Tags » BL

[Vietsub] Kinh hồng nhất diện (Tiêu Liên)

Tên vid: Kinh hồng nhất diện (惊鸿一面)

Thể loại: Đam Mỹ

Cp: Tiêu Liên – Tiêu Thập Nhất Lang x Liên Thành Bích (Tân Tiêu Thập Nhất Lang  370 more words

BL

[Review film] BL Tổng tài bá đạo cùng người đàn ông của mình

Tóm tắt:

(Từ Nhân Trung Chi Long) Bộ phim “Tổng tài bá đạo cùng người đàn ông của mình” mang xu hướng “Bẻ-thẳng-thành-cong”, kể về hai cuộc đời tách biệt nhau, hai chàng trai cách xa nhau vạn dặm từ quen biết đến yêu thương, từ anh tôi bạn cậu thành hẳn một câu chuyện ái tình. 1,108 more words

[Tiêu Liên] Yêu Thố (8)

Pairing: Tiêu Liên – Tiêu Thập Nhất Lang x Liên Thành Bích (Tân Tiêu Thập Nhất Lang)

Genres: EG, chương hồi, fantasy

Rating: … 8,488 more words

BL

[HQ] In Sickness and in Health (IwaOi/UshiOi)

In Sickness and in Health

Fandom: Haikyuu
Pairing: Iwaizumi Hajime x Oikawa Tooru / Ushijima Wakatoshi x Oikawa Tooru

     อิวาอิซึมิมองดูตัวเองในกระจกอีกครั้งก่อนออกจากบ้าน

     เขาสวมสูทสีเทาและกางเกงสีเทา เสื้อเชิร์ตสีดำตัวในยังไม่ได้ติดกระดุมเม็ดบน บนตู้วางของใกล้ๆ มีหูกระต่ายวางอยู่ มัตสึคาวะบอกว่าใส่ไปด้วยก็ดี แต่อิวาอิซึมิรู้สึกว่ามันอึดอัดไปหน่อยเลยจะปล่อยมันวางไว้อย่างนั้นอยู่ตรงนั้นแล้วกัน

     “นายจะทำแบบนี้จริงๆ หรอ?” ฮานามากิที่ยืนรออยู่หน้าห้องถาม ฮานามากิเองก็ใส่สูทเช่นกัน เขาแต่งตัวเหมือนอิวาอิซึมิแต่ผูกเนคไทร์สีชมพูอ่อน และใบหน้าดูติดกังวลอะไรอยู่นิดๆ ผิดจากอิวาอิซึมิอย่างสิ้นเชิง

     “อืม ใช่สิ ตำแหน่งมีเกียรติขนาดนี้” อิวาอิซึมิตอบแล้วฉีกยิ้มแบบไม่มีแววเสแสร้งสักนิด ชายหนุ่มล็อคประตูบ้านแล้วเดินนำเพื่อนลงไปที่ลานจอดรถด้านหน้าอพาร์ทเมนท์ “จะว่าไปสุนทรพจน์ของฉันโอเคมั้ยเนี่ย? ให้ตายเถอะ เพิ่งรู้สึกว่าวิชาภาษาญี่ปุ่นมันมีความสำคัญก็ตอนนี้แหละ”

      “โอเคแหละน่า ถ้าฉันเป็นนายฉันคงไม่คิดจะเขียนด้วยซ้ำ” ฮานามากิตอบเรียบๆ ก่อนเข้าไปนั่งยังเบาะข้างคนขับ “นายเนี่ย…เป็นคนที่สุดยอดจริงๆ นะ สุดยอดกว่าตอนเล่นงัดข้อชนะทุกคนในชมรมอีก”

     “นี่นายพูดเรื่องอะไรกันเนี่ย” อิวาอิซึมิพูดขำๆ แล้วออกรถ”งานแต่งเพื่อนทั้งที่นะเว้ย ร่าเริงหน่อยดิ”

     “ก็เพราะเป็นงานแต่งของ ‘เพื่อน’ ไม่ใช่หรือไง…” ฮานามากิพึมพำเบาๆ ไม่ให้อีกฝ่ายได้ยิน

     พวกเขานั่งรถเงียบๆ จนมาถึงสถานที่จัดงานแต่งซึ่งเป็นโรงแรมค่อนข้างหรูหรากลางเมืองเซนได

     “โห ถ้าเป็นฉันจัดในที่แบบนี้ไม่ไหวแหงๆ” อิวาอิซึมิเป็นคนพูดขึ้นเมื่อพวกเขาก้าวเข้ามาในล็อบบี้ของโรงแรม “แต่ก็สมกับเป็นตระกูลอุชิจิมะล่ะนะ”

     “อืม” ฮานามากิตอบสั้นๆ

     “จริงๆ เลยนา นายเนี่ย ทำท่าซึมกะทือมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว โดนยาเบื่อหรือไง?” อิวาอิซึมิใช้ศอกกระทุ้งอดีตเพื่อนร่วมทีมเบาๆ ระหว่างอยู่ในลิฟท์ “วันนี้วันสำคัญของเพื่อนนะ”

     “รู้แล้วน่าๆ นายนี่ก็…พูดซ้ำอยู่ได้” ฮานามากิทำหน้าไม่สบอารมณ์ ซึ่งเขาคิดว่าเขามีเหตุผลนะที่จะเป็นแบบนี้ คนที่แปลกมันอิวาอิซึมิมากกว่าอีก งานแต่งของ ‘โออิคาวะ’ ทั้งที ทำตัวร่าเริงแบบนี้ได้ไงนะ?

     นายเป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดมากเลยอิวาอิซึมิ แปลกประหลาดกว่าปลาทะเลในความลึก 3000 เมตรซะอีก

     ฮานามากิคิดอยู่คนเดียวเงียบๆ

     ในที่สุด การขึ้นลิฟท์อันเงียบงันก็จบลง พวกเขามาถึงชั้นซึ่งเป็นห้องสำหรับจัดงานแต่งงานโดยเฉพาะ

     “โออิคาวะบอกมันจะอยู่ห้องไหนนะ? ทางนี้หรือเปล่า?” อิวาอิซึมิที่อารมณ์ดีอย่างไม่น่าเชื่อเป็นคนลากฮานามากิไปหาห้องของเจ้าสาว…หรือในที่นี้ก็ของ ‘เจ้าบ่าว’ ล่ะนะ… “อ้า ห้องนี้สินะ”

     ห้องที่ว่าอยู่ไม่ไกลจากห้องจัดงาน มันเป็นห้องให้เจ้าสาวเตรียมตัวโดยเฉพาะ อิวาอิซึมิเคาะประตูสามครั้งก่อนเปิดเข้าไป

     “ไง โออิคาวะ”

     “อิวะจัง~~~~~” เสียงอันร่าเริงของอดีตกัปตันที่ทุกคนเคยได้ยินกันจนชินดังออกมาในทันที “นายได้ซื้อขนมปังนมตามที่ฉันขอมาหรือเปล่า?”

     “งานแต่งจะเริ่มแล้วยังจะกินอีก” คุณอดีตรองกัปตันเอามือเขกหัวเพื่อนที่เป็นเจ้าบ่าวไปหนึ่งที แต่ก็ส่งถุงพลาสติกจากร้านสะดวกซื้อที่มีขนมปังนมใส่อยู่เต็มให้ ความจริงเขาไปซื้อเอาไว้มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะ “นี่ถ้าขนมปังติดฟันขึ้นมาจะขำให้”

     “ไม่หรอก ไม่หรอก ฉันเป็นคนพิถีพิถัน ไม่เหมือนอิวะจังหรอกน่า — แอ้ก!!!”

     “เฮดบัทเจ้าบ่าวก่อนงานแต่งนี่ถือเป็นโชคไม่ดีหรือเปล่า?”

     “อย่าถามหลังทำแล้วสิเจ้าบ้า” ฮานามากิได้แต่หัวเราะแห้งๆ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจนิสัยเหมือนเด็กประถมของเพื่อนตัวเองจริงๆ “แล้วมัตซึนล่ะ? นึกว่าหมอนั่นมาถึงแล้วซะอีก” หลังสังเกตว่าเพื่อนหายไปคนหนึ่ง ฮานามากิจึงหันมองไปรอบๆ

     “อ่า หมอนั่นไปเข้าห้องน้ำน่ะ เพิ่งออกไปเมื่อตะกี้เอง” โออิคาวะเป็นคนตอบ… ปากเคี้ยวขนมปังหงุบหงับไปด้วย…

     “เจ้าบ้าคาวะกินระวังหน่อยสิฟระ! กินปากเลอะเป็นเด็กประถมไปได้!” อิวาอิซึมิเอ็ดตะโรแล้วเอามือเขกหัวเพื่อนไปอีกทีนึง เป็นการกระทำที่คนภายนอกอาจเห็นว่าเป็นการใช้ความรุนแรงได้ แต่สำหรับอดีตสมาชิกชมรมวอลเลย์บอลโรงเรียนอาโอบะโจไซแล้ว…มันเป็นภาพที่ธรรมดาอย่างยิ่ง

     ฮานามากิถอนหายใจเบาๆ ก่อนเดินออกจากห้อง เขาเดินสวนกับแขกสองสามคนซึ่งคาดว่าคงเป็นญาติของเจ้าบ่าวอีกคน…อุชิวากะนั่นแหละ… ความคิดนี้รบกวนจิตใจเขามาสักพักแล้ว เหมือนเสียงเล็กๆ ที่คอยดังอยู่ในหัว มัตสึคาวะก็คงมีเหมือนกัน นั่นเลยทำให้ฮานามากิอยากตามหาอีกฝ่ายให้ได้

     “อ้าว มัคกี้ มาแล้วเรอะ?” เป็นจังหวะประจวบเหมาะพอดีเมื่อฮานามากิเดินเข้าไปในห้องน้ำ เพราะมัตสึคาวะกำลังล้างมืออยู่ อีกฝ่ายไม่ได้สวมเสื้อสูทไว้ -คงทิ้งไว้ในห้อง- แขนเสื้อถลกขึ้นไปอยู่ที่ข้อศอก หูกระต่ายก็ห้อยอยู่รอบคอ สภาพดูเหมือนเพิ่งกลับจากงานเลี้ยงมากกว่ากำลังจะร่วมงานแต่งเสียอีก

     “สภาพนายนี่มัน…” ฮานามากิอดรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้ เลยเดินเข้าไปจัดหูกระต่ายให้ “ดูแล้วเหมือนเพิ่งไปเมาหลังงานเลิกมากกว่าอีก”

     “ก็แต่งตัวเต็มยศขนาดนั้นมันอึดอัดนี่หว่า” มัตสึคาวะตอบ เนียนเช็ดมือกับเสื้อนอกของฮานามากิไปด้วย “ว่าแต่ นี่แสดงว่าอิวาอิซึมิก็มาถึงแล้วสิ?”

     “ช่าย ช่าย หมอนั่นเตรียมสุนทรพจน์มาด้วยแหละ…” ฮานามากิตอบอย่างไม่สบอารมณ์ เขาพยายามเพ่งสมาธิไปที่การจัดหูกระต่ายให้มากที่สุด “…เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือความเข้าใจจริงๆ”

     “อาจจะใช่…หรืออาจจะไม่ก็ได้ล่ะมั้ง..” มัตซึนพูดแล้วหัวเราะเบาๆ

     “จะไม่ใช่ได้ไงวะ? เพื่อนสนิทแต่งงานเลยนะเว้ย เพื่อนสนิทแบบ…” ฮานามากิละส่วนท้ายของประโยคไว้ ทั้งสองต่างรู้ดีว่าคำที่หายไปคืออะไร “ถ้าเป็นฉันนะ ฉันทำไม่ได้หรอก อย่าว่าแต่จะมาร่วมงานแต่ง จะมาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้เลย ไม่เผาพริกเผาเกลือสาปแช่งก็ดีแค่ไหนแล้ว”หลังจัดหูกระต่ายให้อีกฝ่ายเสร็จ ก็จัดแขนเสื้อให้ต่อ

     “ไม่รู้สิ แต่รองกัปตันของพวกเราเป็นคนดีนะเออ” มัตสึคาวะยังคงทำสีหน้าสบายๆ ต่อไป “อย่าคิดมากเลย ถ้าเจ้าตัวบอกว่าโอเคก็โอเคแหละ” ไม่พูดเปล่า มีการเอามือลูบหัวกันด้วย ฮานามากิเลยชักสีหน้าเล็กน้อย แต่ก็จัดแขนเสื้อให้เพื่อนจนเสร็จ

     “ไปกันเถอะ” หลังได้รับการปรับสภาพจนเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวอย่างเหมาะสมแล้ว มัตสึคาวะก็เป็นคนลากฮานามากิออกจากห้องน้ำไป

         เมื่อสองคู่หูกลับมาถึงห้องของโออิคาวะ พวกเขาก็ต้องประหลาดใจ เพราะในห้องมีแต่คุณเจ้าบ่าวนั่งอยู่คนเดียวเท่านั้น ส่วนเพื่อนเจ้าบ่าวหายหัวไปแล้ว

     “อิวาอิซึมิล่ะ?” ฮานามากิถามขึ้นทันทีด้วยกลัวว่าอดีตรองกัปตันของเขาคงไม่ทำอะไรอย่างที่เขาคิดหรอกนะ…

     “อิวะจังบอกว่าลืมโทรศัพท์ไว้บนรถน่ะ ตอนนี้ลงเอาไปอยู่” โออิคาวะตอบอย่างสบายๆ มือก็จัดการจัดผมไปด้วย จัดไปจัดมาจนสองคู่หูอดคิดไม่ได้ว่า ‘นายจัดแค่ไหนก็ทำทรงซูเปอร์ไซย่าไม่ได้หรอกนะ’ แต่ความคิดนอกเหนือจากนั้นที่ผุดขึ้นมาในหัวฮานามากิคือ ‘พวกนายไม่รู้สึกแปลกๆ อะไรสักหน่อยหรอ?’ พอเขาหันไปหามัตสึคาวะเพื่อขอความเห็นเรื่องนี้ ก็ได้เพียงการยักไหล่กลับมา ทำเอาเขาหงุดหงิดนิดๆ

     อดีตกัปตันของพวกเขากำลังจะแต่งงานกับอดีตกัปตันของทีมคู่แข่งที่ทำให้พวกเขาพลาดฝันไปแข่งระดับประเทศซ้ำแล้วซ้ำเล่า  อุชิจิมะ วากาโทชิ คนนั้นนั่นแหละ ถ้ามีใครพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเมื่อ 6 ปีก่อนล่ะก็ ต้องถูกมองว่าบ้าแน่นอน เพราะแม้แต่ตอนนี้ฮานามากิก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าเขาเผลอทำสมองกระทบกระเทือนตอนไหนหรือเปล่า

     แต่ที่น่าหงุดหงิดที่สุดสำหรับเขา…คือท่าทีของทั้งอดีตกัปตันและอดีตรองกัปตันของพวกเขาเนี่ยแหละ…

     โออิคาวะกับอิวาอิซึมิรู้จักกันมาเกือบตลอดชีวิตได้ล่ะมั้ง ทุกครั้งที่ทั้งสี่คุยกัน จะมีเรื่องอะไรบางอย่างที่รู้กันแค่โออิคาวะกับอิวาอิซึมิเสมอๆ อย่าง ‘เรื่องนั้นตอนประถม’ บ้างล่ะ ‘เรื่องโน้นตอน ม. 1’ บ้างล่ะ จนฮานามากิกับมัตสึคาวะต้องเตือนอยู่บ่อยๆ ว่าพวกเขาไม่ได้โตมากับพวกมันสองคนนะ แล้วทั้งสองคนก็จะหันไปหัวเราะกัน เวลาอยู่ในสนามโออิคาวะกับอิวาอิซึมิก็เล่นเข้าขากันได้ดีที่สุดเหมือนต่างฝ่ายต่างรู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรต่อไป

     โออิคาวะรู้จักอิวาอิซึมิดีที่สุด และอิวาอิซึมิก็รู้จักโออิคาวะดีที่สุด ถ้าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะกลายเป็นความรู้สึกที่มากกว่าคำว่า ‘เพื่อน’ ก็ไม่แปลกไม่ใช่หรือไง?

     แต่ครุ่นคิดกี่ทีฮานามากิก็ไม่เข้าใจ

     พวกเขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? ทุกอย่างมาลงเอยแบบนี้ได้ยังไง? โออิคาวะจะแต่งงานกับอุชิวากะได้ยังไง? และอิวาอิซึมิยอมมาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวได้ยังไง? พวกเขาสองคนไม่มีความรู้สึกอะไรต่อกันเลยหรอ?

     เขาคงครุ่นคิดเรื่องนี้หนักมากเพราะจู่ๆ มัตสึคาวะก็สะกิดแขนเขาเบาๆ

     “คิดมากไปแล้วน่า” มัตซึนกระซิบ โออิคาวะกำลังบ่นเรื่องอะไรสักอย่างอยู่และเหมือนจะไม่สังเกตทั้งคู่ “นายกลัวอิวาอิซึมิจะแอบไปต่อยกับอุชิวากะล่ะสิ?”

     “ก็ใช่ว่ามันจะไม่มีโอกาสนี่…”

     ฝั่งอิวาอิซึมิ เขาลงมาหยิบโทรศัพท์ในรถแล้วกำลังเดินกลับเข้ามาในล็อบบี้ ตอนนั้นเขาเห็นประตูลิฟท์เพิ่งเปิดพอดีจึงสาวเท้าวิ่งเข้าไป “ขอโทษครับ รอด้วยครับ!” เขาร้อง ซึ่งยังดีว่าคนในลิฟท์ยื่นมือออกมาช่วยกั้นประตูลิฟท์ให้ “ขอบคุณมากนะคร—“

     “อิวาอิซึมิ?”

     “อุชิวากะ?”

     ทั้งสองจ้องหน้ากันขณะประตูลิฟท์ค่อยๆ ปิดลง ในลิฟท์มีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้น…

     “ฉันไม่คิดว่านายจะมา” อุชิวากะเป็นคนพูดก่อน เขาไม่ได้แสดงท่าทีอึดอัดหรืออะไรใดๆ ทั้งสิ้น สายตา, สีหน้า, และคำพูด…ทุกอย่างยังคงถูกถ่ายทอดออกมาอย่างตรงไปตรงมาเช่นเคย ก่อให้เกิดบรรยากาศที่น่าหวั่นเกรงโดยไม่ตั้งใจ แต่อิวาอิซึมิก็ไม่สะทกสะท้านต่อบรรยากาศนั้นเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าของเขาเรียบนิ่งและจริงจัง ราวกับหมาป่าสองตัวที่เข้าเผชิญหน้ากัน

     “โออิคาวะเป็นเพื่อนสนิทของฉัน ทำไมฉันถึงจะไม่มางานแต่งมันล่ะ?” อิวาอิซึมิตอบนิ่งๆ สองมือล้วงอยู่ในกระเป๋า มันกำลังกำเป็นกำปั้นอยู่หรือเปล่าก็ไม่มีใครรู้

     “อาจเพราะอย่างนั้นล่ะมั้ง…” อุชิวากะละสายตาจากอีกฝ่าย”ฉันหวังว่านายจะไม่โกรธฉันหรอกนะ ยังไงพวกเราก็เป็นคนสำคัญของโออิคาวะ ถ้ามีปัญหาอะไรกันโออิคาวะก็จะอึดอัดใจเปล่าๆ” ดวงตาสีเข้มของอุชิวากะแหงนมองตัวเลขที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นบนหน้าจอในลิฟท์ พวกเขาใกล้ถึงห้องจัดงานแล้ว…

     ” ถ้านายคิดว่าฉันจะโกรธนายเพราะแย่งโออิคาวะไปล่ะก็… นายคิดผิดแล้วล่ะ ” น้ำเสียงของอิวาอิซึมิหนักแน่นและเรียกได้ว่าคุกคาม เหมือนกับเสียงคำรามที่ข่มขวัญศัตรูอย่างเยือกเย็น “โออิคาวะไม่เคยเป็นของฉัน และฉันไม่เคยคิดจะครอบครองโออิคาวะ” เขาก้าวขึ้นมายืนข้างอุชิวากะ ดวงตาจ้องลึกเหมือนคมดาบที่ทำจากเหล็กกล้า

     “หน้าที่ของฉันคือการยืนอยู่เคียงข้างเขา เป็นเสาหลักให้เขาในวันที่เขาอ่อนแอ เป็นคนพยุงเขาในวันที่เขาล้มลง…ไม่ใช่เจ้าของของเขา…”

     “ฉะนั้นฉันไม่โกรธนายหรอกนะที่ก้าวมายืนตรงนี้ เพราะฉันก็มีที่ของฉันอยู่แล้วเหมือนกัน”

       “นายแค่จำไว้ก็พอ…ว่าถ้าวันไหนโออิคาวะล้มลง… แล้วฉันเข้ามาช่วยเขา…พยุงเขา… ฉันแค่พยายามทำหน้าที่ของตัวเอง นายก็ทำหน้าที่ของนายคือดูแลไม่ให้เขาล้มลงแล้วกัน”

    ทันใดนั้น ลิฟท์ส่งเสียง ‘ติ๊ง’ และพวกเขาก็กลับมาสู่ชั้นห้องจัดงานอีกครั้ง เสียงคุยกันเซ็งแซ่ที่ไหลบ่าเข้ามาทำให้บรรยากาศอันตึงเครียดระหว่างทั้งสองฝ่ายหายไป “ฉันฝากโออิคาวะไว้กับนายด้วยล่ะ” อิวาอิซึมิตบบ่าอีกฝ่าย ความกดดันหายไปจากดวงตาของเขาแล้ว ชายหนุ่มหันหลังสาวเท้าไปยังห้องเตรียมตัวสำหรับเจ้าสาว แผ่นหลังกลืนไปท่ามกลางแขกคนอื่น ขณะสายตาของอุชิวากะยังมองตามไปโดยไม่เปิดเผยอารมณ์ใดๆ

Fin.

-จบแค่นี้แหละ แค่อยากให้อิวะจังได้พูดประโยคหล่อๆ เฉย (ฮา) แล้วอีกอย่าง…อิวะจังใส่เชิร์ตดำกับสูทเทานี่ต้องโคตรฮ็อตเลยไม่ใช่หรอ?

-เรื่องที่แล้วงานแต่งอิวะจัง รอบนี้เลยเป็นงานแต่งโออิบ้าง มัคกี้กับมัตซึนก็สลับกันเด่นหน่อยเนอะ 5555555

Fanfiction

[HQ x Harry Potter AU] Slytherin Culture (UshiOi)

Slytherin Culture

Fandom: Haikyuu x Harry Potter
Pairing: Ushijima Wakatoshi x Oikawa Tooru

     “บ้านสลิธิรินมีอะไรอย่างนั้นหรือครับ?”

     กัปตันทีมควิดดิชบ้านสลิธิรินถึงกับกลืนน้ำลายไปอึกใหญ่เมื่อถูกถามคำถามนั้น เพราะคนทั้งสองที่อยู่ตรงหน้าเขา นอกจากจะเป็นเพื่อนวัยเด็กและ(ว่าที่)แฟนของเพื่อนสนิทแล้ว ยังเป็นสองมันสมองอันปราดเปรื่องแห่งทีมเรเวนคลออีกต่างหาก เป็นมนุษย์เพียงสองคนบนโลกที่คุโรโอะไม่มั่นใจว่าทักษะการสกัดใจของตนจะเพียงพอมั้ยที่จะเผชิญหน้า

     “ไม่มี๊ ไม่มี คือพวกเรา…หาของกันอยู่นิดหน่อยน่ะ” คุโรโอะพยายามทำทีกลบเกลื่อน สมองด้านการสกัดใจเหมือนพิการไปชั่วขณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณพรีเฟ็คบ้านเรเวนคลอ(คนที่เป็นว่าที่แฟนเพื่อนสนิทเขานั่นแหละ)จ้องมาด้วยแล้ว… 20 more words

Fanfiction

Awake

October. The sneaking onset of darkness suggested a much later hour, but it was early yet. Too early for her to be in bed already, but what difference did the hour make anyway? 708 more words

Written

[Yarichin Bitch Bu] Drama CD 1 Comicomi Paper

Khuyến cáo: Nội dung đồi truỵ + edit xấu vờ cờ lờ…

AIGV