Tags » บทความ

5 กับดัก ที่ทำคนเรียนเก่งไม่ประสบความสำเร็จ

เรามักทุ่มเทเวลาในช่วง ม.ปลาย ไปกับการเตรียมตัวสอบเข้ามหา’ลัย เราใช้ความพยายามอย่างมาก เพราะเชื่อว่า “ถ้าเรียนเก่ง เท่ากับเราเข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้น” วันนี้เราจะพูดถึงกับดักที่แฝงตัวมากับความเชื่อนี้กันครับ

ถ้าคุณกำลังโฟกัสไปที่ “การเรียน” และทำทุกทางเพื่อให้เรียนเก่งและสอบได้ ผมอยากให้คุณระวัง!  เพื่อไม่ให้คุณต้องมาเสียเวลาตามแก้ทีหลัง มันง่ายกว่ามากครับ ที่เราจะทำให้ดีเสียตั้งแต่ตอนนี้ จากประสบการณ์ของครูที่เห็นนักเรียนเติบโตมา 10 ปี ผมเห็นกับดัก 5 ข้อ ที่จะสร้างปัญหาให้คุณไปตลอด หลังจบ ม.ปลายไปแล้ว

กับดักที่ 1 ชินกับการถูกป้อนความรู้

เด็กส่วนใหญ่พยายามที่จะเรียนพิเศษ เพื่อให้ได้ความรู้แบบพิเศษ แต่การเรียนพิเศษมากเกินไปในช่วงมัธยม เราจะชินกับความรู้สำเร็จรูปที่พร้อมป้อนให้เราเข้าใจ จนสอบเข้าเรียนต่อได้ แต่หลังจากนี้ไปจนแก่ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามที่คุณเจอ มันมีอะไรให้คุณต้องเรียนรู้ และแก้ปัญหา ถึงคุณจะเคยเรียนเก่ง แต่ถ้าไม่รู้วิธีหาความรู้เอง จะทำให้ก้าวไปข้างหน้าได้ช้ากว่าคนอื่น

การป้องกันที่ดีที่สุด คือการไม่เรียนพิเศษมากเกินไป การอ่านเองในบางวิชา ช่วยให้เราได้ฝึกหาหนทาง ได้ลองผิดลองถูก จนเจอคำตอบด้วยตัวเอง แม้จะเสียเวลาไปบ้างในตอนนี้ แต่ก็คุ้มค่า เมื่อหลังจากนี้คุณจะก้าวหน้าได้เร็ว เพราะคุณจะมีหนทางหาความรู้ได้ในทุกๆเรื่อง

กับดักที่ 2 สื่อสารแบบวิชาการเกินไป

บางทีเวลาเรียนหนักๆหลายปี คำพูดคำจาที่เราใช้จะเริ่มต่างไปจากภาษาที่ชาวบ้านคุยกัน มันเกิดจากการหมกมุ่นกับการเรียนมากไปครับ หากปล่อยไว้นาน เป็นหนักๆนี่อาจถึงขั้นคุยกันรู้เรื่องเฉพาะคนที่เรียนมาสายเดียวกัน พอไปทำงานนี่จะมีปัญหาเวลาคุยกับ หัวหน้า ลูกน้อง ลูกค้า รวมถึงเพื่อนฝูงต่างสายงานด้วย คือมันก็เหมือนจะรู้เรื่องนะ แต่เขาไม่เข้าใจว่าเราจะสื่ออะไร บางทีมันผิดวัตถุประสงค์ไปเลย

วิธีแก้นั้นง่ายมากครับ หาอะไรอย่างอื่นทำบ้างครับ กีฬา ดนตรี วาดรูป เต้น ร้องเพลง อะไรก็ได้ครับ ให้เราได้สัมผัสกับโลกนอกโรงเรียนอยู่เรื่อยๆ

กับดักที่ 3 ไม่มีภูมิต้านทานความล้มเหลว

วิชาในโรงเรียนมันแคบกว่าวิชาชีวิตมากๆครับ ในโรงเรียน มีแค่ตอบผิด ตอบถูก สอบตก สอบผ่าน ซะส่วนใหญ่ ยิ่งเอาแต่เรียน ไม่ได้ทำกิจกรรมอื่นๆเลย เราก็จะไม่ค่อยได้เจอกับความล้มเหลว แล้วเราก็จะไม่ชินกับการลุกขึ้นสู้ใหม่ ในวัยมหา’ลัยหรือวัยทำงาน จะกลายเป็นคนท้อง่าย เฉื่อยช้า ซึ่งนิสัยเหล่านี้สวนทางกับการก้าวสู่ความสำเร็จ (ความล้มเหลวนี่เป็นยอดครูเลยครับ จะสำเร็จได้ต้องผ่านครูคนนี้ก่อน)

วิธีป้องกัน ให้หาอะไรที่เป็นโปรเจคทำบ้างครับ ปีละ 1-2 ครั้ง เช่น ปิดเทอมนี้จะจัดสวนข้างบ้านใหม่ วางแผนเอง ออกแบบเองว่าจะให้ออกมาหน้าตาเป็นยังไง เลือกต้นไม้เอง ขุดดินเอง ระหว่างทำโปรเจคนี่แหละครับ จะทำให้เรารู้จักความล้มเหลว รู้จักลุกขึ้นสู้ รู้จักพลิกแพลงหาทางออก ลองหาโปรเจคเล็กๆทำดูก่อน และเราพยายามทำให้สำเร็จนะครับ

กับดักที่ 4 ไม่ได้ฝึกบริหารเงินตั้งแต่เด็ก

ประเด็นนี้ก็คือการรู้คุณค่าของเงินครับ รู้จักเลือกว่าจะเอาเงินที่มีอยู่จำกัดไปใช้กับอะไรบ้าง และฝึกการออมไปด้วย เรื่องนี้ถ้าฝึกตอนเด็ก ผิดๆถูกๆ มันก็เป็นเงินสิบเงินร้อย แต่ถ้าไปฝึกกันตอนโตๆ มันก็เป็นพันเป็นหมื่นครับ ยิ่งในวัยเริ่มทำงาน คงไม่อยากแบมือขอพ่อแม่แล้ว ถ้าบริหารเงินไม่เป็น ชีวิตจะมั่นคงได้อย่างไร
วิธีป้องกันเรื่องนี้ หลักสำคัญคือการแบ่งเงินที่ได้มาออกเป็นส่วนๆ และใช้ตามแผนที่วางไว้ ต้องให้พ่อแม่ช่วยอีกแรงครับ ขอให้ท่านจ่ายค่าขนมเป็นสัปดาห์ในช่วงเริ่ม และเป็นรายเดือนเมื่อเริ่มควบคุมการใช้เงินได้ดีแล้ว

กับดักที่ 5 ไร้ skill การเอาตัวรอด

จริงๆข้อนี้ควรเป็นข้อแรก แต่มันยาวเลยเอามาไว้สุดท้าย กับดักนี้มักถูกมองข้ามเพราะคิดว่าไม่สำคัญเท่าการเรียน แต่ที่ผมเห็นมา คนเรียนเก่งที่ไม่มีข้อนี้ จะเจริญก้าวหน้าน้อยกว่า คนเรียนไม่เก่งแต่มีทักษะเหล่านี้ครับ

เริ่มที่ skill ด้านปัจจัยสี่ละกันครับ มีบางบ้านที่พ่อแม่ให้ลูกใส่ใจแต่การเรียนเท่านั้น ไม่ต้องสนใจเรื่องอื่น เราจึงทำอะไรไม่เป็นเลย ถ้าไม่ฝึกทักษะนี้ตั้งแต่เด็กให้เป็นนิสัย เรื่องนี้จะสร้างปัญหาอย่างมากหลังเรียนจบ ถ้าในวัยทำงานหรือสร้างครอบครัว การทำความสะอาดบ้านไม่เป็น ซักรีดผ้าเองไม่ได้ ทำกับข้าวก็ไม่รู้วิธี ก็จะต้องเสียค่าจ้างไปกับเรื่องพวกนี้ รวมกับค่าอาหารนอกบ้าน เดือนละเป็นหมื่นแน่นอนครับ และในบางจังหวะที่ต้องทำเองจริงๆ ต่อให้มีเงินก็ช่วยอะไรไม่ได้

skill ทางสังคม เช่น การให้และรู้จักแบ่งปัน มารยาททางสังคม การแต่งกายให้เหมาะกับสถานที่ การใช้คำพูดให้เหมาะกับคนที่คุยด้วย การพูดขอบคุณ ขอโทษ การอ่อนน้อมถ่อมตน ทักษะเหล่านี้ ทำให้คนรอบข้างรักเรา เป็นมิตรกับเรา และพร้อมจะช่วยเหลือเรา เวลาทำอะไรก็มักจะราบรื่น หรือที่เรียกว่า ชีวิตดีดี๊..นั่นแหละครับ เรื่องพวกนี้ไปฝึกตอนโตจะยากครับ ดูไม่เป็นธรรมชาติด้วย ฝึกแต่เด็กดีกว่าเยอะครับ เพราะทักษะเหล่านี้จะช่วยสกรีนคนที่จะมาเป็นเพื่อนกับเราด้วยครับ พอมีกลุ่มเพื่อนที่ดี ก็ชักชวนกันไปในทางก้าวหน้า

ทุกคนมีเวลาเท่ากัน เราจะใช้เวลาที่มีสร้างสิ่งใดให้กับตัวเราบ้าง
ผมจะเป็นกำลังใจให้ครับ 

ครูกุ๊ก

ปล. การสอนในเว็บนี้ จะไม่ป้อนความรู้ให้น้องตรงๆครับ น้องๆต้องอ่านเองมาก่อน จึงมาฟังครูอธิบาย จากนั้นก็ไปฝึกหาคำตอบด้วยตัวเอง แล้วจึงได้เรียนรู้วิธีจากครู

ถ้าอยากทดลองเรียนดูก่อนสั้นๆ ที่นี่เลยครับ

บทความ

อ่านเอง VS เรียนพิเศษ แบบไหนเวิค?

สวัสดีครับ

ครูกุ๊กเองครับ วันนี้จะเราจะพูดกันถึงการเรียนรู้ ลองนึกย้อนไปถึงสมัยคุณพ่อคุณแม่ สมัยนั้นเขาสอนกันในห้องเรียน และกลับมาอ่านเพิ่มเติมต่อเอง แต่ในยุคนี้ ใครไม่เรียนพิเศษ ก็น่ากังวลใจอยู่ว่าจะรู้น้อยกว่าคนอื่น และด้วยจำนวนวิชาบวกกับเนื้อหามากมาย การเรียนพิเศษก็ช่วยร่นเวลาให้ถึงปลายทางเร็วขึ้น

เคยรู้สึกไหมครับ เวลาที่เราเรียนรู้อะไรสักอย่างด้วยตนเอง อ่านเอง หาคำตอบเอง ลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้ง จนเราเข้าใจมันแล้ว สิ่งนั้นเหมือนถูกฝังในหัวสมองเราไปแล้ว (คล้ายๆ install โปรแกรม) ผ่านไปหลายปีก็ไม่ลืม แถมยังไปสอนคนอื่นต่อได้อีกด้วย

แต่ในบางครั้ง เราก็ไม่มีเวลามาลองผิดลองถูก เพราะเราต้องใช้งานมันแล้ว การมีคนเก่งๆในเรื่องนั้นมาสอน และบอกเทคนิคให้เรา สรุปสั้นๆมาบอกให้เราเข้าใจได้เลย เราแค่จำสิ่งสำคัญเพียงไม่กี่อย่าง แล้วฝึกต่อเองอีกนิด ก็จะผ่านสถานการณ์คับขันนั้นไปได้ 7 more words

บทความ

ปิดเทอมนี้เจอกันที่ Lovely cake “ฮันนี่โทสวานิลลา”

กรุ๊งกริ๊ง…เสียงกระดิ่งที่ห้อยอยู่อีกฝั่งด้านในของประตูดังขึ้นทันทีที่ฉันและแต้ว (เพื่อนสนิทของฉัน) ผลักประตูเข้าไปในร้าน Lovely cake ที่ตั้งอยู่ถนนท่าขอนยาง ใกล้กับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งเป็นร้านของหวานสุดโปรด เพราะด้วยราคาที่พอเหมาะและรสชาติแสนอร่อยเย็นฉ่ำชื่นใจ ทำให้ฉันติดใจและชอบมันมากทีเดียว

“สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ น้องสามารถเขียนช็อตโน้ตเพื่อสั่งอาหารได้เลยนะคะ เดี๋ยวพี่จะไปเอาน้ำเปล่ามาเสิร์ฟ รอสักครู่นะ” เสียงใสๆ ของพี่พนักงานต้อนรับของร้านเอ่ยขึ้นขณะที่ฉันกับแต้วกำลังมองหาที่นั่งพวกเราตอบรับพร้อมกับพยักหน้าเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่า “รับทราบค่ะ” แล้วนั่งลงบนโต๊ะที่ทางร้านเตรียมไว้ให้ลูกค้า ก่อนจะหยิบเมนูอาหารขึ้นมาดูและสั่งฮันนี่โทสวานิลลาและเรดเค้ก

ฉันเล่าให้แต้วฟังว่าร้าน Lovely cake แห่งนี้เป็นร้านของหวานสุดโปรดของฉัน ฉันชอบสไตล์การตกแต่งร้านที่เป็นแนวน่ารักสดใสบ่งบอกว่าเป็นร้านขนมหวานและเหมาะกับวัยรุ่น โดยจะเห็นได้จากผนังภายในร้านที่ตกแต่งวาดลวดลายดอกไม้อย่างสวยงาม มุมหลังสุดติดสติ๊กเกอร์การ์ตูนมิกกี้เมาส์ อีกฝั่งตรงข้ามกันก็ติดสติ๊กเกอร์รูปหอคอยชื่อดังในปารีสด้วยโทนขาวดำ ดูเรียบหรู มีสไตล์ และสวยงาม พร้อมกับแสงไฟสีส้มอ่อนที่ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นมีชีวิตชีวา รวมทั้งการเลือกใช้โซฟาหลากหลายแบบเสมือนให้เข้ากับความชอบของแต่ละคนที่มีความแตกต่างกัน

อีกทั้งเมนูของหวานที่มีให้เลือกทานหลากหลาย เช่น ฮันนี่โทสชาเขียวตาแก่ ที่จะโรยหน้ามาพร้อมกับมะพร้าวแก้วเคี้ยวแล้วให้ความรู้สึกกรอบและเย็นฉ่ำจากไอศกรีมรสชาเขียว เมนูปังแท่งที่ราดด้วยนมข้นหวานอันหอมกรุ่น ชวนให้นึกย้อนไปถึงวัยเด็กที่เมื่อลิ้นได้สัมผัสกับรสชาตินมข้นหวานเป็นครั้งแรก มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษมาก และเค้กนมสดที่หอมนุ่มละมุนลิ้นเหมือนเนื้อแป้งที่ทานเข้าไปนั้นเกิดปฏิกิริยาละลายตัวอย่างรวดเร็ว

ในระหว่างที่ฉันกำลังเล่าถึงเมนูของหวานอยู่นั้น พนักงานเสิร์ฟของร้านก็นำของหวานที่สั่งไว้มาเสิร์ฟ “ได้แล้วค่ะ ฮันนี่โทสวานิลลากับเรดเค้ก” เสียงใสของพี่สาวที่ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟของร้านตะโกนบอกพร้อมกับนำอาหารมาเสิร์ฟอย่างเร่งรีบ

ทันทีที่ฮันนี่โทสวานิลลาถูกวางลง ฉันล้วงไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าสะพานขึ้นมากดถ่ายรูป แล้วส่งไปอวดกับพี่สาวของฉันที่ตอนนี้กำลังไดเอทอยู่ กลิ่นของน้ำผึ้งที่เป็นท็อปปิ้งมาคู่กับขนมปังอบก้อนโตที่ตัดเป็นทรงหน้าลูกเต๋าหกด้านหอมโชยเข้าจมูกของฉันพร้อมไอเย็นของไอศกรีมรสวานิลลาที่วางติดกัน ดูแล้วทำให้รู้สึกอยากลิ้มลอง

ฉันไม่รีรอที่จะหยิบแก้วน้ำผึ้งที่เป็นท็อปปิ้งมาราดลงบนขนมปังอบก้อนโตและไอศกรีมรสวานิลลาที่อยู่ติดกัน น้ำผึ้งสีเหลืองทองถูกราดลงไปเพื่อเพิ่มความอร่อยลงตัวให้กับฮันนี่โทสวานิลลาจานนี้ ฉันทานขนมปังที่ถูกตัดแบ่งไว้ให้พอดีคำ ราดด้วยน้ำผึ้งสีเหลืองทองแล้วตามด้วยไอศครีมรสวานิลลา ทันใดนั้นแววตาของฉันก็เป็นประกาย รู้สึกมีความสุขเมื่อได้ทานมันเข้าไป ความหอมของขนมปังอบ ความหวานของน้ำผึ้งบวกกับความเย็นของไอศกรีมรสวานิลลาช่างเป็นของหวานที่สมบูรณ์แบบ

ส่วนในเรื่องของรสชาติลงตัวกันพอดีมีความหวาน มัน หอมน้ำผึ้ง แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบทานหวานมาก หากมาทานที่ร้านนี้แนะนำว่าให้ใส่น้ำผึ้งนิดเดียวหรืออาจจะสั่งของหวานอย่างอื่นที่มีความหวานน้อยกว่ามาทานแทนกันได้

แต่สำหรับฉันแล้ว ฮันนี่โทสวานิลลาเป็นของหวานที่ฉันชอบมากที่สุดเป็นอาหารที่ฉันกินได้ไม่มีเบื่อและเป็นของหวานมหัศจรรย์ของฉัน เวลาที่ฉันรู้สึกเครียดฉันก็จะมาทานของหวานที่ร้านนี้ เพราะมันทำให้ฉันอารมณ์ดีขึ้นได้

เรื่องและภาพ สุรัสวดี มุละสิวะ

บทความ

นักพูดร้อยศพหรือนักล่าความกตัญญู - เบส อรพิมพ์ รักษาผล

“อย่ากลัวที่จะเจอปัญหาหรือบาดแผล อย่ากลัวทุกการล้มลง แต่จงกลัวที่เราไม่เข้มแข็งมากพอ ที่จะลุกขึ้นได้อย่างสง่างามด้วยตัวเอง” คำพูดสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต จากสาวเสียงเข้ม เบส-อรพิมพ์ รักษาผล เจ้าของฉายานักพูดร้อยศพและนักล่าความกตัญญู เสียงที่เปลี่ยนชีวิตผู้คนให้ลุกขึ้นสู้ คำพูดที่ตอกย้ำให้ใจที่ด้านชาของใครหลายคน กลับมามีชีวิตอีกครั้ง หญิงสาวผู้เลือกเดินทางสายนักพูด จากประสบการณ์เรียงร้อยเป็นถ้อยคำ เพื่อรักษาทุกบาดแผลให้กลับมาสมานอีกครั้ง “

จุดเริ่มต้นของการเป็นนักพูด

เริ่มต้นจากการเป็นนักพูดล่ารางวัล ไม่ว่าจะประกวดสุนทรพจน์ บรรยายธรรม โต้วาที ยอวาทีทั่ว ๆ ไป เพราะว่าเบสโชคดีที่ได้ครูบาอาจารย์ดี ให้การสนับสนุนจนเราได้มีเวที มีโอกาสไปพูดในหลาย ๆ ที่ เป็นการสั่งสมประสบการณ์ด้านการพูด แต่หลังจากนั้น เมื่อได้รับรางวัลเยอะแยะแล้ว มีความรู้สึกว่าสามารถพูดในด้านอื่นได้ จึงก้าวสู่การพูดในแนวทางที่เป็นการสร้างแรงบันดาลใจ สร้างจิตสำนึก และการพูดในเชิงวิทยากรที่ให้ความรู้เรื่องคุณธรรม

ที่มาฉายานักพูดร้อยศพ-นักพูดล่าความกตัญญู 

ฉายานักพูดร้อยศพ ได้มาหลังจากเราชนะเยอะๆ คุณครูก็คิดว่าเราน่าจะสามารถพูดในด้านเชิงสร้างสรรค์ สร้างจิตสำนึกให้คนได้ จึงชักจูงไปพูดในงานศพ เป็นการให้มุมมองว่า สำหรับคนที่ยังอยู่ ต้องทำอะไรหลังจากนี้ เพื่อทำให้คนที่จากไปไม่เป็นห่วง แต่สำหรับคนที่ยังอยู่ เราจะทำอะไรเพื่อไม่ให้สายไปต่อคนที่รักเรามากที่สุด

นักพูดร้อยศพก็เลยได้มาจากการพูดเทิดพระคุณพ่อ เทิดพระคุณแม่ แล้วก็ทวงคืนความกตัญญูกลับสู่จิตใจคนในงานศพ  หลายร้อยศพที่เราได้ไปพูด จึงได้รับฉายานักพูดร้อยศพมาค่ะ

ส่วนนักพูดล่าความกตัญญู คือมาจากพื้นฐานการพูดในงานศพหรือว่าในโอกาสต่างๆ มักจะพูดในเรื่องของความกตัญญู ซึ่งเป็นรากฐานของการเป็นคนดี เป็นมารดาของคุณธรรมทั้งปวงในการใช้ชีวิตของมนุษย์อยู่แล้ว ใคร ๆ ก็เลยจำเราได้ว่า ถ้าเจอนักพูดคนนี้จะต้องได้รับฟังเรื่องความกตัญญู ซึ่งจะสร้างความประทับใจและสร้างจิตสำนึกได้แน่นอนถ้าได้เจอเบสค่ะ

แรงบันดาลใจในการพูดให้กำลังใจคนอื่น

เกิดจากความรู้สึกที่เราเองก็เคยมืดบอด เคยล้ม เคยต้องการกำลังใจ แล้วถ้าเราพอมีความสามารถที่จะใช้เสียง ซึ่งไม่ต้องลงทุนอะไรเลย ยกเว้นการฝึกฝน การพูดออกมาจากใจ และมอบพลังใจให้กับคนอื่นได้ ทำไมเราถึงไม่เลือกทำสิ่งนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี สามารถให้และรับได้ในเวลาเดียวกัน จึงเป็นที่มาของการที่อยากพูดเพื่อให้กำลังใจคนอื่น ซึ่งเหมือนเป็นการให้กำลังใจตัวเองทุก ๆ ครั้งที่เราได้หยิบยื่นกำลังใจให้กับคนที่ล้มเช่นกันค่ะ

ก่อนที่จะได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ

ต้องตอบว่ามาจากเรื่องจริงของชีวิตเลยค่ะ ที่ได้พบเจอ คือจริง ๆ เมื่อเราได้เป็นคนพิเศษในสายตาใครหลาย ๆ คนมีพรสวรรค์หรือโดดเด่น หลายครั้งเราเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของความถูกต้อง เป็นศูนย์รวมของอะไรก็ตาม จนเราลืมความสำคัญของคนรอบข้าง มันจะไม่แปลกและไม่สร้างผลกระทบยิ่งใหญ่ ถ้าคนรอบข้างที่เราลืมเป็นคนอื่น และเบสเรียกตัวเองว่าเคยเลว เพราะว่าเรามองไม่เห็นความสำคัญของคนที่รักเรา พ่อแม่ ผู้มีพระคุณที่อยู่ข้าง ๆ เรา เราเคยก้าวร้าว เราเคยทำตัวไม่ดี เราเคยไม่รักท่าน เราเคยกระด้างกระเดื่อง จนถึงขั้นที่เคยใช้คำพูดร้าย ๆ เลว ๆ ทำลายหัวใจท่าน นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่า ตัวเองก็เคยไม่ดีมาก่อน แล้วจะแปลกอะไรที่เราจะสามารถใช้คำพูดนี้ให้กำลังใครอีกมากมายที่เคยไม่ดี

เหตุการณ์ที่ทำให้เปลี่ยนเป็นคนใหม่

เป็นเหตุการณ์ที่เล่าถึงทุกครั้ง ก็รู้สึกว่าเหมือนเรากลับไปอยู่ในจุด ๆ นั้นทุกครั้ง เบสเองหลงระเริงกับความสำเร็จ ความสามารถ โดยลืมไปว่าคนที่อยู่เบื้องหลังลมหายใจคือพ่อแม่ วันที่เปลี่ยนชีวิตได้คือวันที่เราเห็นแม่อยู่ท่ามกลางความเป็นความตาย ตอนที่เราเห็นท่านประสบอุบัติเหตุหนักสาหัส แต่ท่านกลับรอที่จะขอโทษเรา เนื่องจากประสบอุบัติเหตุ จึงไม่ได้ไปรับเรา วันที่เห็นท่านพร่ำเพ่อ ภาวนาถึงตัวเรามากว่าความเจ็บปวดและความเป็นความตายของตนเอง วันที่เห็นเขาพยายามทำหน้าที่ของแม่อย่างดีที่สุด โดยที่ลืมไปว่าชีวิตเขาสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด

เปรียบเสมือนวันที่ทำให้เราได้สติ เป็นวันที่ได้ชีวิตใหม่ อีกครั้ง และทำให้เราได้หยุดคิดว่าสิ่งที่เป็นความสามารถพิเศษ  ความเก่งกาจหรืออะไรก็ตามที่มี สิ่งเหล่านั้นไม่ได้สำคัญอะไรเลย  หากไม่มีท่านอยู่ข้าง ๆ เราก็อาจจะเป็นคน ๆหนึ่งที่ได้รับเสียง ปรบมือ ร้อยพันเสียงปรบมือ แต่ไม่มีกำลังใจที่แท้จริงในชีวิต วัน นั้นจึงเหมือนเกิดใหม่อีกครั้ง ทั้งในทางจิตวิญญาณ ด้านคุณธรรม  และจริยธรรม เพราะเราได้เห็นใครบางคนที่รักและห่วงใยชีวิตลูก มากกว่าชีวิตของตัวเอง

เบสคนใหม่เป็นอย่างไร

เบสคนใหม่มีความรู้ตัว รู้ตน แล้วก็รู้ว่าโอกาสในชีวิตนี้ มันไม่ได้มีทุกวัน คนที่เรารักไม่ได้อยู่ให้เรากลับไปหาทุกวันเราไม่สามารถขอโทษ เพื่อรักษาน้ำใจคนที่เราอยากขอโทษได้ทุกครั้งที่เราทำผิด เราไม่มีโอกาสแก้ตัวอะไรได้ตลอดเวลา เมื่อเราได้รู้ว่าชีวิตกับโอกาสมันเดินสวนทางกัน ด้วยอายุที่มากขึ้น เท่ากับว่ามีโอกาสที่จะทำอะไรมากมายน้อยลง มันก็เลยทำให้เราได้สติ และเปลี่ยนแปลงเป็นคนใหม่ ที่รู้ตัวรู้ตน จึงเห็นคุณค่าของเวลาและโอกาสมากขึ้น

การพูดเปลี่ยนไปเมื่อคิดได้

การพูดเปลี่ยนไปมาก หลังจากที่เราได้คิดอะไรได้ รู้ตัวรู้ตน รู้คุณค่าของเวลาและโอกาส มีความรู้สึกว่าไม่ได้พูดเพราะความชำนาญหรือทักษะที่เรียนมาอย่างเดียว แต่เป็นการพูดที่ออกจากอารมณ์ความรู้สึก  เรากลายเป็นคนพูดจากสถานการณ์ เรื่องราวที่มันสามารถสร้างและสอนคนได้จริงที่สุด เป็นคนพูดที่สามารถใส่คำพูดเพียงไม่กี่คำ พร้อมอารมณ์ความรู้สึก แต่ไปสัมผัสกับหัวใจใครมากมายให้เขาคิดตามได้ และเรียนรู้จากสิ่งที่เราพูดได้ เหมือนเป็นหนังสือเล่มใหญ่ ที่เขาสามารถท่องไปได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องไปอยู่ในสถานการณ์จริง ที่เราเคยเจอแล้วและเจ็บมาแล้ว

เคยคิดอยากทำอาชีพอื่นไหม

จริง ๆ เป็นคนมีความฝันหลายอย่าง อยากทำหลายสิ่ง แต่ยังรักในอาชีพนี้ ภาคภูมิใจที่ได้ทำงานนี้อยู่ทุกวัน ยังมีคนจ้างงาน ยังมีคนคิดถึง ยังมีคนอยากให้เราไปพูด ยังมีคนอยากให้ช่วยเหลือ เป็นความภาคภูมิใจ ที่คน ๆ หนึ่งเริ่มต้นจากไม่มีอะไรเลย เริ่มต้นจากไปหาเวทีพูด เริ่มต้นจากการพูดในงานศพ คุก สถานพินิจ จนกลายมาเป็นคน ๆ หนึ่งที่ใครหลาย ๆ คนรอฟัง มันมากกว่าความสำเร็จ ถ้ายังมีคนฟังและสามารถสร้างประโยชน์ได้ ก็ยังอยากทำต่อไปให้ดีที่สุดค่ะ

การพูดในแต่ละครั้ง ได้สอนอะไรบ้าง

การพูดในแต่ละครั้งสามารถสอนอะไรได้มากทีเดียวค่ะ เพราะว่าจริง ๆ แล้ว ถ้าเราสามารถบอกคนอื่นได้ว่าให้มีกำลังใจกตัญญูกตเวที ตัวเราเองก็ต้องมีสิ่งนั้นเช่นกัน และสามารถเป็นแรงบันดาลใจที่มากกว่าเป็นนักพูดได้หรือไม่ หลาย ๆ ครั้ง คนอาจจะคิดว่านักพูดจะพูดเก่ง แล้วใช้ทักษะมากมาย แต่ตัวเองนั้นดีจริงหรือไม่ ทำได้หรือเปล่า จึงอยากจะบอกว่า ในมุมมองของคนทุกคน ไม่มีใครดี 100%  แต่ว่าใครที่จะดีแล้วสร้างแรงบันดาลใจ โดยส่งต่อสิ่งเหล่านี้ได้ แบบนี้มากกว่าที่จะเป็นประโยชน์

การพูดที่สะเทือนใจมากที่สุด

เมื่อมีโอกาสไปพูดในสถานพินิจ จะมีวันที่ให้พ่อแม่เข้ามาเยี่ยมลูก จึงได้ฟังเบสพูดพร้อมกับลูก โดยอนุญาตให้ลูก สามารถลุกขึ้นไปกราบพ่อกราบแม่ที่มาเยี่ยมในวันพบญาติได้ ณ เวลานั้น มันเป็นภาพที่สะเทือนใจที่สุด และคงไม่มีใครอยากทำความผิด ทุกคนมันมีหัวใจ คนที่ทำความผิดไม่ได้แปลว่าเค้าจะไม่เจ็บปวด เค้าอาจจะเจ็บปวดมากกว่าที่เรารู้ก็ได้ แต่คนที่มีใจที่ยิ่งใหญ่มากคือคนที่รักและให้อภัยคนที่ทำผิดมหาศาล ได้เห็นภาพของน้องที่ทำความผิด ไปกราบและกอดพ่อแม่หรือปู่ย่าตายาย คนเหล่านั้นร้องไห้ พร้อมให้อภัย โอบกอดลูกหลานด้วยอาลัยรัก เรามีความรู้สึกสะเทือนใจว่า สุดท้ายแล้วคนเราเวลาล้ม เราก็ต้องการแค่คนที่ไม่ซ้ำเติม รวมทั้งพร้อมที่จะเป็นกำลังใจให้เราลุกขึ้นได้อย่างสง่างาม ท่ามกลางสายตาคนมากมายที่ไม่เชื่อว่าเราจะลุกขึ้นได้ บางทีชีวิตคนเราก็ต้องการแค่นี้จริงๆค่ะ

ทำอย่างไรให้ย่างก้าวที่เราเดินมีความหมาย

คนเราต้องมีสติ หมายถึงการรู้ตัวอยู่เสมอว่าเรากำลังทำอะไร รู้ตัวว่ากำลังสุข รู้ตัวว่ากำลังทุกข์ รู้ตัวว่ากำลังพลาด รู้ตัวว่าเราประสบความสำเร็จ สิ่งที่ทำให้ชีวิตคนเรามีความหมายมากๆ คือเราต้องเตือนตัวเองว่าความเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่แน่นอนที่สุดในโลก ไม่มีอะไรหรือใครที่จะอยู่กับเราได้ตลอดชีวิต ความเปลี่ยนแปลงเท่านั้นที่จะอยู่กับเราตลอดชีวิต สุขไม่นานเดี๋ยวก็จาง ทุกข์ไม่นานเดี๋ยวก็ไป หากยึดติดกับทุกอย่าง อาจจะไม่รู้จักเลยว่าดวงตะวันแห่งชีวิตที่มีความหมายจริงๆมันคืออะไร แต่เมื่อไรก็ตามที่เราใช้ชีวิตไปอย่างสบาย อยากร้องก็ร้อง อยากสุข สุขให้เต็มที่

ปล่อยชีวิตให้เป็นไปตามธรรมชาติ แต่เป็นการปล่อยธรรมชาติอย่างมีสติ เรียนรู้มัน เติบโตไปพร้อมๆกับมัน เติบโตพร้อมกับทุกเสียงหัวเราะ รอยยิ้มและคราบน้ำตา วันนั้นเราอาจจะได้รู้ว่า ชีวิตที่มีความหมายไม่ใช่ประสบความสำเร็จทุกอย่าง แต่เป็นชีวิตที่เรียนรู้จากทุกการหกล้ม และแหลมคมขึ้นที่จะก้าวเดินต่อไป อาจเห็นถึงความหมายมากกว่าเดิมก็เป็นได้

บาดแผลในชีวิต ชะล้างอย่างไรให้ใสสะอาด

โดยส่วนตัวเชื่อว่าบาดแผลในชีวิต มันลบให้สะอาดไม่ได้ เรามีปากกาที่มีลิควิดเปเปอร์ลบได้ แต่มันก็ทิ้งล่องรอยสีขาวไว้ให้รู้ว่ามันเคยเขียนผิด เรามียางลบดินสอ ลบได้สะอาดจริง      แต่มันก็ยังมีคราบดำๆ แม้มีปากกาที่เดี๋ยวนี้ลบได้ แต่มันยังมีรอยบุคำผิด สิ่งที่ผิดไปแล้ว อย่าเสียเวลากับการลบคำผิดเลยค่ะ อย่าเสียเวลากับการลบบาดแผล ที่มันไม่สามารถสะอาดเหมือนเดิมได้ เสียเวลากับการใช้ชีวิตหลังจากที่เกิดบาดแผลให้มันสะอาดกว่าเดิม ให้มันแหลมคมกว่าเดิม ให้มันมันมีภูมิคุ้มกันมากกว่าเดิม และให้เราได้เรียนรู้ดีกว่าว่าบาดแผลทั้งหลาย พรุ่งนี้เราจะไม่เป็น พรุ่งนี้เราจะก้าวไป แล้วพรุ่งนี้เราจะเข้มแข็งให้มากกว่าเดิม

กำลังใจ

อยากให้กำลังใจคนที่หมดกำลังใจ อยากบอกว่า ตัวเบสเอง บางวันก็มีหมดกำลังใจ แต่สิ่งที่ต้องทำเมื่อหมดกำลังใจ คือ อย่างแรก ต้องบอกตนเองว่าเรายังไม่ตาย และยังไม่อยากตายด้วย เราผ่านเรื่องราวมากมายกว่านี้มาตั้งเยอะแยะ จะแปลกอะไร หากเราจะผ่านมันไปอีกสักเรื่อง แล้วลุกขึ้นมาให้ได้อีกสักครั้ง เช็ดน้ำตาให้ได้อีกหน จะแปลกอะไรถ้าเราจะมีแผลอีกเพิ่มอีกแผล เราไม่สามารถลบได้ แต่เมื่อมันเกิดขึ้น “อย่ากลัวที่จะเจอปัญหาหรือบาดแผล อย่ากลัวทุกการล้มลง แต่จงกลัวที่เราไม่เข้มแข็งมากพอ ที่จะลุกขึ้นได้อย่างสง่างามด้วยตัวเอง”

คนที่ทำให้เราร้องไห้ แล้วหยุดร้องไห้ได้อย่างสนิทใจที่สุด คือตัวเราเอง อย่าเอาหัวใจไปผูกติดไว้กับอะไรหรือใคร อย่าฝังชีวิตของเราไว้กับความเจ็บปวดในหลุมดำที่ตนเองสร้างขึ้น จงอย่ากลัวที่จะเจอความผิดพลาดเจ็บปวดแบบซ้ำ ๆ แต่จงกลัวว่า ทำไมวันนี้เราไม่ใช้ลมหายใจที่มีพลังขณะนี้ต่อสู้กับปัญหาที่เราได้เจอ หากคิดเช่นนี้ เชื่อว่าถ้าเราเจอปัญหาอีกกี่ครั้ง เจ็บอีกกี่ครั้ง ล้มอีกสักกี่ครั้ง หมดกำลังใจอีกสักเท่าไร หลายคนยังคงอยากมีชีวิตอยู่ เพื่อสู้กับเรื่องที่เจอได้อย่างดีแน่นอน

จากเรื่องราวและแง่คิดในการใช้ชีวิตของนักพูดท่านนี้ พบว่าทุกบาดแผลมีความทรงจำ แต่เราสามารถเลือกที่จะจดจำเรื่องราวต่าง ๆ ได้ และนำมาเตือนสติในยามที่ล้ม เพื่อเสริมแรงให้ใจดวงเดิมได้มีโอกาสเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

เรื่องและภาพ นางสาววาสนา เพิ่มสมบูรณ์

บทความ

ถ้าไม่ไปงานวันเด็กวันนั้น ก็คงไม่มีแรงบันดาลใจเป็นนักบินในวันนี้ - นาวาอากาศตรี รณชย พูนบุญ

“ความสุขของผมเกิดจากความสุขและรอยยิ้มของผู้อื่น” คำกล่าวของนาวาอากาศตรี รณชย พูนบุญ หรือที่สาว ๆ รู้จักกันในนาม “กัปตันตูน” นักบินหนุ่มสุดเท่ ที่มียอดกดไลค์เป็นแสน มีแฟนเพจติดตามเป็นหมื่น และโด่งดังมาจากรายการ Take me out Thailand และกลายมาเป็นเน็ตไอดอลที่มีสาวๆ กดติดตามมากที่สุดในขณะนี้ สำหรับแนวคิดและทัศนคติที่มุ่งมั่นอยากเป็นนักบินมาจากไหน ติดตามได้ในสัมภาษณ์นักบินหนุ่มนามว่าตูนได้เลย

เป็นนักบินสนุกไหม

“ไม่สนุกหรอกครับ เพราะเราต้องใช้ชีวิตเราเข้าไปเสี่ยง เราต้องทำให้ถูกต้อง  เราต้องทำอย่างจริงจัง พลาดไม่ได้  ทุกอย่างนั้นคือชีวิตแล้วก็ภารกิจต่าง ๆ นั้น ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมเพื่อประเทศชาติทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเราไม่สามารถที่จะนำมาเล่นได้ ถามว่าเราสนุกไหม  เราไม่ได้สนุกครับ แต่กลับกันเราจะต้องทำให้ดีที่สุด ควรจะให้ความสนใจ ตั้งใจ มีสมาธิกับมัน ที่สำคัญคือมีสติกับมันมาก ๆ ครับ”

ในอนาคตมีความฝันอะไรอีกบ้างที่ยังไมได้ทำ

“ในอนาคตสิ่งที่อยากทำคืออยากเห็นพ่อแม่มีความสุขอยากพาพวกเขาไปเที่ยว เช่นไปเที่ยวต่างประเทศ และทำให้ชีวิตที่เหลืออยู่พวกท่านมีความสุข โดยที่ไม่ได้มองตัวเองหรอกว่าจะทุกข์จะสุขอย่างไร ถ้าจะมองก็อยากจะให้พ่อแม่มีความสุขมากกว่า”

แรงผลักดันสำหรับเด็กที่เรียนไม่เก่ง

“ความฝันที่เปรียบเสมือนเป้าหมาย และเป้าหมายก็เปรียบเหมือนจุดมุ่งหมาย เหมือนกับเราล่องเรืออยู่ในทะเลเราก็มีเป้าหมาย เมื่อเรามีเป้าเสร็จแล้วเราก็ต้องไปให้ถึง ถึงแม้เราจะมีลมพัดปลิวออกไปบ้าง หรือต่อให้เดินไป พายุมา และพัดเราให้ออกไปนอกเส้นทางบ้าง แต่เราก็ต้องกลับไปเส้นทางเดิมให้ได้ นี่คือหลักการของการเตรียมเป้าหมาย คือบังคับหางเสือเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายให้ได้ครับ”

การที่เป็นทหารมันได้ให้อะไรบ้าง

“การเป็นทหารให้ความมีเกียรติกับตัวเอง เป็นเกียรติให้กับวงศ์ตระกูล พ่อแม่มีความภาคภูมิใจและสิ่งที่ได้จากตัวเองคือความอดทน อดกลั้น มีความรับผิดชอบ รู้จักความเสียสละ ให้กับประเทศชาติ กับคนอื่น เมื่อโตขึ้นมาเราก็นำเอาสิ่งนี้มาก่อให้เกิดประโยชน์คนรอบข้างและสังคม รวมถึงเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสังคมด้วย”

เวลาที่ท้อที่สุดจะนึกถึงอะไร

“ถ้าท้อ เหน็ดเหนื่อย  ก็จะนึกพ่อแม่  เวลาท้อก็จะคิดเสมอว่าพ่อแม่เป็นกำลังใจให้กับเราเสมอ ทุกอย่างที่เราล้วนทำ  ทุกสิ่งก็เพื่อให้พ่อแม่เรามีความสุข”

สิ่งที่ประทับใจในการทำหน้าที่ทหารอากาศ

“คือการได้ออกไปช่วยเหลือประชาชน  ในช่วงเกิดภัยพิบัติน้ำท่วมคือได้ขับเครื่องบินและมีโอกาสนำสิ่งของ อาหาร ยารักษาโรค จากมือเราที่ส่งไปไปให้กับชาวบ้าน ส่วนสิ่งดี ๆ ที่ได้กลับคืนมาคือรอยยิ้มของประชาชน ได้เห็นน้ำตาของชาวบ้านหยุดไหล ซึ่งมันเป็นความสุขได้เห็นชาวบ้านมีความสุขเราก็มีความสุขด้วยครับ”

คติประจำตัว

มันจะมีคำคมที่ตัวเองคิดขึ้นมาอยู่

ความสุขเกิดจาก “ความสุข’’ และ “รอยยิ้ม’’ ของผู้อื่น

เปรียบความรักเป็นแรงบันดาลใจ

“ความรักมีหลายรูปแบบ  แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้ความรักให้เกิดประโยชน์กับตัวเองได้อย่างไง  และก็อย่าให้เกิดโทษกับตัวเอง เช่น ถ้าเกิดเรารักพ่อ รักแม่เรา เราก็เอาจุดนี้ จุดในการสร้างแรงบันดาลใจทำให้ท่านมีความสุข เป็นแรงผลักดันและเราก็ควรที่จะรักตัวเองก่อน ไม่ใช่ว่าไปรักผู้ชาย รักแฟน รักผู้หญิง จนบางครั้งเรารู้สึกว่าเราต้องรักตัวเองให้ดีเสียก่อน ก่อนที่จะรักคนอื่น และต่อมารักพ่อแม่ ครอบครัวทำทุกอย่างให้ดี การเรียน การงานทำให้ทุกอย่างมันดีแล้วสิ่งดี  ๆ มันก็จะรอเราอยู่ ในรูปแบบของความรักของหนุ่มสาวแล้ว ถ้าริอาจที่จะรักแบบหนุ่มสาวตั้งแต่เด็ก ๆ สุดท้ายเราก็อาจที่จะพังทั้งหมด เพราะฉะนั้นความรักมีได้แต่เราต้องทำตัวเราให้ดีเสียก่อน”

เมื่ออ่านบทสัมภาษณ์นี้จบ ขอจงลุกขึ้นสู้และเดินต่อไปด้วยหัวใจ ที่พร้อมรับใช้ประชาชน

 

 

                                            เรื่องเเละภาพ : สิริพร    ประสานเวช

บทความ

Ep13. - Process ของ equity crowdfunding

เอาล่ะครับ หลังจากที่ผมได้ให้ภาพรวมของการระดมทุนแบบ equity crowdfunding ไปแล้ว ถึงเวลาแล้วครับ ที่ทุกท่านจะได้เห็นกระบวนการทั้งหมด ว่าตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งสิ้นสุดเป็นอย่างไรบ้าง

เริ่มจากขั้นตอนแรก บริษัทที่ต้องการระดมทุน (issuer) ไม่ว่าเป็น SME หรือ startup นำเสนอโครงการต่อ funding portal พร้อมข้อมูลที่ต้องเปิดเผยตามที่ funding portal รายนั้นๆ กำหนด ขอบอกก่อนนะครับ ว่า 1 บริษัท จะต้องระดมทุนผ่าน funding portal รายเดิมเท่านั้น ไม่ว่าจะระดมทุนกี่ครั้งก็ตาม ฉะนั้นเลือกให้ดีๆ 32 more words

Ep12. - Expectation ของ ก.ล.ต.   

สัปดาห์ที่แล้ว ได้เล่าถึงแนวทางการกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. โดยใช้วิธีการกำกับดูแลแบบผ่อนคลายผ่าน funding portal ที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน

Funding portal ในฐานะเป็นคนกลาง ต้องบอกเลยว่ามีความสำคัญมาก เพราะเป็นผู้คัดเลือกว่าจะยอมให้บริษัทไหนบ้างเข้ามาระดมทุนผ่านเว็บไซต์ของตัวเองได้ ถ้าเปรียบเหมือนห้างที่คัดแต่สินค้าดีๆ มีคุณภาพ นักช็อปก็จะติดใจ บอกต่อให้เรื่อยๆ ถ้าสินค้าไม่ดี นักช็อปก็หายไม่กลับมาอุดหนุนอีก อย่างที่รู้กันว่าการลงทุนใน equity crowdfunding ไม่เหมือนซื้อกระเป๋าเหมาเสื้อผ้า funding portal จึงต้องมีภารกิจให้ความรู้กับผู้ลงทุน (investor) ให้เข้าใจว่าการลงทุนใน equity crowdfunding มีความเสี่ยงอะไรบ้าง เช่น เงินลงทุนอาจจะไม่ได้คืนหากธุรกิจนั้นๆ ไม่ประสบความสำเร็จ หรือซื้อหุ้นแล้วเปลี่ยนมือได้ยากเพราะไม่มีตลาดรองเหมือนตลาดหลักทรัพย์ รวมไปถึงเข้าใจว่า ก.ล.ต. 37 more words