Tags » Active Listener

Of Being Kind and Keeping Quiet! (#BestOf)

(the Best of) A Year of Being Kind, Thursday, May 12, 2016

I re-read this post, and reflected on it. On how countercultural it is to follow this advice. 547 more words

เทคนิคการเป็นผู้ฟังที่ดี (Active Listener)(ตอนสุดท้าย)

ผ่านไป 8 หลักการของการฟังแล้วนะคะ แล้วเราก็มาถึงอีก 2 หลักการสุดท้าย ที่จะทำให้เราสามารถพัฒนาตนเองเป็นนักฟังที่ดีค่ะ

หลักการข้อที่ 9 : ฟังให้รับรู้ถึงไอเดีย ความคิด ที่แฝงอยู่ ไม่ใช่เพียงคำพูด

ส่วนใหญ่แล้วในการฟัง เรามักจะสนใจที่จะตีความจากคำพูดที่ผู้พูดเล่าให้ฟัง โดยใช้ความคิด ความเชื่อ และประสบการณ์ของเราในการตีความ ซึ่งอาจมีโอกาสเป็นไปได้ที่จะให้ความหมายผิดพลาด

การรับฟังและตีความให้ดีนั้น ควรมาจาก

1.การคิดเสมือนหนึ่งว่าเราเป็นผู้พูดเอง โดยทั้งนี้ ควรมีการใช้คำถามย้อนกลับบ้าง เพื่อตรวจสอบว่าสิ่งที่เราตีความนั้น ถูกต้องหรือไม่ หากพบว่ายังไม่ใช่ ก็จะเป็นโอกาสให้ผู้พูดได้เล่ามากขึ้นค่ะ

2.การพิจารณาถึงภาพรวมของสิ่งที่ผู้พูดกล่าวโดย ปะติดปะต่อข้อมูลจากที่ได้รับฟังมาประมวลกัน ไม่ใช่จับเพียงบางคำพูด ซึ่งอาจทำให้ตีความไขว้เขวได้ค่ะ

ตัวอย่าง เช่น เมื่อได้ยินผู้พูดกล่าวว่า

“ งานที่บริษัทนี้ รายได้ดีนะ แต่ยุ่งมาก ทำให้ไม่มีเวลาพาภรรยาและลูกไปเที่ยวพักผ่อนเลย เบื่อจัง“

หากตีความจากคำพูดก็จะเป็นได้ว่า งานเยอะมาก ยุ่งมาก หรือ อาจตีความไปว่า เหนื่อย เบื่อ งาน ถึงแม้จะรายได้ดีก็ตาม

แต่ หากรับฟังถึงความคิด อาจพบได้ว่า ผู้พูดกำลังกังวลว่า ภรรยาและลูกจะไม่เข้าใจ ไม่ใช่เบื่อ หรือ ไม่ชอบทำงานที่บริษัทนี้ค่ะ

หลักการข้อที่ 10 : รอ และ สังเกตุการสื่อสารทางการแสดงออก

การเฝ้าสังเกตุ ท่าทาง การแสดงออกทางสีหน้า แววตา จะทำให้เราเข้าใจความหมายของสิ่งที่ผู้พูดต้องการสื่อได้ดีขึ้นค่ะ หรืออีกนัยหนึ่งคือ เราไม่เพียงแต่รับฟังด้วยหู และ ใช้ดวงตาด้วย

พยายามจับสังเกตุ บางกริยาที่ส่งผลกับความหมาย ซึ่งจะช่วยให้เรารู้ว่า เช่น

: เขาไว้วางใจเราขนาดไหน ดูจากการสบตา

: สิ่งที่เขาพูดนั้นมีความหมายกับเขาเพียงใด สังเกตุจากแววตาขณะที่พูด

: เขารู้สึกอย่างไร เครียด มีความสุข ฯลฯ โดย สังเกตุจากท่าทาง

** ที่กล่าวมาทั้งหมด 10 หลักการนี้ ตนเองได้ทดลองใช้มาตั้งแต่ได้ศึกษาการโค้ช ซึ่งพบว่าได้ผลดี ทำให้ปัจจุบันฟังได้อย่างสงบ และใช้สติมากขึ้น ลดความขัดแย้งได้ดี ทำให้การต่อรองได้ผลดีขึ้น ทีมงานให้ความร่วมมือมากขึ้น และที่สำคัญรู้สึกว่า สบายกว่าเมื่อก่อนที่ขณะฟังพยายามนึกถึงสิ่งที่จะตอบโต้ เสมอทำให้พลาดบางข้อมูลและกลับมารู้สึกเสียใจภายหลังค่ะ

หากท่านใดมีประสบการณ์แบบอื่นๆเพิ่มเติม ลองนำมาแชร์กันนะคะ

โดย :โค้ชเพ็ญ

Line ID : Pen-na-ka

โค้ชง่ายๆ กับ โค้ชเพ็ญ

เทคนิคการเป็นผู้ฟังที่ดี (Active Listener)(ตอนที่ 4)

เทคนิคการเป็นผู้ฟังที่ดี (Active Listener)(ตอนที่ 4)

หลักการข้อที่ 5 ของการเป็น Active Listener คือ ความใส่ใจ ด้วยการ

1.พยายามเข้าใจผู้พูด ในมุมมองของผู้พูดเองค่ะ เป็นการฟังเข้าไปถึงความรู้สึกนึกคิดของผู้พูด โดยไม่เทียบ เปรียบ กับสิ่งที่เรารู้ หรือประสบการณ์ของเรา หรือ คิดว่าถ้าเป็นตัวเราจะทำอย่างไร

2.หากพบว่าผู้พูดเกิดไอเดียอะไรขึ้นมาระหว่างที่พูด ให้ฟังอย่างสนอก สนใจค่ะ ให้โอกาสผู้พูดเล่าอย่างลื่นไหล โดยมีเราเป็นผู้ที่แสดงออกว่ารับฟัง ไม่คิดแทน ไม่มองว่าเป็นไปได้ ไม่ได้

3.เปิดใจๆๆ ท่องไว้เสมอในใจว่า การเปิดใจรับฟังจะทำให้เรารับฟังได้ดียิ่งขึ้น และผู้พูดรู้ได้ว่าเราใส่ใจกับสิ่งที่เขากำลังเล่า

4.หากรู้สึกอยากออกความเห็นว่าไม่เห็นด้วย หรือ อยากโต้แย้งใดๆ ให้ยับยั้งไว้ก่อนนะคะ คิดๆๆ ก่อนออกความเห็นโดยยึดหลักการเปิดใจมองในมุมอื่นๆ รวมไปถึงการเคารพในความเห็นความคิดของเขา และ ใช้หลักการข้อที่ 3 มาประกอบด้วยค่ะ

ทักษะข้างต้น จำเป็นต้องฝึกค่ะ เพราะดูเหมือนจะเป็นการขัดแย้งกับธรรมชาติของคนเรา ยิ่งรัก ยิ่งเป็นห่วง ก็ยิ่งอยากช่วยเหลือ หรือ ความรีบร้อน ความกลัวการผิดพลาด เลยอยากแนะนำ ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะรับฟัง โดยไม่คิดตาม ไม่นำประสบการณ์ของเรามาประมวลผลด้วยค่ะ

โดยเฉพาะสำหรับโค้ชด้วยแล้ว ยิ่งต้องระมัดระวังค่ะ เพราะหน้าที่ของเราคือการชวนให้โค้ชชี่ได้คิดเอง วางแผนปฏิบัติด้วยความสามารถจากตัวตนที่แท้จริงของเขาเอง การให้คำแนะนำ ในจังหวะที่ไม่เหมาะสม หรือ โต้แย้ง อาจเป็นการสกัดกั้นความคิดของโค้ชชี่ค่ะ

โดย :โค้ชเพ็ญ

Line ID : Pen-na-ka

โค้ชง่ายๆ กับ โค้ชเพ็ญ

Quick to Listen, Slow to speak and angry

My dear brothers and sisters, take note of this: Everyone should be quick to listen, slow to speak and slow to become angry.
– James 1:19… 158 more words

Jesus