Tags » Accountability

Local Executive Robs Bank

Here is a story that’s worth remembering.

A young man was promoted to an executive position in the company he worked for.

His new office looked out over the local bank across the street. 504 more words

Personal Experience

Prepare to meet thy God

I remember once having nearly been run off the road by a van belonging to a religious organisation, which suddenly cut in front of me. The first thing I noticed, as I nearly smashed into it, were the dramatic words emblazoned across its rear: ‘Prepare to meet thy God.’ Well, that was quite a few years ago, and I doubt you’d see such a vehicle today with those words emblazoned across it, because the concept of Divine Judgement doesn’t go down well in our sophisticated world. 58 more words

God

Dangers of Honesty Part I

There’s two dangers of honesty I want to cover here. There’s a third I’ll cover in part II.

I’ll use a story about my buddy J and I. 528 more words

Honesty

Must Be Nice

This is the last of my four devotionals written for the Young People’s Ministry. If you’d like to read more great devotionals, please visit their website and read from the other great contributors.  467 more words

Devotion

#Restart2015::: Day Twenty-Seven - Welcome to My World!

It nearly slipped my mind once again to post something today, as I am deep in a homework assignment. I am pursuing my BA in Strategic Communications online and I am in the home stretch….2 1/2 semesters ’til GRADUATION!   437 more words

Deliverance

เรียนท่านผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย

เรื่อง ปรับประสิทธิภาพของนโยบาย เพื่อเพ่ิมขีดความสามารถของประเทศ

วันที่ ๑ ตุลาคม เป็นวันส่งต่องานการเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

ขอแสดงความยินดี และขอเอาใจช่วยให้ท่านรับภาระอันยิ่งใหญ่ที่่ท่านอาสานี้ ด้วยดี

ท่านผู้ว่าการคนใหม่ ไม่ได้ใหม่เสียทีเดียว ถึงท่านจะไม่เคยเป็นพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทยมาก่อน แต่ท่านก็คุ้นกับงานผ่านการเป็นกรรมการ ดูแลด้านนโยบายการเงินมาแล้ว

ได้อ่านเรื่องที่ท่านเคยเขียนและเคยพูดในที่ต่างๆ มาบ้าง พอจะเห็นว่า ท่านห่วงเรื่องโครงสร้างระบบเศรษฐกิจของไทย  กับเรื่องประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ท่านเห็นว่าการลงทุนของภาคเอกชนน้อยเกินไป และท่านก็คิดว่า หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการเพิ่มการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในโครงการต่างๆ ในประเทศไทย

เท่าที่อ่านข้อเขียนและฟังการสัมมนาโดยทั่วๆ ไป นักเศรษฐศาสตร์เราแคล่วคล่องในการวิเคราะห์ปัญหา  และให้เวลาอย่างมากกับเรื่องนี้ แต่ให้เวลาน้อยมากกับการพูดวิธีแก้ปัญหา และวิธีที่แก้ก็มักจะเป็นเหล้าเก่าในขวดคล้ายๆ เดิม

คราวนี้ท่านผู้ว่าการกำลังจะผันตัวเองจากนักเขียน เป็นผู้ที่ถูกเขียนถึง และเปลี่ยนทีี่นั่งจากผู้วิเคราะห์ปัญหา ไปเป็นผู้ต้องทำให้ปัญหาบรรเทาลงหรือหมดไป เพื่อให้ประเทศเราก้าวออกจากการอยู่ในกับดักของประเทศที่ดีแต่ใช้แรงงาน ไม่ใช้่ปัญญา เสียที

ส่วนที่ขอนำเสนอให้ท่านพิจารณาในวันนี้มี ๒ เรื่องด้วยกัน

เรื่องที่ ๑

ประสิทธิภาพของกลไกการส่งผ่านนโยบายการเงิน

ธนาคารแห่งประเทศไทยลดดอกเบี้ยครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่รู้ว่าดอกเบี้ยต่ำๆ นั้นให้ผลกับใครบ้าง แต่จากมุมมองของลูกค้าธนาคาร การปรับดอกเบี้ยเงินกู้กับเงินฝากไม่สอดคล้องกัน คือดอกเบี้ย MLR อยู่ที่ 6.5%  ดอกเบี้ย MRR อยู่ที่ 7.875% หรือประมาณนั้น เรื่อยมา ส่วนดอกเบี้ยเงินฝากประจำเปลี่ยนตามดอกเบี้ยนโยบายอย่างรวดเร็ว (ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์อยู่ที่ 0.25% มานานแล้ว ไม่นับก็ได้ ถ้าคิดว่าตอนนี้บัญชีออมทรัพย์กับบัญชีเงินฝากกระแสรายวันแทนกันได้) ธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย มีส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยสองตัวนี้น่าจะสูงติดอันดับโลก

เท่ากับว่า ผู้กู้เงินรายใหญ่ที่กู้เงินได้ใกล้กับอัตราดอกเบี้ยตลาดเงินเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ จากดอกเบี้ยต่ำ ผู้กู้รายเล็ก รายย่อย เสียดอกเบี้ยเท่าเดิม ยืนยันว่านโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ไม่มีผลถึงลูกค้ารายเล็ก

เท่ากับว่า ผู้ฝากเงินที่พึ่งรายได้ดอกเบี้ยเงินฝาก รายได้หดทุกครั้งที่ดอกเบี่ี้ยนโยบายลด เงินส่วนนี้มีผลต่อการบริโภคของคนกลุ่มนี้ ไม่นับความรู้สึกที่ว่า เขาจนลง

และเท่ากับว่ากลุ่มผู้สูงวัยในอนาคตมีเงินสะสมเพื่ออนาคตน้อยกว่าที่ควร เพราะเงินออมระยะยาวภาคสมัครใจ (กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ) และภาคบังคับ (ประกันเพื่อการชราภาพ และ กบข.) ลงทุนในตราสารหนี้เป็นหลัก

พอทางการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ SME จึงถูกบีบจากทุกทาง

ที่พูดนี่ยังไม่ได้หมายความว่า ควรจะลดค่าแรงขั้นต่ำลง เรื่องนั้นเป็นประเด็นต่างหาก แต่สิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องคำนึงก็คือ ประสิทธิภาพของนโยบายการเงินในสภาพแวดล้อมทางการเงินในปัจจุบัน และในโครงสร้างของระบบ (เช่น  การมีธนาคารพาณิชย์และตัวกลางทางการเงินจากต่างประเทศ ที่ประเทศไกลและประเทศเพื่อนบ้านเป็นเจ้าของ มีส่วนกระทบประสิทธิภาพของนโยบายการเงินอย่างไร แค่ไหน) และทางธนาคารกลางจะต้องหาช่องทางอย่างไร จะทำให้การส่งผ่านนโยบายการเงินได้ผลเร็วและลึกกว่าที่เป็นอยู่่

เรื่องที่ ๒ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย

ถ้าผู้มีอำนาจกำหนดนโยบายยังส่งเสริมการลงทุนแบบเดิม และนักธุรกิจท่ั่วไปยังคงผลิตแบบเดิมและลงทุนแบบเดิม โครงสร้างของเศรษฐกิจไทยจะเปลี่ยนไม่ได้ ประสิทธิภาพเพิ่มไม่ได้ และความสามารถในการแข่งขันก็เพ่ิมไม่ได้ เราจะติดกับดักตรงนี้ไปเรื่อยๆ

การที่จะแข่งขันได้ (โดยไม่ลดราคาสินค้า ไม่ลดกำไร ไม่กดค่าแรงคนงาน) จะต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และมีนวัตกรรมในหลายด้าน มีการพูดกันถึงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่ส่ิงที่ง่ายๆ ใกล้ๆ ตัวประการแรกคือ การลงทุนในเครื่องจักรอุปกรณ์ กับการลงทุนทางปัญญาความคิดในการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงาน ในด้านการผลิตและการให้บริการ ที่จะทำให้ใช้แรงงานน้อยลง และใช้แรงงานคุณภาพสูงขึ้น

(แต่สิ่งที่กลับกันอาจไม่เป็นจริง คือการลงทุนอาจจะไม่เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันก็ได้ เมื่อลงทุนไปในสิ่งที่ไม่เป็นสาระต่อการเพิ่มขีดการแข่งขัน จึงจำเป็นต้องแยกแยะให้ถ่องแท้)

ในด้านการเงิน ต้นทุนดอกเบี้ยของ SME ก็ไม่ควรจะสูงกว่าบริษัทขนาดใหญ่มากเท่าที่เป็นอยู่ในเวลานี้ เพราะดอกเบี้ยมีผลกระทบต่อกำไร และการตัดสินใจลงทุน

ในแต่ละอุตสาหกรรม มีกิจการบางกิจการที่เจ้าของกิจการใช้วิธีเหล่านี้อยู่แล้ว แต่รัฐเร่งให้เกิดมากขึ้นได้ ถ้ามีวิธีสนับสนุนให้เหมาะกับสถานการณ์ รวมทั้งการชี้ประเด็นที่ชัดเจน

ยกตัวอย่างธุรกิจก่อสร้าง ในต่างประเทศใช้แรงงานน้อยกว่าไทยมาก และไม่ใช้แรงงานประเภทแบกหามเลย  แรงงานไทยทำงานเหล่านี้เป็นเพราะเคยทำมาแล้วในต่างแดน แต่นายทุนไทยไม่พร้อมลงทุน และไม่เห็นความจำเป็นจะต้องลงทุน ตราบเท่าที่ยังกดค่าแรงหรือได้รับการโอบอุ้มจากรัฐให้ทำงานวิธีเดิมๆ อยู่

บีโอไอ ควรหันไปทำงานด้านการส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศของบริษัทไทยให้มากขึ้น มากกว่าการนำการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามา เพราะเงินในประเทศไทยก็มีเหลือเฟือ  การส่งผู้บริหารไม่กี่คน ไปบริหารโรงงานและแรงงานในต่างประเทศ ลดปัญหาเรื่องแรงงานต่างด้าวลงไปโดยปริยาย

ดังนั้น จะเปลี่ยนโครงสร้างของเศรษฐกิจ เพิ่มประสิทธิภาพ เพ่ิมความสามารถในการแข่งขัน และเพิ่มการลงทุนในภาคเอกชนไปพร้อมๆ กัน ไม่ใช่มุ่งส่งเสริมให้ต่างชาติมาลงทุนในเมืองไทย (ที่ทุนเหลือและแรงงานไม่มี) แต่ต้องหันมาสนับสนุน SME อย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดการปรับกระบวนการทำงาน และเพิ่มผลิตภาพแรงงานด้วยการลงทุนนำเครื่องมือและอุปกรณ์เข้ามาทำงานร่วมกับแรงงาน

จึงขอเรียนมาเพื่อพิจารณา

ความสำเร็จของท่านผู้ว่าการเป็นหนึ่งเดียวกับความสำเร็จของธนาคารกลาง และอนาคตของประเทศไทย   ขอให้ท่านประสบความสำเร็จในหน้าที่สำคัญยิ่งนี้

ด้วยความปรารถนาดี

นวพร เรืองสกุล

๔ สิงหาคม ๒๕๕๘

นวพร เรืองสกุล