทศ ประหยัดค่าซิมการ์ดครับและค่าโรมมิ่งด้วย เพราะในต่างๆประเทศหลายๆที่นั้นมี Wifi ฟรีให้ใช้ตลอดทางและตามร้านกาแฟก็มีและส่วนมากก็ไม่ได้เข้ารหัสไว้ด้วย อีกอย่างก็คือไหนๆแล้วก็ไปทิ้งตัวเองอยู่ต่างประเทศก็ซึมซับกับบรรยากาศโดยรอบ ไม่ต้องออนไลน์ตลอดเวลาก็ได้ครับ จะได้มีเวลาชมบรรยากาศรอบๆบ้าง 16 more words

บทความ

ตรุษจีน : อั่งเปาเขาไม่ต้องใส่ซองกันแล้วกับ Wechat Payment !

วันนี้เป็นวันไหว้ครับ หลายๆบ้านเขาไหว้กัน เท่าที่จำได้ปกติที่บ้านผมก็จะมีไหว้ตามประเพณีด้วยเป็นประจำทุกปี ซึ่งบ้านผมด้วยความที่ไม่ได้ถือเชื้อสายจีนมา 100% ก็อาจจะไม่ได้ปฏิบัติตามธรรมเนียมจีนอย่างเต็มรูปแบบนัก แต่ตัวผมได้รว่มงานกับชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีนมาเป็นเวลาหลายปีซึ่งก็พอจะซึมซับสิ่งที่ชาวจีนถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาบ้าง

ชาวจีนเป็นชาติที่มีความเป็นชาตินิยมสูง และมีประเพณีสำคัญประจำปีอยู่สองสามประเพณีที่เขาใส่ใจกันมากๆคือ ประเพณีไหว้พระจันทร์ วันปีใหม่สากล และวันปีใหม่จีนหรือตรุษจีน ณ เวลานี้ ซึ่งอาจจะถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของคนจีนแผ่นดินใหญ่เลยก็ว่าได้ครับ เพราะช่วงเดือนกุมภานี้ของทุกปี ทุกๆบริษัทที่จีน (หรือโดยส่วนใหญ่) จะให้พนักงานหยุดกันทั้งเดือนหรืออย่างน้อย 10 วันตั้งแต่วันจ่ายเลย ซึ่งคนจีนนอกประเทศบางครั้งก็ใช้โอกาสนี้กลับไปหาครอบครัวที่บ้านเกิดได้อย่างไม่ต้องรีบร้อนมาก

และสิ่งที่ต้องถูกถามหาในทุกๆปีก็คือ “อั่งเปา”

ผมเคยสงสัยว่า “อั่งเปา” กับ “แต๊ะเอีย” ต่างกันอย่างไร ซึ่งเอาจริงๆแล้วจนเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่รู้คำตอบ  555 แต่อั่งเปานี้มักจะเป็นประเด็นพูดถึงทุกๆวันตรุษจีน เด็กๆจะมาวิ่งตามผู้ใหญ่ขออั่งเปา อากง อาม่าก็จะถือซองแดงๆทยอยแจกลูกหลาน หรือสมัยใหม่หน่อยก็ตามออฟฟิส พนักงานสาวๆก็จะไปมุ้งมิ้งกับบอสขออั่งเปา บางครั้ง บอสก็ต้องให้เสียมิได้ครับ 

บทความ

อาชีพของคนโง่

“ข่าวก็เหมือนข่าวปลาอาหาร”

..จากข้อความข้างต้น คือหนึ่งในคำนิยามของข่าวในอาชีพ “นักข่าว” เป็นอาชีพที่หลายคนต่าง โบกมือ กันทั้งสิ้น จะไม่ให้ไม่โบกมือได้ยังไงครับ ยิ่งถ้าเป็นนักข่าวสายอาชญากรรม ไม่ต้องพูดถึง บางวันแจ๊คพอตแตกนะครับเจอทั้งเลือดทั้งคนเจ็บ เบาลงมาหน่อย นักข่าวสายเศรษฐกิจสายนี้วันๆนั่งมองแต่ตัวเลขจนจะส่งรหัสมอร์สเป็นกันอยู่แล้ว แถมเงินเดือนแสนจะต่ำ ต้ำ ต่ำ !

. . แต่อย่าเพิ่งด่วนตัดสิ้นใจครับ ผมคือหนึ่งในว่าที่นักข่าวในอนาคต (บ้าป่าวด่าอาชีพตัวเอง)หลายคนคงอุทานกันแล้ว ไม่บ้าครับ ก็มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ ! หลายคนคงจะสงสัยแล้วทำไมผมถึงเลือกที่จะเป็นนักข่าว ผมโดนล้างสมองครับ! (ล่อเล่นหน๊ะ) จะเล่าสั้นๆแล้วกันครับ

. . . เริ่มต้นจากผมรู้จักกับรุ่นพี่คนหนึ่ง เขาแนะนำให้ลองเรียนด้วยด้วยความที่ว่าวัยตอนนั้นหวังแค่เรียนให้มันจบๆไป ก็ลงเข้าสมัครอย่างไม่รู้อะไรเกี่ยวกับนักข่าวเลย พอเรียนไปได้ซักระยะหนึ่งคุณจะสังเกตตัวเองได้เลยว่า คุณจะนั่งดูข่าวทุกวันอ่านหนังสือพิมพ์มากขึ้นจากที่ไม่เคยอ่านเลย ไม่ได้เพราะโดนสั่งการบ้านนะครับมันติดเป็นนิสัยจริงๆ

. . หลังจากเรียนขึ้นปี2 ได้ซักพักสกิลการเขียนข่าวจะมาพร้อมๆกับการเขียนบทความและสารคดี ทำให้หน้าfacebook ผมกลายเป็นแหล่งร่วมความคิดที่แหวกแนวไปโดยปริยาย หลังจาึกมือได้ระยะหนึ่งการออกพื้นที่ก็มาถึง ใครจะไปรู้นักข่าวฝึกหัดจะเจอกับข่าว รปภ. เสียชีวิตหลังมหาวิทยาลัย ให้ตายเถอะพระเจ้า ตั้งแต่เล่ามายังมองไม่เห็นข้อดีเลย

. . ข้อดีอยู่ตรงนี้ครับ งงสิว่าตรงไหน? ปัจจุบันครับ ผมกลายเป็นคนละคนเลยจน แม่ ที่ให้กำเนิดมายังสงสัย ผมสามารถคิดและวิเคราะห์สถานะการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ตัดสินใจเด็ดขาด เป็นคนตรงต่อเวลา รู้ทันสถานะการณ์บ้านเมืองต่างทำให้ผมเหมือนผู้รู้ที่ทุกคนก็อยากคุยกับผม และฝึกการเอาตัวรอดได้อย่างดี ถ้าให้พูดว่าตอนนี้ผมเปลี่ยนไปยังไง 3หน้ากระดาษคงไม่หมด

. . เคยมีอาจารย์ท่านหนึ่งบอกผมว่า “นักข่าวเป็นอาชีพของคนโง่ที่คิดจะรัก” และผมก็กลายเป็นคนโง่ที่รักและศรัทธาในสายอาชีพไปเสียแล้ว

. คุณละ? ไม่ลองมารักสายอาชีพนี้แบบผมมั่งหรอ?

บทความ

ราชภัฏไม่ดีจริงหรือ?

.. ผมก็หนึ่งคนที่กำลังศึกษาอยู่ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ก็หนึ่งในเด็กราชภัฏนั้นแหละ ให้ถามผมว่าราชภัฏไม่ดีตรงไหน ผมตอบให้ได้ครับมีทั้งดีและไม่ดี หากเปลี่ยนเทียบกับมหาวิทยาลัยเอกชนแล้วละก็ เงินทุนครับเงินทุน จริงอยู่ที่เด็กราชภัฏส่วนใหญ่มาจากคนที่ฐานะไม่ค่อยสู้ดีนัก แต่สิ่งที่เรามีดีกว่ามหาลัยเอกชนต่างๆก็ความมุมานะเนี่ยแหละ เพราะเหตุนั้นคนที่จบจากราชภัฏส่วนใหญ่จึงเป็นหัวกระทิในความขยัน ที่ทำงานแต่ละแห่งอย่างไม่ต้องสงสัย

. ถ้าถามว่าแล้วที่ทำงานบ้างแห่งที่ไม่รับเด็กราชภัฏละ? เรื่องนี้อาจจะเป็นมุมมองของแต่ละบุคคล เจ้าของบริษัทนั้นอาจจะได้ยินปากต่อปากแล้วเผลอคิดไปเองว่าเด็กที่จบจากราชภัฏไม่ดีไม่เก่งก็ได้ (คิดเข้าข้างตัวเองสุดๆ) แต่ปัจจุบันในหลายๆบริษัทต่างก็ยอมรับให้ความสามารถของเด็กราชภัฏแล้ว อย่างบริษัท อิตาเลียนไทย ก็มีเด็กที่จบจากราชภัฏไม่น้อยเช่นกัน

. มองย้อนกลับไป หากเราไม่ตั้งเป้าหมายชีวิตการทำงานไว้สูง เพราะบริษัทดังๆส่วนใหญ่จะมีมหาวิทยาลัยที่อยู่ในใจอยู่แล้ว ถามว่าผมเคยน้อยใจในความเป็นราชภัฏไหม “ไม่เลยครับ ใช่ว่าเด็กราชภัฏจะอ่อนแอทุกคน ผมแล้วหนึ่งครับที่ไม่อ่อนแอ” อาจเป็นเพราะผมเกิดมาในสังคมที่ยอมรับเด็กราชภัฏแล้วก็เป็นได้

. หากผู้อ่านท่านไหนที่เป็นเด็กราชภัฏเช่นผมกำลังน้อยอกน้อยใจ ผมบอกเลยเราไม่ผิดที่เราเลือกไม่ได้แต่เราอาจเลือกที่จะเป็นราชภัฏ ผมว่าเด็กราชภัฏทุกคนมีของอยู่ที่ว่าเราจะใช้ของที่เรามีไปในด้านไหน

บทความ

ลองเล่น ZTE Blade S6 มือถือแอนดรอยด์ Lollipop 5.0 เครื่องแรกของโลก

เมื่อสัปดาห์ก่อนผมได้มีโอกาสไปที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งตลาดมือถือในประเทศนี้ถือได้ว่ามีความหลากหลายและดุเดือดไม่แพ้ประเทศไทย

ผมใช้เวลาหลังเคลียร์งานเสร็จช่วงหัวค่ำ นั่งรถไฟฟ้าเข้ามาในบูกิต บินตังซึ่งเปรียบสเมือนย่านสยามสแควร์บ้านเรา เป้าหมายคือ Low yat plaza ที่เป็นห้างสินค้าไอทีชื่อดังของที่นี่ เดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้สักพักหนึ่ง ก็มาสะดุดกับร้านขายมือถือของ ZTE ที่เป็นร้านเล็กๆท่ามกลางป้ายโฆษณาของซัมซุง ออปโป้ วีโว่ หัวเว่ยเลยลองเข้าไปดูและเจอกับมือถือรุ่นใหม่ที่เพิ่งได้ข่าวเปิดตัวไปเมื่อไม่กี่วันนี้เองกับเจ้า ZTE Blade S6 สิ่งที่น่าสนใจของรุ่นนี้มันคือหนึ่งใน Copy cat ของ iPhone6 ซึ่งยี่ห้ออื่นๆที่มีอีกก็คือ Lenovo Sisley ที่วางขายในงาน TME ด้วยเช่นกัน Blade S6 นั้นโดยรวมแล้วถือว่าจับได้กระชับมือดี(เหมือน iPhone ฮาา..) Software มีการครอบด้วย UI ที่ชื่อว่า Mifavor 3.0 และทีเด็ดก็คือมาพร้อมกับแอนดรอยด์เวอร์ชั่น 5.0 โลลิป๊อปเลย ตัวผมยังไม่เคยมีโอกาสทดสอบแอนดรอยด์ 5.0 นี้ ได้แต่นั่งตื่นเต้นอยู่หน้า youtube ตอนดูฝรั่งเค้ารีวิวกัน นี่เลยเป็นครั้งแรกที่มีโอกาสลองเล่นซึ่งสิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คืออนิเมชั่นวูบวาบต่างๆทำได้สวยงามมากขึ้น ส่วนการทำงานลื่นไหลหรือไม่ ผมบอกตามตรงครับว่าตั้งแต่ Jelly bean เป็นต้นมาผมไม่ค่อยเห็นความแตกต่างแล้ว การจัดการหน่วยความจำหรือพลังงานทำได้ดีมากขึ้นจนเทียบชั้นกับ IOS ได้ ลองเล่นอยู่สองสามนาที ระหว่างนั้นพนักงานทอมรูปหล่อก็พยายามเล่าถึงฟีเจอร์เด็ดเพื่อปิดการขายผม ก็เลยคิดว่าไหนๆก็ไหนๆซื้อมาลองเลยก็แล้วกัน ติดตามรีวิวได้เร็วๆนี้ครับ  :)

แถมท้าย – สาวจีน มาเล ขาวมากแถมขาสั้นม๊ากก (กางเกง) – อาหารประจำชาติ Nasi lemak ไม่ค่อยถูกปากครับ – เข้าร้านอาหารจีนท้องถิ่น มีสะตอผัดกุ้งให้สั่งด้วย เลยจัดมาจานนึง คืนนั้นกลิ่นอบอวลเลย

บทความ