Tags » Fanfic

Điệu vũ của đôi chân trần [Mục lục + Chương 0]

ĐIỆU VŨ CỦA ĐÔI CHÂN TRẦN

Tác giả: 苦灯_ (Khổ Đăng/kudeng)

Dịch: Quick Trans

Edit: Natsuzora
Đình Phong | AU| Cường cường | Ngục giam… 2,380 more words

Đình Phong

Merthur Fanfic - Falling in love 1

Merthur Fanfiction from series Merlin(BBC) Arthur x Merlin [แฟนฟิคเมอร์เธอร์]

Fandom : Merlin(BBC)

Pairing : Arthur Pendragon x Merlin

Rate : PG-13

“ลุกขึ้น เซอร์วัลดัส อัศวินแห่งคาเมล็อต”

เจ้าของชื่อลุกขึ้นยืนด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ ผ้าคลุมผืนใหม่แผ่ออกเต็มแผ่นหลังอย่างสง่างาม เสียงปรบมือดังกึกก้องทั่วทั้งห้องประชุม สายตาทุกคู่ที่จับจ้องมาทางเขามีแต่ความชื่นชมยินดีและรอยยิ้ม ไม่เว้นแม้แต่ราชาแห่งคาเมล็อตที่ยืนกุมดาบอยู่ด้านหน้า ดวงตาสีมรกตของอัศวินคนใหม่กวาดไปรอบห้องเพื่อค้อมรับคำชื่นชมนั้นทีละคน ก่อนที่สายตาจะประสานเข้ากับดวงตาสีฟ้าเทาของคนรับใช้คนหนึ่งที่มุมห้อง มือขาวเรียวนั้นปรบเบาๆพร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆส่งมาให้ ชายรับใช้คนนั้นเป็นเพื่อนคนเดียวของเขา ….เมอร์ลิน

แม้ว่าวัลดัสจะรู้จักเมอร์ลินพร้อมๆกับอาเธอร์ตอนที่เขากำลังจัดการกับกองโจรในป่าอยู่ก็ตาม แต่เมอร์ลินก็เป็นมิตรกับเขามากกว่าราชาแห่งคาเมล็อตมากนัก เมอร์ลินหันมาทักทายและพยายามชวนเขาคุยแทบจะเทียบเท่าคนระดับเดียวกัน ต่างกับอาเธอร์ที่ดูเป็นเพื่อนที่น่านับถือดั่งคนชั้นสูงมากกว่า จึงไม่น่าแปลกใจเลยถ้าเขาจะรู้สึกสะดวกใจกับเมอร์ลินมากกว่าเพื่อนราชาแห่งคาเมล็อตของเขา

งานเลี้ยงฉลองอัศวินคนใหม่ถูกจัดขึ้นอย่างสนุกสนาน เสียงดนตรีและร้องเพลงดังไปทั่วห้องเจือด้วยเสียงคุยจอกแจกจอแจ เหล่าอัศวินต่างแวะเวียนเข้ามาหาอัศวินน้องใหม่ที่นั่งอยู่กลางห้อง ทั้งเพื่อแสดงความยินดี ทั้งเข้ามาแนะนำตัว บางคนเข้ามาแกล้งเขาอีกด้วย แต่ทุกอย่างก็เต็มไปด้วยความสนุกสนานและเสียงหัวเราะ ยิ่งมีแก้วที่บรรจุของมึนเมาตามแจกแทบจะตลอดเวลาทั่วทั้งห้องเช่นนี้ก็ยิ่งทำให้ทุกคนอารมณ์ดีขึ้น แม้แต่ราชาแห่งคาเมล็อตที่น่านับถือเมื่อครู่ก็ยังหัวเราะร่าเสียงดังอยู่ที่อีกโต๊ะหนึ่งท่ามกลางวงล้อมอัศวิน ราวกับว่ากำลังล้อมวงเล่นอะไรกันสักอย่าง

วัลดัสเป็นชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำ ดวงตาสีเขียวมรกต แต่เมื่ออยู่ในที่มืดก็จะดูเหมือนดวงตาสีดำไป ยากนักที่จะมีคนสังเกตเห็นสีที่แท้จริงของดวงตาหรือสีผมของเขา ก่อนหน้าที่เขาจะมาอยู่ที่คาเมล็อตนี้ เขาเป็นเพียงคนพเนจรธรรมดาๆคนหนึ่ง แต่ด้วยรูปร่างหน้าตาที่แข็งแรงและหล่อเหลาจึงทำให้เขาไม่ดูโทรมเหมือนที่คนไร้บ้านมักจะเป็นกัน พ่อแม่ของเขาตายไปจากการบุกปล้นของกองทัพโอดิน นั่นจึงทำให้เขาเริ่มที่จะฝึกดาบและได้พบกับอาเธอร์และเมอร์ลินเข้าโดยบังเอิญ

            “ขอบใจเจ้ามากที่ช่วยเรา” ชายหนุ่มผมทองกล่าวอย่างวางอำนาจทั้งหายใจหอบจากการต่อสู้กับกองโจร แต่รอยยิ้มกว้างนั้นก็กลบน้ำเสียงเอาแต่ใจนั้นเสียสิ้น มีเพียงแค่ความเป็นมิตรเท่านั้นที่เขารับรู้

            “ด้วยความยินดี โจรพวกนี้ข้ายินดีที่จะช่วยพวกท่านกำจัดอยู่แล้ว” วัลดัสตอบทั้งรอยยิ้ม ก่อนจะยื่นมือไปจับกับมือแข็งแรงของชายผมทองคนนั้น

            “ข้าอาเธอร์ เพนดรากอน ส่วนนี่คือเมอร์ลิน คนรับใช้ของข้า” มืออีกข้างของคนพูดผายไปที่ร่างบางที่ยืนหายใจหอบอยู่ข้างๆ ก่อนที่เจ้าของชื่อจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา ดวงตาใสสีฟ้าที่สีอ่อนเสียจนแทบจะเป็นสีเทาสบเข้ากับดวงตาของเขา

            “ตาท่านสีเขียวสวยดีนะ” เสียงใสเอ่ยทักทายพร้อมกับริมฝีปากอิ่มที่คลี่ยิ้มให้อย่างจริงใจจนตาหยี น่าแปลกเหลือเกินที่เขาถูกตรึงสายตาไว้ที่ชายคนนี้ จนแทบจะลืมเลือนไปว่าเมอร์ลินสังเกตเห็นสีดวงตาของเขาตั้งแต่แว้บแรกที่สบตากัน

            “ข้าวัลดัส ยินดีที่ได้รู้จัก”

และคำขอบคุณที่ช่วยชีวิตของราชาแห่งคาเมล็อตเอาไว้ ก็คือการได้เข้ามาเป็นหนึ่งในอัศวินแห่งคาเมล็อตเช่นนี้ เดิมทีแล้ววัลดัสก็เป็นคนชอบสังสรรค์ แน่นอนว่าเขาย่อมที่จะอยากเดินเข้าไปร่วมวงเล่นกับเพื่อนอัศวินของเขาอยู่แล้ว แต่เมื่อสายตาหันไปเห็นคนรับใช้คนหนึ่งที่แต่งตัวแปลกจากคนอื่นนั่งอยู่เงียบๆคนเดียว เขาก็ล้มเลิกความคิดที่จะเข้าไปหัวเราะเมามายแต่เดินเข้าไปหาเพื่อนของเขาแทน

ร่างบางนั่งนิ่งๆจับจ้องไปที่เจ้านายของตนเองที่เมาจนแทบจะขึ้นไปยืนร้องเพลงบนโต๊ะได้อยู่แล้ว มือเรียวหมุนแก้วไวน์ในมือไปมา ดูเหม่อลอยจนแม้เขาจะเดินไปนั่งข้างๆก็ยังไม่รู้สึกตัว จนเขาต้องเอ่ยเรียก

“เมอร์ลิน…. เฮ้! เมอร์ลิน”

“อะ เอ้อ วัลดัส ไม่สิ ต้องเป็นเซอร์วัลดัสสินะ” เมอร์ลินหันมายิ้มน้อยๆให้เป็นการทักทายก่อนจะหันกลับไปจ้องอาเธอร์อีกครั้ง สายตานั้นเครียดเขม็งแต่ก็ฉายแววเป็นห่วงออกมาอย่างชัดเจน ทั้งที่ตอนนี้เหล่าเด็กเสิร์ฟและคนรับใช้ทั้งหลายต่างพากันไปนอนหมดแล้ว แต่เมอร์ลินกลับยังนั่งอยู่ตรงนี้ ไม่ยอมแตะไวน์จากแก้วในมือเลย

“เจ้ารออาเธอร์อยู่งั้นหรอ”

“ข้าต้องเป็นคนพาราชาหัวผักกาดงี่เง่าที่เมาหัวราน้ำไปส่งที่ห้องน่ะ” เมอร์ลินตอบมาพร้อมคำด่า แม้ตอนแรกวัลดัสจะขนลุกวาบจากความหวาดกลัวที่คนรับใช้อย่างเมอร์ลินกล้าด่าราชาแห่งคาเมล็อตอย่างชัดถ้อยชัดคำเช่นนี้ แต่รอยยิ้มขบขันของอีกฝ่ายก็ทำให้เขาต้องหัวเราะตามไปด้วย

“ราชาหัวผักกาดเนี่ยนะ”

“ท่านไม่คิดอย่างนั้นหรอ”

“ก็ได้ๆ อาเธอร์อาจเป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่เจ้ากล้ามากเลยนะที่ไปด่าเขาแบบนั้น”

“เขาไม่ได้ยินหรอก เมาซะขนาดนั้น” แล้วรอยยิ้มของเมอร์ลินก็จางหายไปก่อนที่สายตาจะหันกลับไปหาอาเธอร์อีกครั้งจนบทสนทนาเงียบหายไป

“……….เขาไม่เป็นไรหรอก อย่างน้อยก็ไม่ได้เมาและไปลวนลามหญิงสาวคนรับใช้เหมือนกับที่ข้าเคยเห็นราชาคนอื่นทำกัน” วัลดัสยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ มือยกขึ้นมาจิบไวน์จากแก้วในมือพร้อมกับเอนหลังไปพิงพนักเก้าอี้ ต่างกับเมอร์ลินที่ขมวดคิ้วหันกลับมามองที่เขา น้ำเสียงจริงจังมากขึ้น

“อาเธอร์ไม่ปล้ำหญิงรับใช้หรอก…… ไม่ เขาไม่ทำแบบนั้นแน่” ประโยคสุดท้ายเมอร์ลินพึมพำราวกับจะพูดกับตัวเองมากกว่า

“เจ้าดูมั่นใจจังนะ”

“แน่นอน เพราะข้าเป็นคนพาเขาไปส่งที่ห้องนอนทุกครั้ง”

“งั้นก็เป็นเจ้าน่ะสิที่ถูกปล้ำน่ะ” อัศวินคนใหม่หัวเราะร่าพร้อมกับตบไปที่บ่าเล็กของคู่สนทนา แต่ดูเหมือนเมอร์ลินจะไม่ตลกด้วยเลยแม้แต่น้อย แววตาของเมอร์ลินฉายแววโกรธออกมาเล็กน้อย แต่ไม่ใช่กับเขาหรอก สายตาโกรธๆนั้นหันไปมองคนผมทองที่กำลังชูแก้วไวน์ต่างหาก

“เฮ้ ข้าล้อเล่นน่า” เขาตบบ่าเพื่อนเขาเบาๆอีกครั้ง อันที่จริง เขาอยากจะถามเมอร์ลินเรื่องข่าวลือที่เพื่อนอัศวินของเขาต่างแวะเวียนกันมาบอกต่างหาก ข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ของราชาแห่งคาเมล็อตและคนรับใช้ส่วนตัว แต่เมื่อเห็นเพื่อนเขาเป็นเช่นนี้ ก็คงจะต้องเก็บความอยากรู้เอาไว้ถามในภายหลัง

“เมอร์ลิน ข้าเพิ่งจะมาอยู่ที่นี่ เจ้าช่วยแนะนำสถานที่ให้ข้าหน่อยได้ไหม”

“ตอนนี้เลยหรือ”

วัลดัสยักไหล่เบาๆก่อนจะเอ่ยตอบ “แค่ที่สำคัญๆก็ได้ เพื่อที่ข้าจะได้ไม่หลงทางในวันรุ่งขึ้น”

เมอร์ลินลังเลเล็กน้อยแต่ก็พยักหน้าเบาๆก่อนจะลุกขึ้นอย่างเหม่อลอย ขายาวเดินนำเรียบกำแพงหินไปเพื่อออกไปทางประตูข้าง แต่ก่อนที่ร่างของเมอร์ลินจะกลืนไปในเงามืดของช่องทางเดิน สายตาโหยหาอย่างยากจะอ่านถูกส่งไปให้เจ้านายของตนเองอีกครั้งอย่างรวดเร็ว วัลดัสเดินตามเมอร์ลินไปติดๆแต่คนร่างบางก็หลุบเข้าไปในทางเดินเรียบร้อยแล้ว เขาหันไปมองทางเดียวกับที่เมอร์ลินหันไป ก่อนจะต้องตกใจที่พบว่าอาเธอร์ที่ควรจะเมาเฮฮากับผู้คนมากมายที่รายล้อมกำลังมองมาทางเขาด้วยสายตาอย่างเดียวกับเมอร์ลิน แต่คงไม่ใช่เขาหรอกที่อาเธอร์มองหาเพราะร่างสูงไม่ได้มองมาทางเขา แต่เป็นคนที่เดินเข้าไปในทางเดินมืดๆนั้นต่างหาก

ทีแรกเขาคิดว่าจะถูกอาเธอร์เรียกเอาไว้เสียอีก แต่ดวงตาสีน้ำเงินนั้นก็เสไปอีกทางและกลับไปสนุกสนานอีกครั้ง ราวกับว่าสายตาที่บ่งบอกความรู้สึกลึกๆในใจนั้นเขาตาฝาดไปเอง

เมอร์ลินกลับเข้าไปในงานเลี้ยงอีกครั้งหลังจากพาเพื่อนอัศวินคนใหม่ไปเดินตระเวนตามที่ต่างๆในวัง ผู้คนในห้องเริ่มจางไปแล้ว เหลือแต่เพียงคนรับใช้ไม่กี่คนที่คอยเก็บกวาดห้อง ไม่พบวี่แววของคนที่เขาตามหาอยู่เลยแม้แต่น้อย น่าแปลกมาก ปกติอาเธอร์จะเมาจนนอนกลิ้งอยู่บนพื้นห้องทุกครั้งที่มีงานเลี้ยงอัศวินเช่นนี้จนเขาต้องลากอีกฝ่ายกลับห้อง แต่ในวันนี้อาเธอร์กลับสามารถกลับห้องด้วยตัวเองได้ ขายาวจึงก้าวออกจากห้องจัดเลี้ยงตรงไปตามทางที่คุ้นเคย

เมอร์ลินค่อยๆเปิดประตูห้องนอนของราชาแห่งคาเมล็อตให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ต้องการจะปลุกคนเมาที่อาจหลับไปแล้วขึ้นมา เขาเพียงแค่เข้ามาดูให้แน่ใจว่าอาเธอร์จะนอนหลับดีหรือไม่เท่านั้น แต่แทนที่จะพบกับสภาพเมามายของราชาแห่งคาเมล็อตที่ถอดเสื้อคลุมโยนเกลื่อนห้อง ส่วนเจ้าตัวนอนสลบอยู่บนเตียง เมอร์ลินกลับสบสายตาเข้ากับเจ้าของห้องที่นั่งอยู่ปลายเตียง ดวงตาสีน้ำเงินเข้มนั้นหันมามองเขาอย่างรวดเร็วราวกับรอคอยอยู่นานแล้ว

“อาเธอร์ ท่าน…”

“เจ้าไปไหนมาเมอร์ลิน” อาเธอร์ถามเสียงเข้มพร้อมกับแขนที่ยกขึ้นมากอดอกอย่างหงุดหงิดใจ ดวงตาที่เหมือนดีใจในครู่แรกแปรเปลี่ยนไปเป็นถมึงทึงอย่างรวดเร็ว

“ท่านยังไม่นอนอีกหรืออาเธอร์”

“วัลดัสนอนแล้วหรือ!” อาเธอร์ไม่ตอบคำถามของเมอร์ลิน เขากระโดดลงจากเตียงก่อนจะก้าวยาวๆไปหาร่างบางที่เดินถอยหลังหนีเขาอย่างหวาดกลัว จนกระทั่งแผ่นหลังบางถอยไปจนชิดกำแพงโดยมีอาเธอร์เดินตามเข้ามาจนแทบชิด

“ชะ ใช่ แต่เขาเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ” เมอร์ลินตอบเสียงสั่น ดวงตาจับจ้องไปที่คนตรงหน้าอย่างหวั่นๆ ร่างกายถูกตรึงด้วยแขนแข็งแรงที่ยกขึ้นมาทาบกำแพงข้างตัวเมอร์ลินทั้งสองข้างราวกับกรงขัง ใบหน้าถมึงทึงนั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจร้อนที่มีกลิ่นเหล้าจางๆ

“มันดีกว่าข้าใช่ไหม เจ้าถึงไปหามัน” อาเธอร์พูดลอดฟันที่ขบกันแน่น ในใจเต็มไปด้วยความโกรธหลังจากที่พยายามกักเก็บมานานตั้งแต่ที่เห็นเมอร์ลินเดินออกจากห้องไปพร้อมกับอัศวินคนใหม่ผู้หล่อเหลา

“ท่านพูดอะไรน่ะ ข้าไม่ได้ทำอะไรแบบนั้—–” เมอร์ลินเอ่ยเถียง แต่ก็ยังไม่ได้ทันได้อธิบายสิ่งใดให้อาเธอร์ได้เข้าใจ เขาก็โดนอีกฝ่ายประกบริมฝีปากเข้ามาอย่างรุนแรง เมอร์ลินพยายามจะหนีแต่ก็ถูกมือหนึ่งของอีกฝ่ายรวบเอวเอาไว้แน่น ส่วนอีกข้างก็ยกขึ้นมาบีบคางเรียวให้เผยอริมฝีปากออกเพื่อแทรกลิ้นร้อนเข้าลุกล้ำ เสียงร้องประท้วงของเมอร์ลินติดอยู่ในลำคอเป็นเพียงเสียงอู้อี้เท่านั้น มือบางที่พยายามทุบและผลักคนตัวใหญ่กว่าออกก็อ่อนแรงลงเรื่อยๆจนเหลือเพียงแรงเบาๆที่เกาะไหล่กว้างเท่านั้น จูบที่รุนแรงจากความโกรธของอาเธอร์ค่อยๆจางลง แปรเปลี่ยนเป็นจูบที่อ่อนหวาน เรียวลิ้นร้อนที่จาบจ้วงรุนแรงในทีแรกหันไปหยอกล้อกับเรียวลิ้นเล็กที่เริ่มจูบเขาตอบ แขนใหญ่กระชับเอวบางไว้ก่อนจะดึงเข้ามาแนบชิด การต่อต้านของเมอร์ลินมลายหายไปจนหมดแล้ว อีกทั้งยังตัวอ่อนยวบไปในอ้อมกอดของอีกฝ่ายรวมไปถึงหัวใจที่โอนอ่อนให้กับคนรักของตนเอง

“เจ้าเป็นของข้านะเมอร์ลิน” อาเธอร์กระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่บัดนี้ช้ำแดงจากการถูกกดจูบเมื่อครู่ ลมหายใจหอบร้อนของเมอร์ลินเป่ารดใบหน้าจนอดใจไม่ได้ที่จะขยับเข้าไปจุมพิตอีกครั้งอย่างหลงใหล

“ข้าคิดถึงเจ้า เจ้าหายจากงานเลี้ยงไปตั้งนาน” อาเธอร์เอ่ยพึมพำในลำคอ พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่ค่อยๆสูงขึ้นจากการจับจ้องใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงเรื่อๆพร้อมกับปากที่เผยอน้อยๆอย่างเย้ายวน

“อาเธอร์ ท่านเมามากแล้ว ไปนอนเถอะ” เมอร์ลินยิ้มน้อยๆให้อีกฝ่ายที่มองเขาตาแป๋วราวกับหมาน้อยรอคอยเจ้าของ ก่อนจะตบบ่ากว้างเบาๆเพื่อไล่ให้หมาน้อยตรงหน้าไปนอน เห็นได้อย่างชัดเจนว่าคนตัวโตแทบจะลืมความโกรธไปหมดแล้ว

“ข้าไม่ได้แตะเหล้าอีกเลยหลังจากเจ้าออกไป ข้าสร่างเมาหมดแล้วล่ะ” อาเธอร์ตอบงึมงำ ซุกใบหน้าเข้ากับผ้าพันคอสีแดงของอีกฝ่ายพร้อมกับสูดหายใจลึก แอบเหลือบมองรอยช้ำสีแดงที่ต้นคอของอีกฝ่ายที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ผ้าพันคออย่างพออกพอใจ

“ข้าพาวัลดัสไปชมปราสาทมาน่ะ”

ทันทีที่ชื่อของอัศวินคนใหม่หลุดออกจากริมฝีปากนุ่ม ความคุกกรุ่นที่อยู่ในใจของอาเธอร์ก็ราวกับจะระเบิดขึ้นมาอีกครั้ง เขาดันเมอร์ลินให้ชิดกำแพงก่อนจะขบกัดเข้าที่ลำคอขาวเนียน มือใหญ่เลื่อนลูบไล้อย่างจาบจ้วงไปตามเอวบางและบั้นท้ายนิ่ม พยายามจะดึงเสื้อคลุมสีน้ำตาลของอีกฝ่ายออก

“ดะ เดี๋ยวสิอาเธอร์”

“เจ้ายังกล้าเอ่ยชื่อของไอ้หมอนั่นออกมาอีกนะ” อาเธอร์พูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะ มือใหญ่ล้วงเข้าไปในทูนิกตัวบางของอีกฝ่ายเพื่อลูบผิวเนียนขาวใต้ร่มผ้า ไม่สนใจว่าเสียงใสนั้นจะเอ่ยห้ามอย่างไร

มือบางทุบไหล่กว้างของคนตรงหน้าอย่างอ่อนแรง เสียงร้องห้ามถูกเสียงครางจากการกระทำของอีกฝ่ายกลบจนหมดสิ้น ลำตัวบางสั่นน้อยๆจากริมฝีปากร้อนของอาเธอร์ที่ขบกัดตามลำตัว เสื้อผ้าถูกปลดออกทีละชิ้นด้วยฝีมือของราชาแห่งคาเมล็อต เสียงลมหายใจร้อนของอาเธอร์เป่ารดอยู่บริเวณใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความต้องการ ผ้าพันคอถูกปลดและโยนออกไปอย่างไม่ใส่ใจตามด้วยเข็มขัดเส้นบางและเสื้อคลุมสีน้ำตาลตัวโปรด มือร้อนลูบแผ่วเบาไปตามเรือนร่างที่ยืนพิงกำแพงหินอย่างพยายามที่จะปฏิเสธ แต่ตอนนี้คนผมทองไม่สนใจอะไรอีกต่อไปแล้ว เขาต้องการเมอร์ลินตอนนี้ ความหึงหวงพวยพุ่งขึ้นมาในใจอย่างห้ามไม่อยู่เต็มไปด้วยความรู้สึกอยากจะครอบครอง

เมื่อคนตัวบางเห็นในดวงตาสีน้ำเงินเข้มอันล้ำลึกนั้น เขาก็รู้ว่าไม่มีทางที่จะหยุดอีกฝ่ายเอาไว้ได้ด้วยวิธีการร้องห้ามเช่นนี้เป็นแน่ เพราะแม้แต่ตัวเขาเอง ก็ยังรู้สึกถึงคำเชิญชวนในน้ำเสียงมากกว่าที่จะเอ่ยห้ามอย่างจริงจัง แม้ว่าเขาจะถูกอีกฝ่ายกระตุ้นอารมณ์จนต้องการเหมือนกันก็ตาม

เมอร์ลินจึงเลือกวิธีที่ตรงข้ามกับสิ่งที่ควรจะทำ ซึ่งก็คือโผเข้าไปจุมพิตอีกฝ่ายอย่างรุนแรงและอ่อนหวาน จนคนที่ถูกความปรารถนาครอบงำถึงกับชะงักไป เพราะหายากนักที่คนตัวบางนี้จะจูบเขาก่อนเช่นนี้

“อาเธอร์ ข้าไม่ชอบให้ท่านเมาแล้วปล้ำข้านะ” เสียงใสกระซิบเบาๆชิดริมฝีปากของคนตรงหน้า ส่งความเย้ายวนไปราวกับเป็นมนตร์สะกดให้อาเธอร์รับฟัง

“ข้ารู้ เจ้าเคยบอกข้าแล้ว เพราะครั้งนั้นข้าเมามากจนทำเจ้าเจ็บ” อารมณ์ร้อนรุ่มของอาเธอร์เริ่มจางหายออกไปจากดวงตาสีน้ำเงินเข้มแล้ว ส่วนมือใหญ่ที่ลูบไล้ไปจนถึงบั้นท้ายก็หยุดมือลง เหลือแต่เพียงแตะที่เอวบางเบาๆอย่างไม่อยากจะแยกจาก

“งั้นก็ไปนอนเถอะอาเธอร์” มือบางแตะที่ไหล่กว้างเบาๆ รอยยิ้มที่หวานกว่าน้ำเชื่อมใดถูกส่งไปให้อย่างลืมตัว

ราชาแห่งคาเมล็อตเหลือบมองคนตรงหน้าครู่หนึ่ง จับจ้องมองไปที่ดวงตาสีฟ้าเทาวาววับ ริมฝีปากที่ยังคงช้ำแดงจากการที่เขากดจูบ ลำคอขาวถูกเผยให้เห็นหลังจากไร้ผ้าพันคอมาปิดบัง มองเห็นรอยจุมพิตของเขาเป็นสีแดงจางๆ เสื้อทูนิกตัวบางถูกถกขึ้นจนเห็นหน้าท้องขาวแบนราบ เขารู้ดีว่าการที่อีกฝ่ายอยู่ในสภาพยั่วยวนนี้เป็นเพราะอารมณ์หึงหวงของเขาเอง แน่นอนว่าเมอร์ลินไม่ต้องการให้เขาทำอะไรอย่างขาดสติเช่นนั้น แต่ถ้าในขณะนี้ที่เขากลับมามาสติอย่างครบถ้วนแล้วล่ะ…

แทนที่อาเธอร์จะเดินกลับไปนอนที่เตียงอย่างที่เมอร์ลินต้องการ คนตัวโตกลับเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้และมอบจุมพิตอ่อนหวาน ก่อนจะช้อนคนตัวบางขึ้นมาในอ้อมแขนท่ามกลางสายตาใสซื่อด้วยความงุนงงของอีกฝ่าย

“ท่านจะทำอะไรหรืออาเธอร์”

“เจ้าลืมอะไรไปอย่างหนึ่งนะเมอร์ลิน ตอนนี้ข้าสร่างเมาแล้ว” และนั่นก็แปลว่าเขาสามารถทำอะไรก็ตามกับอีกฝ่ายได้ อาเธอร์คิดในใจอย่างลิงโลด เดินลิ่วตรงไปที่เตียงของตนเองโดยไม่สนใจคนในอ้อมแขนแม้แต่น้อยว่าจะหน้าแดงและโวยวายใส่เขามากแค่ไหน

“ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำเจ้ารุนแรงหรอก เมอร์ลินที่รักของข้า” คำกระซิบพร้อมกับจุมพิตร้อนรุ่มอีกครั้งทำให้ร่างบางที่กำลังต่อต้านสงบลงอย่างง่ายดาย ทั้งจากอารมณ์ที่โดนกระตุ้นตั้งแต่เมื่อครู่ และจากคำหวานที่ถูกกระซิบจากคนรัก มีหรือที่เมอร์ลินจะไม่พ่ายแพ้แต่ราชาแห่งคาเมล็อตผู้นี้

การประชุมเป็นไปตามปกติดั่งเช่นเคย เหล่าอัศวินและขุนนางทั้งหลายต่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มีการรายงาน ซักถามและเสนอความเห็นกันอย่างขันแข็งส่วนราชาแห่งคาเมล็อตที่นั่งอยู่หัวโต๊ะก็เท้าคางรับฟังสิ่งต่างๆอย่างจดจ่อ มือขวากุมปากกาขนนกสีขาวโดยมีกระดาษหยาบๆมากมายอยู่ตรงหน้า

“เหล่ากองโจรที่จับตัวได้ขณะนี้กำลังเดินทางมาคาเมล็อต หลังจากนั้นท่านจะจัดการอย่างไรกับพวกเขาหรือ ฝ่าบาท” อัศวินนายหนึ่งรายงานตามกระดาษในมือ

อาเธอร์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยตัดสินใจไม่ได้ โจรพวกนั้นปล้นฆ่าชาวบ้านไปมากมายและมีโทษถึงประหารชีวิต แต่เขาก็ไม่อยากจะประหารใครในยามนี้ให้เป็นที่หวาดกลัวแก่ชาวบ้าน แต่การลดโทษก็ดูเป็นการแสดงถึงความอ่อนแอจนเกินไป

ด้วยความเคยชิน ทุกครั้งที่อาเธอร์คิดอะไรไม่ตก สายตาของเขาก็จะละจากการประชุมตรงหน้าไปยังที่คนที่ยืนอยู่มุมห้อง ดวงตาสีน้ำเงินสบเข้ากับดวงตาสีฟ้าเทาอ่อนโยนนั้นราวกับว่าอีกฝ่ายรอคอยให้เขาหันไปหาอยู่แล้วแสงแดดจากหน้าต่างด้านบนส่องแสงลงมาจนผิวขาวเนียนเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวล ขนตาดำสนิทที่ขยับเป็นแพสวยงามต้านแสงที่กระทบลงมา มือเรียวนั้นกุมกันอยู่ด้านหน้าอย่างสุภาพตามความเคยชิน ริมฝีปากสีสดคลี่ยิ้มน้อยๆมาให้คนที่หัวโต๊ะอย่างให้กำลังใจ ไม่มีใครคนใดในห้องประชุมที่รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้น

เมอร์ลินดูเป็นปกติดั่งเช่นทุกวัน ยากที่จะสามารถสังเกตเห็น ว่าคนตัวบางนั้นยืนพักขาไปมาจากความปวดที่สะโพก แน่นอนว่าอาเธอร์ย่อมสังเกตเห็นสิ่งนั้น เพราะเขาเป็นตัวการที่ทำให้อีกฝ่ายปวดเมื่อยเช่นนี้ โชคร้ายที่ความคิดเจ้ากรรมดันเผลอไปคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนอันเป็นต้นเหตุให้เมอร์ลินต้องยืนปวดเอว ภายในห้องนอนอันอบอุ่นของราชาแห่งคาเมล็อต บนเตียงนุ่มที่มีแสงเทียนสลัวส่องกระทบกับร่างขาวบางที่บิดตัวครางเสียงหวานอยู่ใต้ร่างของเขา ลำคอขาวระหงที่มีรอบจูบสีสดประปราย ริมฝีปากนุ่มนิ่มที่บวมแดงจากการโดนกระหน่ำจูบหลายต่อหลายครั้ง ลมร้อนที่หายใจหอบปนกับเสียงครางหวานและเสียงเรียกชื่อของเขา ดวงตาสีฟ้าเทาคลอไปด้วยน้ำตาที่เงยมองเขาอย่างอ้อนวอน ช่างเย้ายวนเหลือเกินแม้ในยามที่มีเสื้อผ้าเช่นตอนนี้ อาจเป็นเพราะเขารู้ว่าภายใต้ผ้าพันคอ เสื้อทูนิกและกางเกงยาวนั้น เต็มไปด้วยรอยแดงจากเขาทั้งรอยมือและรอยจูบ ตัดกับผิวเนียนละเอียดสีขาวอย่างชัดเจน ร่องรอยความเป็นเจ้าของของเขา

ดูเหมือนว่าสายตาที่อาเธอร์ส่งไปให้เมอร์ลินจะบ่งบอกสิ่งที่เขากำลังคิด เพราะคนร่างบางที่โดนจับจ้องราวกับจะทะลุเนื้อผ้ากลับส่งสายตาเย้ายวนกลับไปให้ ริมฝีปากนุ่มเผยอออกเล็กน้อยเพื่อส่งลิ้นสีสดเลียไปตามริมฝีปาก ก่อนจะกัดริมฝีปากตนเองเบาๆราวกับเชิญชวน มือบางยกขึ้นมาดึงผ้าพันคอของตนเองเล็กน้อยเพียงแค่เผยให้เห็นรอยแดงที่ต้นคอขาว แล้วจึงขยับมาลูบริมฝีปากที่ถูกกัดอยู่เบาๆ

แน่นอนว่าไม่มีใครสังเกตเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะทุกคนเอาแต่สนใจกับการประชุมตรงหน้า มีเพียงแต่ราชาแห่งคาเมล็อตที่ในหูไม่ได้ยินเสียงการประชุมอีกแล้ว มีเพียงแต่เสียงครางกระเส่าของอีกฝ่ายเมื่อคืนที่ดังก้องในความคิด ยิ่งมาเห็นเมอร์ลินยืนยั่วยวนอยู่เช่นนี้ก็ยิ่งแทบทำให้เขาสติแตก อยากจะเดินตรงเข้าไปดันร่างบางให้ติดกำแพงและประกบริมฝีปากแดงอิ่มนั้นแล้วจัดการอีกฝ่ายให้สาสมกับที่มาทำท่าทางยั่วยวนเช่นนั้นใส่เขา…. แต่ทุกอย่างก็เป็นเพียงแค่ความคิด เมื่อเขาทำได้แต่นั่งอยู่บนเก้าอี้นี้

อาเธอร์จึงได้แต่ส่งเสียงฮึดฮัดเบาๆพร้อมกับมองค้อนใส่อีกฝ่ายอย่างขัดใจ จนทำให้เมอร์ลินหัวเราะคิกคักด้วยความสะใจที่ได้เห็นคนเอาแต่ใจอย่างอาเธอร์โดนขัดใจเช่นนี้ น่าแปลกที่คนเย้ายวนตรงหน้าแปรเปลี่ยนไปน่ารักน่าชังอย่างสิ้นเชิงเมื่อเผยรอยยิ้มเช่นนั้น อาเธอร์แทบจะได้ยินเสียงหัวเราะใสๆของเมอร์ลินลอยแว่วมาตามลมเลยทีเดียว เขาจึงได้แต่ถอนหายใจเบาๆและแอบอมยิ้มกับตัวเอง

“ฝ่าบาท! ท่านเป็นอะไรไป”

ราชาแห่งคาเมล็อตสะดุ้งเบาๆเมื่อรู้สึกตัว เขาคงจะเผลอมองเมอร์ลินไปนานมากจริงๆเพราะในขณะนี้ ขุนนางทั้งหลายที่นั่งอยู่รอบโต๊ะ ต่างหันมามองเขาเป็นตาเดียวด้วยความกังวล เขาจึงทำได้เพียงกระแอมเบาๆเพื่อควบคุมอารมณ์ที่แตกกระเจิงไปหมดของตนเอง พยายามจะดึงสมองกลับเข้ามาสู่การประชุมอีกครั้ง โดยไม่ได้สังเกตเลยสักนิดว่ามีอัศวินคนใหม่ขมวดคิ้วหันมองไปตามสายตาของราชาเมื่อครู่ ก็พบกับคนที่เขาจ้องมองมาตลอดการประชุมเช่นกัน หรือว่าเมอร์ลินกับอาเธอร์จะเป็นอย่างในข่าวลือจริงๆ

TBC

ปกติแล้วฟิคยาวจะมาแบบมีสาระ มีพล็อต มีดราม่า คนแต่งก็เครียด คนอ่านก็เครียด เลยเอาเป็นฟิคเมอร์เธอร์ยาวๆสวีทกันบ้างก็แล้วกันนะคะ

ช่วงนี้อัพถี่เพราะได้หยุด ก็เลยเอาฟิคเก่าๆที่แต่งค้างๆไว้มาแต่งให้จบตอน มาวางพล็อตใหม่

ขอโทษที่อัพฟิคไม่ค่อยจะสม่ำเสมอเท่าไหร่นะคะ ขึ้นอยู่กับการสอบแล้วก็สภาพจิตใจตอนแต่งด้วย แต่จะพยายามอัพอย่างน้อยเดือนละตอนนะคะ

ปล. พล็อตในห้องประชุมได้รับการรีเควสมาจาก #ใสๆกามมาก ค่ะ

ขอบคุณที่อ่านนะคะ คอมเม้นได้ตามสะดวกเลยค่า

twitter : @catpimjai

[04] Gangsta.「There’s Hope Yet」Nicolas Brown

Previous Chapter: Click Here.

Chapter Four

“24th of March last year, dawn. A drizzle had just begun.”

…By ‘failing a mission’ in Lycoris’ terms, it was her dying. 770 more words

Fanfic

[Series Drabble] Nào mình cùng lăn - Một vòng

cre: Dyaldial

Hôm nay cả khu phố nhỏ yên ắng được dịp náo nhiệt vì có gia đình mới chuyển đến. Kim Minseok cũng không giấu nổi sự to mò của bản thân, nhảy phóc lên ghế sofa, hai tay áp vào cửa sổ hóng hớt. 2,096 more words

Chen

DotA2 Heroes' Origins: Rubick - The Wandering Magus

Ruben Frederick took an appreciative glance at the staff in his hand. It was plain. Plain enough that no one took a second look. An olive-green wooden rod resembling more a quarterstaff than the exquisite arcane staffs commonly used by his kind. 4,934 more words

Fiction

Một Tuần Chia Tay - Chương 10.2 [END]

Tác giả: Văn Văn Ruth

Thể loại: hiện đại, công sủng thụ, ấm áp, HE

Editor: Bunn + QT ca ca ^^

Tình trạng bản gốc: hoàn~~ 2,184 more words