Tags » Agriculture

FG inaugurates Presidential Fertiliser Initiative, saves $200m, N60bn from importation

A Presidential media aide, Laolu Akande, says Nigeria will be saving over 200 million dollars and ₦60 billion in budgetary provisions for Fertiliser subsidy, following the inauguration of the Presidential Fertiliser Initiative. 384 more words

News

Low Prices... always screw the little guy...

Via Regeneraction (27 February 2017)… my translation:

Currently, indigenous communities in the northern highlands of Puebla are struggling to prevent Walmart from installing a store in their territory. 528 more words

Economy & Business

มกอช.เดินหน้าสร้างมาตรฐานข้าว เพิ่มความเชื่อมั่น ขยายโอกาสส่งออก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 มิ.ย. 2559 04:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/650037


เกษตรฯ สร้างความเชื่อมั่น ผลิตข้าวสารคุณภาพครบวงจร พร้อมขานรับนโยบายกระทรวงเกษตรฯ เร่งส่งเสริมมาตรฐานการผลิตข้าว Q สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค ขยายโอกาสการส่งออกตลาดข้าวไทย

นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ได้ประกาศใช้หลักเกณฑ์เฉพาะสำหรับการรับรองผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานสินค้าข้าว ครอบคลุมถึงการรับรองผลิตภัณฑ์ (product certification) ข้าวที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์ ได้แก่ ข้าวขาว ข้าวกล้อง ข้าวกล้องงอก ตามมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง ข้าวหอมมะลิไทย (มกษ.4000) ข้าวหอมไทย (มกษ.4001) ข้าวกล้องงอก (มกษ.4003) และข้าว (มกษ.4004) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค 9 more words

2559(2016)

เลี้ยงผึ้งในสวนปาล์ม 10 ลังปีละ 1.2 แสน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 มิ.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/648289


เลี้ยงผึ้งโพรงในสวนปาล์ม เป็นอีกหนึ่งอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้ชาวสวนปาล์มน้ำมันบ้านละอุ่นใต้ อ.ละอุ่น จ.ระนอง ขายน้ำผึ้งได้ถึงปีละแสนบาท

นางวิรัตน์ ไชยช่วย ผอ.ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตร ด้านแมลงเศรษฐกิจจังหวัดชุมพร ให้ความรู้เรื่องการเลี้ยงผึ้งโพรง จะอาศัยอยู่ตามโพรงไม้ หรือกิ่งไม้ ส่วนผึ้งเลี้ยงในลัง ในกล่องไม้ ที่คนสร้างขึ้นเพื่อความสะดวกในการเก็บน้ำผึ้ง ในรังผึ้งขนาดใหญ่อาจมีผึ้งถึง 50,000 ตัว มีผึ้งนางพญาตัวเดียวเป็นผู้ปกครองอาณาจักรรังผึ้ง มีอายุ 2-5 ปี มีผึ้งงานทำหน้าที่ทุกอย่างตั้งแต่ทำความสะอาด ซ่อมแซมรัง ป้องกันศัตรู หาอาหารให้ตัวอ่อน จะมีอายุ 2 เดือน ส่วนผึ้งตัวผู้จะมีหน้าที่ผสมพันธุ์เท่านั้น


ขั้นตอนการเลี้ยงผึ้ง ด้วยการล่อผึ้ง จัดหาโพรงเลี้ยงผึ้ง เช่น ลัง กล่อง กระป๋อง หรือแม้ กระทั่งตู้ลำโพงเก่าๆ สามารถนำมาเป็นโพรงเลี้ยงผึ้งได้ นำมาวางในจุดที่มีความร่มรื่น มีแหล่งน้ำและแหล่งอาหาร วางตั้งบนเสาเดี่ยวสูงจากพื้นดินประมาณ 1 ม. ใช้ผ้าชุบน้ำมันเครื่องพันไว้รอบเสาใต้แท่นวางกล่องเลี้ยง เพื่อป้องกันมด แมลงสาบ แมงมุม ปลวก และศัตรูอื่นๆไต่ขึ้นมารบกวนผึ้ง

จากนั้นให้นำไขผึ้งบริสุทธิ์ มาหลอมละลายทาที่ด้านในของกล่องไม้เลี้ยงผึ้ง เพื่อดับกลิ่นยางของไม้ และยังเป็นการช่วยกระตุ้นให้เกิดกลิ่นเรียกผึ้งมาทำรังในกล่องล่อผึ้ง เมื่อผึ้งมาอยู่และสร้างรวงผึ้ง หากต้องการจะขยายไปเลี้ยงในกล่องอื่นๆเพิ่มเติมทำได้ไม่ยาก เพราะผึ้งเป็นแมลงที่มีอัตราการแยกจากรังเดิมค่อนข้างสูง

สำหรับการบังคับให้ผึ้งเข้าไปอยู่กล่องใหม่ นางวิรัตน์ แนะให้ดูรังผึ้งที่สมบูรณ์ อายุรังผึ้งประมาณ 25-30 วัน ใช้เครื่องพ่นควันใส่รังผึ้งเบาๆ ใช้มีดตัดรวงผึ้ง นำมาวางทาบไว้กับคอนในกล่องเลี้ยง ถ้าพบนางพญาผึ้งให้จับใส่กลักนำไปขังเลี้ยงไว้กลางคอน 2 วัน แล้วค่อยปล่อยนางพญา


หากไม่เจอตัวนางพญาก็ไม่เป็นไร แต่ต้องรอให้ผึ้งตัวที่สมบูรณ์ที่สุด เปลี่ยนรูปร่างขยายตัวขึ้นมาใหญ่โต จนกลายเป็นผึ้งนางพญาประจำรังใหม่ได้ ใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน

ในการเลี้ยง 3 เดือน ชาวสวนปาล์มบ้านละอุ่นใต้ ได้น้ำผึ้งที่เลี้ยงไว้ในลัง ลังละ 8 ขวด หรือ 32 ขวดต่อปี ขายอยู่ที่ขวดละ 400 บาท เลี้ยงผึ้ง 10 ลัง เท่าปีหนึ่งจะมีรายได้เสริมอยู่ที่ปีละ 128,000 บาท.

2559(2016)

รถหย่อนกล้า 'ไอ้เคี้ยม' ลุยนาหล่ม-ลาดชัน ฉลุย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 มิ.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/647546


2 ปีก่อนเปิดตัวรถปลูกข้าวแบบหย่อนกล้านาดำรุ่นแรก เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน…มาวันนี้ อ.ปัญญา เหล่าอนันต์ธนา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ได้พัฒนาเครื่องหย่อนกล้ามาแล้วถึง 15 รุ่น

รุ่นล่าสุด…ไอ้เคี้ยม พัฒนาให้ใช้งานได้ง่ายพ่วงติดท้ายรถไถนาเดินตามได้


“เครื่องหย่อนกล้ารุ่นแรก นำออกมาใช้งานในแปลงนาช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานดำนาได้ก็จริง แต่เป็นรถที่เหมาะกับพื้นที่นาขนาดใหญ่ แต่แปลงนาบ้านเรานั้นมีความแตกต่างกันมาก สภาพภูมิศาสตร์ก็ไม่เหมือนกัน แถมสภาพดินแต่ละพื้นที่ก็ไม่เหมือนกัน มีทั้งดินทราย ดินร่วน ดินเหลว นาหล่ม อย่างภาคเหนือกับอีสานนาแบ่งย่อยเป็นแปลงเล็ก นาขั้นบันได ซอยแปลงย่อยๆ ส่วนภาคกลางเป็นแปลงใหญ่น้ำท่วมซ้ำซาก สภาพดินเป็นหล่ม เครื่องหยอดข้าวรุ่นแรกๆ ทำงานได้ไม่ดี เสี่ยงต่อการติดหล่ม ทำงานลำบาก ขับเคลื่อนเดินหน้าไปได้ไม่ไกล ต้องบังคับรถให้วนกลับมาใหม่ แถมเครื่องหย่อนกล้าข้าวรุ่นแรกๆมีขนาดใหญ่ทำให้ต้องใช้พื้นที่กว้างสำหรับตีวงเลี้ยว กลายเป็นปัญหาทำงานล่าช้า”



จากปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ อ.ปัญญา จึงต้องกลับมาคิดออกแบบปรับปรุงเครื่องหย่อนกล้า เพื่อให้ใช้งานได้ทุกสภาพพื้นที่ ทำงานรวดเร็ว และไม่เป็นภาระปัญหากับชาวนารายย่อย กระทั่งได้รุ่นล่าสุด สามารถนำไปติดตั้งบนรถไถนาแบบเดินตาม ที่สามารถลุยนาหล่ม ขึ้นคันนาในพื้นที่ลาดชันได้ และเลี้ยวกลับในมุมแคบๆได้ง่าย

สำหรับเครื่องหย่อนกล้ารุ่นล่าสุดนี้ ‘ไอ้เคี้ยม’ จะประกอบไปด้วยชั้นสำหรับใส่ถาดกล้าเป็นวงกลม 2 ชั้น แต่ละชั้นมี 12 แถว บรรจุถาดกล้าแถวละ 5 ถาด/(120 ถาดต่อการหย่อนกล้า 1 ครั้ง) ด้านท้ายฝั่งขวาคนขับติดตั้งเก้าอี้นั่งสำหรับคนนั่งเติมถาดกล้าใส่เครื่องคีบหย่อนกล้า ส่วนด้านซ้ายคนขับ มีช่องรองรับถาดกล้าเปล่าซึ่งเครื่องคีบจะดันส่งออกอัตโนมัติหลังกล้าข้าวหมดแล้ว

และจากการนำเครื่องหย่อนกล้าไอ้เคี้ยมไปทดสอบการใช้งานจริงในพื้นที่นาหลายจังหวัด มีทั้งชัยภูมิ, ขอนแก่น, ยโสธร, อุบลราชธานี, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, อุดรธานี, แพร่, สุโขทัย, พิษณุโลก, อุทัยธานี, นครปฐม, เพชรบุรี และปทุมธานี


การทำงานของรถหย่อนกล้าที่มีหน้ากว้าง 2.5 เมตร สามารถหย่อนกล้าข้าวได้แถวละ 10 กอ แต่ละกอห่าง 25×25 ซม. พื้นที่ 1 ไร่ ใช้เวลาหย่อนกล้า 40 นาที และหลังจากหย่อนกล้าไปแล้ว 2 วัน ต้นกล้าฟื้นตัวได้อย่างเร็ว ดีกว่าใช้แรงงานคนที่ต้องใช้ถึง 8 คนต่อวันถึงจะดำนาได้ 1 ไร่

ชาวนาผู้สนใจไปหาดูชมได้ในงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เกษตรแฟร์” ที่จัดขึ้นไปจนถึงวันที่ 3 ก.ค.นี้ ณ สำนักพิพิธภัณฑ์และวัฒนธรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน หรือติดต่อได้ที่ 08-1927-0098.


เพ็ญพิชญา เตียว

2559(2016)

กสม.ตรวจสอบสวนกล้วยจีนที่เชียงราย เร่งเก็บข้อมูลผลกระทบต่อชาวบ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 มิ.ย. 2559 16:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/647701


คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ลงพื้นที่ตรวจสวนกล้วยจีน อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย เก็บข้อมูลผลกระทบชาวบ้าน ยาฆ่าแมลง การใช้น้ำ พร้อมเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องชี้แจง 27 มิ.ย.นี้

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 59 นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร นำคณะอนุกรรมการฯ และนายกฤตชัย สุวรรณ์ ปลัดอำเภอพญาเม็งราย และตัวแทนนายอำเภอพญาเม็งราย เข้าตรวจสอบพื้นที่ปลูกสวนกล้วยของ ห้างหุ้นส่วนพญาเม็งรายการเกษตร จำกัด ต.เม็งราย อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย พื้นที่ 2,711 ไร่


สวนกล้วยจีน ที่เชียงราย


ผลผลิต กล้วยหอม จำนวนมาก

ทั้งนี้ พบนางวงเดือน คล้ายวิเชียร ผู้จัดการสวนกล้วย และนายทวนชัย หัวหน้าคนงาน โดย หจก.พญาเม็งรายการเกษตร มีทุนจดทะเบียนจำนวน 2 ล้านบาท และเงินลงทุน 30 ล้านบาท เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 59 โดยมีนายไพโรจน์ อาวัชนานุกูล และนายปรีชา แซ่ตั้ง เป็นกรรมการ เข้ารับช่วงต่อจาก บริษัท หงต๋าอินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ที่แจ้งเลิกกิจการ เมื่อ ก.พ. 59 ทำสัญญาเช่าพื้นที่ 9 ปี ต่อสัญญาเช่าทุก 3 ปี ในราคาไร่ละ 2,500 บาทต่อปี ขณะนี้ได้ขยายการปลูกจากเดิม 700 กว่าไร่ เป็น 1,000 พันไร่ มีลูกจ้าง 143 คน ค่าจ้างคนละ 300-500 บาท มีบริษัทชินเชี่ยง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 59 เป็นผู้ส่งออกไปเมืองฉงชิ่ง ประเทศจีน


ชาวบ้านคนไทยที่เป็นแรงงานลูกจ้าง สวนกล้วยจีนที่ เชียงราย
จนท.กสม.ลงพื้นที่เชียงราย ตรวจสอบสวนกล้วยของนายทุนจีน ที่ปลูกที่เชียงราย

นางเตือนใจ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนความเดือดร้อนของชาวบ้านจากสวนกล้วยแห่งนี้ ว่าแย่งสูบน้ำอิงไปใช้ และกังวลเรื่องการใช้สารพิษในสวนกล้วยแห่งนี้ จึงนำกรรมการเข้าตรวจสอบหาข้อมูล ไปร่วมการประชุมร่วมกับคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ทางจังหวัดเชียงรายตั้งขึ้น ในวันที่ 27 มิ.ย. 59 ที่โรงแรมริมกก จ.เชียงราย


กสม.ลงเก็บข้อมูลผลกระทบกับชาวบ้าน
ชาวบ้านให้ข้อมูลผลกระทบกับ จนท. กสม.

ด้าน ดร.อาภา หวังเกียรติ ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ได้เข้ามาเก็บตัวอย่าง ดิน น้ำ ผลกล้วย สารเคมีฆ่าแมลง ฆ่าหญ้า ยาฆ่าปลวกเชื้อรา และฮอร์โมน เพื่อส่งตรวจพิสูจน์หาสารพิษ ซึ่งต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ประมาณ 1 เดือน เพราะสารเคมียาฆ่าแมลงจะส่งไปตรวจพิสูจน์ที่ต่างประเทศ

2559(2016)

จัดรูปที่ดิน วางระบบจัดส่งน้ำป้องกันภัยแล้งซ้ำซาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 มิ.ย. 2559 15:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/647631


สำนักงานจัดรูปที่ดิน รุกพัฒนาระบบชลประทานในไร่นา เผยผลดำเนินการสำเร็จแล้ว 13 ล้านไร่ พร้อมเร่งผลักดันระบบน้ำและจัดรูปที่ดินที่ทันสมัย 3 รูปแบบ เน้นประสิทธิภาพการชลประทาน หวังบรรเทาความเดือดร้อนเกษตรทั่วประเทศ

วันนี้ (26 มิ.ย. 7 more words

2559(2016)