Tags » Hannibal Lecter

Série n°16: Hannibal

Ça fait bien une semaine que j’essaie de convaincre mes sœurettes de faire un marathon Hannibal. J’avais oublié que les vrais gens ont une vie. Tant pis pour le marathon. 899 more words

Critique De Série

Past Imperfect - #98

Despite the expensive couture and the clever way in which the liquor bottles had been lit, the bartender could sense that something was amiss. Then he realized that a young Hannibal Lecter was seated to his left, ensnaring an innocent. 61 more words

Humor

Catching Up with Hannibal Lecter

One of the most chilling moments in The Silence of the Lambs, in retrospect, comes at the very end, when Hannibal Lecter blends in seamlessly with a crowd in pursuit of his prey, the implication being that Dr. 1,575 more words

Abigail's diary - vol.1 วันวุ่นวายของครอบครัวเกรแฮม

Title : วันวุ่นวายของครอบครัวเกรแฮม vol.1

Author : Abigail Hobbs

Rate : PG

Note:  We are murder family

Note from author: พล็อตมาแบบงงๆ เขียนแบบงงๆ โดนถีบแบบงงๆ // เขียนเป็นไดอารี่ละกัน สั้นๆง่ายๆ 555

“อ๊ะ. . .”

“อยู่เฉยๆสิครับ. . .คุณหมอ”

“เบาๆหน่อยสิครับ. . . วะ. . .วิล”

“ผมเคยทำคุณแรงซะที่ไหนละครับ?”

“. . .ที่รัก. . .”

“วะ. . .วิล. . . มันไม่ชะ. . . โอ๊ย. . .”

“อะ. . . อีกนิด. . . จะเสร็จแล้ว. . .”

“วะ. . . วิล. . .”

                บทสนทนาแปลกๆเล็ดลอดออกมาจากประตูไม้โอ๊คบานใหญ่ ซึ่งเป็นประตูที่เชื่อมเข้าไปสู่ห้องทำงานโทนสีน้ำตาลหม่นที่กว้างขวางและเรียบหรูของชายผู้มีนามว่า ‘ดร. ฮันนิบาล เลคเตอร์’ จิตแพทย์ผู้มีชื่อของบัลติมอร์ แมรีแลนด์ เสียงของเขาแลดูกระเส่าเหมือนเจ็บปวด หากสังเกตเสียงหนึ่งนั้นเป็นเสียงของเขาเอง และอีกเสียงหนึ่งที่อยู่ร่วมกับเขาในห้องกว้างนั้นไม่ใช่ใครอื่น ‘วิล เกรแฮม’ เจ้าหน้าที่ FBI หนุ่ม ผู้เปรียบเสมือนเป็นชาแมนประจำ FBI เสียงของทั้งสองนั้นดูร้อนรนและกระเส่า รวมทั้งยังมีเสียงเหมือนสิ่งของดังกุกกักออกมาด้วยเช่นกัน

ด้านหน้าของประตูไม้นั้นมีเด็กสาวผมยาวดุจใยไหม ผู้แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแนววินเทจพร้อมกับผ้าพันคอสีหวานหยุดยืนอยู่หน้าประตู  เธอได้ยินบทสนทนานั้น เธอได้แต่หยุดยืนอึ้งและเก้อเขินอยู่ภายนอก มือบางของเธอถือกระเป๋าเป้สีครีมที่บรรจุไปด้วยหนังสือเรียนและเครื่องเขียน เธอยืนเงียบๆ โดยที่มืออีกข้างค้างอยู่ในอากาศ ในท่าที่กำลังจะเคาะประตู

“อ่าห์. . .”

                ไม่ทันที่คำพูดของอีกฝ่ายกล่าวเสร็จ กระเป๋าสีครีมก็หลุดร่วงออกจากมือของเด็กสาว หล่นลงบนพรมที่ปูอยู่ด้านหน้าของประตู ชายสองคนที่อยู่ภายในห้องเงียบเกือบจะภายในทันที แต่ไม่นานนักก็มีเสียงนุ่มที่คุ้นเคยดังออกมา

“ใครครับ?”

                เสียงนุ่มที่ดังออกมานั้นเป็นของจิตแพทย์ผู้เพียบพร้อม นั้นยังคงดูแปร่งๆอยู่ เหมือนยังไม่สามารถปรับอารมณ์ของตนได้ดีเท่าที่ควร เด็กสาวจึงรีบหยิบกระเป๋าที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาไว้กับตัวทันที

 “อะ. . . อบิเกลค่ะ”

“อบิเกล… ขอโทษที่รบกวนนะคะ อบิเกลจะมาใหม่วันหลังนะคะ”

                เด็กสาวเอ่ยกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่แลดูเก้อเขิน ไม่นานนักก็มีเสียงของชายอีกคนที่อยู่ในห้องนั้นหลุดขำขึ้นมา พร้อมกับเหมือนมีเสียงตีแขนเบาๆในห้อง

“ไม่ได้รบกวนหรอกครับ เข้ามาเถอะ”

                ฮันนิบาลเชิญชวนให้อีกฝ่ายเข้ามาภายในห้องของตน น้ำเสียงของเขากลับมาเป็นปกติแล้ว มือบางของเด็กสาวเอื้อมจับลูกบิดประตู และดันเข้าไป “อบิเกลเข้าไปแล้วนะคะ” ใบหน้าของเด็กสาวแดงก่ำขณะที่สายตาเธอก้มมองต่ำราวกับว่าพยายามที่จะไม่มองบางอย่าง

ทันทีที่เธอเปิดประตูเข้ามานั้น เธอยืนนิ่งอีกครั้ง กระเป๋าใบนั้นเดิมร่วงหล่นลงมาที่พื้นเป็นครั้งที่สอง ภาพเบื้องหน้าที่เธอเห็นนั้น คือ จิตแพทย์ร่างบางนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานไม้สีน้ำตาลอ่อนที่ตั้งอยู่กลางห้องใหญ่ โดยมีชายผมหยักศกแทรกตัวเข้าไปอยู่หว่างขาของจิตแพทย์หนุ่ม ใบหน้าของชายร่างบางนั้นแดงเรื่อในขณะที่ชายอีกคนหัวเราะเบาๆและหันกลับมาเพื่อทักทาย

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ… อบิเกล”

วิลทักทายเด็กสาวด้วยน้ำเสียงกึ่งขัน ในขณะที่จิตแพทย์ร่างบางพยายามเสือกตัวเองออกจากชายอีกคนอย่างทุลักทุเล

“. . .”

                อบิเกลยังคงยืนหน้าแดงก่ำอยู่เช่นนั้น ไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากปากเล็กๆของเด็กสาว เธอกวาดสายตามองทั้งสองคนไปมา ก่อนที่จะตัดสินใจก้มหน้าลงที่พื้นตามเดิม

จิตแพทย์ร่างบางลงมาจากโต๊ะทำงานที่คุ้นเคย ก้มตัวลงหยิบกระเป๋าสีครีมของเด็กสาว โดยที่เขาก็พยายามที่จะพูดคุยกับเธอเช่นกัน

“อบิเกลครับ?”

                ดวงตาสีน้ำตาลเข้มช้อนตามองอีกฝ่ายที่กำลังก้มหน้าอยู่ รอยยิ้มบางๆที่เธอคุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายร่างบาง และดูเหมือนว่าในที่สุดเจ้าของชื่อนั้นก็ได้สติ จึงขานรับชื่อกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่ตะกุกตะกัก

“คะ? ขอโทษนะคะที่อบิเกลมารบกวน คุณพ่อ…” เด็กสาวชายตามองไปยังชายหนุ่มผมหยักศกที่ตอนนี้เดินไปนั่งยังเก้าอี้นวมพนักพิงที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะทำงานที่เขาเคยยืนอยู่ “…คุณแม่ ในตอน…เอ่อ…นี้ค่ะ” อบิเกลเอ่ยต่อหลังจากหันมาสบตากับร่างบางที่เธอเรียกเขาว่า ‘แม่’

ฮันนิบาลเลิกคิ้วมองเด็กสาวตรงหน้า เขารับรู้ได้ว่าเด็กสาวคนนี้กำลังคิดไปไกลหลังจากที่เห็นสภาพของเขาและวิล เกรแฮมเมื่อสักครู่นี้ เสียงหัวเราะเบาๆดังออกมาจากปากของชายร่างบาง แขนยาวของเขาโอบไหล่เด็กสาวอย่างอ่อนโยน ในขณะที่อีกมือหนึ่งถือกระเป๋าผ้านั้นไว้ เขาพาเธอไปยังเก้าอี้ยาวตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากประตู เขานั่งลงข้างๆเธอ วางกระเป๋าลงข้างตัว

“พวกเราสองคน…” ชายร่างบางเหลือบไปมองชายหนุ่มอีกคนที่นั่งยิ้มกรุ่มกริ่มอยู่ไม่ไกล “ไม่ได้ทำอะไรกันครับ ไม่ได้รบกวนเลย” ฮันนิบาลลูบมือของเด็กสาวอย่างแผ่วเบา “ทำไมถึงคิดเช่นนั้นละครับ?” ชายร่างบางถามอีกฝ่ายในขณะที่เขายังคงเอามือลูบหลังมือเธออยู่

 “อบิเกล… ได้ยินเสียง… คุณพ่อคุณแม่… เอ่อ…”

ทันทีที่อบิเกลเอ่ย วิลก็หลุดหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง ฮันนิบาลก็ด้วยเช่นกัน

“อบิเกล ขอโทษนะคะ อบิเกล…”

                ในที่สุดชายอีกคนก็ลุกขึ้นมา เขาเดินตรงมายังชายร่างบางและเด็กสาวที่นั่งอยู่บนโซฟายาว สายตาของทั้งสองนั้นจับจ้องไปยังชายหนุ่มที่กำลังเดินตรงมา ใบหน้าของชายร่างบางผู้เป็นจิตแพทย์แต้มไปด้วยสีชมพูเช่นเดียวกับเด็กสาวที่เขากุมมืออยู่ ชายหนุ่มนั่งยองๆลงข้างหน้าของเด็กสาว มือกร้านกุมมือบางของเด็กสาวเช่นเดียวกันกับอีกฝ่าย เขายิ้มให้เธอเช่นกัน แต่หากคนอื่นที่ไม่คุ้นชินกับเขา อาจจะมองว่ารอยยิ้มของเขาแปลกไปก็เป็นได้ เนื่องจากมันเป็นรอยยิ้มที่ดูเหมือนเขากระตุกมุมปากขึ้นเสียมากกว่า

“มันไม่ได้มีอะไรไปมากกว่านั้นเลย อบิเกล พ่อแค่…” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นหลังจากยิ้มให้อีกฝ่าย มือหนาคว้ามือบางของจิตแพทย์ เริ่มต้นคลายมือของอีกฝ่ายออก นิ้วมืออีกข้างของเขาชี้ไปฝ่ามือของฮันนิบาล และเริ่มต้นหัวเราะ “คุณแม่น่ะ เขาไปเหลาไม้มา เพื่อที่จะทำรูปปฏิมาติกรรมเพื่อส่งประกวดไปยังงานเปิดพิพิธพันธ์ ในสิ้นเดือนนี้น่ะครับ” เขาเหลือบมองอีกฝ่ายที่หันหน้าหนี ในขณะที่อบิเกลตั้งใจฟังเต็มที่ “แล้วเผอิญว่าเสี้ยนตำมือเขาน่ะ คุณแม่เขาเอาออกเองไม่ได้… เพราะอายุมาก สายตาไม่ดี”

เสียงหัวเราะของชายหนุ่มดังลั่นหลังจากเอ่ยเสร็จ ชายร่างบางอีกคนกำหมัดหลวมๆชกเขาไปที่ไหล่ของอีกฝ่ายด้วยความเขิน เด็กสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ วิลยิ้มและเอ่ยต่อ “พ่อก็เลยเอาออกให้เขาน่ะ…” วิลเอ่ยพลางชี้ไปยังรอยที่แต่ก่อนเคยมีเสี้ยนไม้ตำอยู่บนมือบางของจิตแพทย์คนนี้

อบิเกลพยักหน้าน้อยๆ เธอมีคำถามบางอย่างที่จะถาม แต่เธอเลือกที่จะเก็บไว้ ฮันนิบาลพอมองเด็กสาวออกจึงเอ่ยถามอีกฝ่าย “มีอะไรหรือเปล่า? บอกแม่… เอ่อ… ผมได้นะครับ อบิเกล” จิตแพทย์ร่างบางยังไม่คุ้นชินกับการที่จะเรียกสรรพนามของตนว่า ‘แม่’ ตามที่เด็กสาวตรงหน้ามักเรียกเขาเสมอหลังจากที่เธอออกจากโรงพยาบาล โดยที่เขากับวิลตกลงที่จะเป็นพ่อแม่บุญธรรมให้เธอ ใบหน้าของเขาเรื่อเป็นสีชมพูอีกครั้ง และวิลก็หัวเราะกับท่าทางที่ขัดเขินของเขาเช่นกัน

“อบิเกลแค่สงสัยว่า… ทำไมคุณพ่อต้องทำแบบนั้นด้วยคะ… “ อบิเกลนึกถึงฉากที่วิลแทรกตัวเขาไปอยู่หว่างขาของจิตแพทย์ร่างบาง แผ่นหลังกว้างของเขากับใบหน้าแดงของฮันนิบาลทำให้เธอคิดไปไกล

ในที่สุดวิลตัดสินใจลุกขึ้นและมานั่งข้างๆเธอ มือใหญ่ของเขากุมมือทั้งสองคนไว้ และเอ่ย

“ก็… พ่อไม่ถนัดน่ะสิ คุณแม่เขาก็ปัดมือไปมา ไม่ยอมให้พ่อมาดูสักที พ่อก็เลยอุ้มคุณแม่ขึ้นวางบนโต๊ะ และก็… ดูรอยให้น่ะ” วิลหอมศีรษะเด็กสาวเบาๆ และมองไปยังจิตแพทย์ร่างบาง ที่ยิ้มให้เขาอยู่เช่นกัน

“ก็ผมไม่เป็นอะไรนี่ ไม่เห็นจะต้องทำขนาดนี้เลย แค่เอามือไปส่องกับโคมไฟก็น่าจะเห็นแล้ว”

                “แต่คุณก็ไม่เห็นนี่ครับ ถ้าผมไม่กลับมาจากทำคดีกับแจ๊คเสียก่อน ป่านนี้คุณก็ยังคงก้มหน้าก้มตาเอาออกเองแบบลำบากน่ะสิ” วิลเอ่ยติดตลก แต่อีกฝ่ายเริ่มที่จะเงียบไป อบิเกลก็รับรู้ได้เช่นกัน จึงถองอีกฝ่ายเบาๆ

“ผมขอโทษนะที่เสียมารยาทไป”

                ฮันนิบาลส่ายศีรษะเพียงเล็กน้อยดึงมือของตนกลับ เขาเริ่มต้นที่จะลุกขึ้นโดยที่มีสายตาของชายหนุ่มอีกคนมองด้วยสายตะห้อย เพราะรับรู้ถึงความผิดของตน เด็กสาวลุกขึ้นยืนและเดินตามอีกฝ่ายไป เธอแอบส่งสายตาให้ชายอีกฝ่ายเหมือนว่าจะตำหนิอีกฝ่ายเล็กน้อย แต่ก็แอบทำปากขมุบขมิบเบาๆราวกับบอกว่าอีกฝ่ายไม่ต้องเป็นห่วง

“คุณแม่เจ็บตรงไหนคะ? อบิเกลเอาออกให้ไหม?” อบิเกลเอ่ยถามในขณะที่เดินตามอีกฝ่ายไปยังโต๊ะทำงานอีกตัวที่อยู่ถัดไปจากโต๊ะทำงานเจ้าปัญหาที่เธอเห็นหลังจากเปิดประตูเข้ามาเมื่อไม่นานนัก โดยมีฝ่ายที่เป็นเจ้าของชื่อนั่งอยู่เงียบๆ เปิดโคมไฟและยืนมือบางของตนเข้าไปภายใต้แสงไฟนั้น

“ผมไม่เป็นไรครับ อบิเกล… ไปทานอาหารเย็นเถอะ ผมจัดการเสี้ยนพวกนี้ได้” ชายร่างบางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ เขาพยายามปรับอารมณ์ของตนไม่ให้ตนเองใส่อารมณ์กับเด็กสาวที่เขารักเหมือนลูกคนนี้มากเกินไป ฮันนิบาลแยกแยะได้ว่าอบิเกลนั้นไม่ได้ผิด เขาจึงไม่อยากแสดงกิริยาที่เสียมารยาทต่อเธอ แม้ว่าในใจเขาจะรู้สึกโกรธที่วิลแซวเขาต่อหน้าเธอ สายตาเขาจ้องมองไปยังมือบางของตน แต่เมื่อยิ่งเพ่งหารอยเสี้ยนไม้อื่นๆ เขากลับไม่พบอะไรเลย เขาถอนหายใจเบาๆ

เด็กสาวมองอีกฝ่ายที่พยายามบอกปัดไปอย่างสุภาพ แต่ด้วยความที่เธอเป็นห่วงเขา เธอจึงเอ่ยขออย่างสุภาพ เพื่อที่จะต้องการช่วยอีกแรง “มาค่ะ อบิเกลมือเบากว่าคุณพ่อนะ สายตา… เอ่อ… “ ฮันนิบาลเหลือบตามองชั่วครู่ แต่อบิเกลก็ยั้งไว้ได้ทัน เธอก้มหน้ามองและเริ่มที่จะช่วยดึงเสี้ยนออกมาทันที “คุณแม่คะ…”

ฮันนิบาลส่ายหัวช้าๆ เขายอมแพ้กับทั้งสองคนนี้ ดวงตาสีน้ำตาลมองไปยังเด็กสาวที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดการรอยเสี้ยนไม้ที่ตำอยู่บนมือเขาออกเพียงชั่วครู่ และไม่นานนักสายตาคู่เดิมก็เหลือบมองไปยังชายอีกฝ่ายที่นั่งเงียบเพราะรู้สึกผิดต่อสิ่งที่ตนได้พูดออกไป สายตาของชายหนุ่มที่จ้องมองมายังเขา เขารู้สึกหวั่นไหวเบาๆ ดวงตากลมโตและดูเศร้าของจ่าฝูงวิล… ไม่ใช่สิ… ดวงตากลมโตและเศร้าของวิลทำให้เขารู้สึกผิดขึ้นมาเล็กๆ ในที่สุดริมฝีปากบางก็เอ่ยคำพูดออกมา

“ผมขอโทษเช่นกันครับ…วิล”

                หลังจากคำพูดของจิตแพทย์ร่างบางดังขึ้น รอยยิ้มต่างผุดขึ้นบนใบหน้าของทั้งสองฝ่าย (อบิเกลและวิล) ร่างบางถอนหายใจอีกครั้ง หัวเราะเบาๆราวกับหน่ายกับทั้งสองคนนี้

“ทำไมผมจะต้องมาแพ้ลูกหมาสองตัวนี้ด้วยนะ”

ชายหนุ่มกับเด็กสาวหัวเราะขึ้น และพูดขึ้นพร้อมกัน “ก็เพราะคุณ/คุณแม่ รักผม/เรา/นี่คะ”

                ฮันนิบาลหัวเราะขึ้นตามทั้งสองฝ่าย และพยายามไม่ส่งสายตามองไปยังชายหนุ่มที่นั่งยิ้มให้เขาอยู่ เขาเลือกที่จะมองไปยังประตูห้องแทน เพื่อปกปิดความเขินที่ตนมี

                . . .เป็นอีกวัน ที่ครอบครัว ‘เกรแฮม’ วุ่นวายกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่ก็ทำให้จิตแพทย์คนนี้มีความสุข. . .

บอกที…. ว่าเรามันสายแบ๊วใช่ไหม? orz

เราชอบ Kacey มากเลย น่ารักสดใส แต่พอมาเล่นดาร์คๆ บททึมๆแบบอบิเกล ก็ชวนให้หดหู่เหมือนกัน ถึงแม้จะรู้ว่าตอนจบ ss2 นี่ชวนปวดใจที่โดนปาดคอเลือดไหลพรากเป็นสายน้ำขนาดนั้น พอเลาๆได้ว่าเธออาจมาเป็นเหมือนสิ่งที่คอยอยู่ในความคิดของวิล เราก็ได้แต่ทำใจ แงงงงงง

Hannibal Lecter

Silence of the Lambs Review

Alright readers get your Chianti and fava beans and dig into that liver, Reviewer of Steel here with a movie review of a big movie, Silence of the Lambs, the movie that introduced Hannibal Lector. 572 more words

Movie Review

Hey, what up my man?

Or woman. As you can see, the ever engaging introductions are still present, and trust me, they’ll just keep getting better and better. 813 more words

Film

Manhunter

Released:  1986

Cast:  William Petersen, Kim Greist, Joan Allen, Brian Cox, Dennis Farina, Stephen Lang, Tom Noonan

SUMMARY:  Will Graham (William Petersen) is a former FBI profiler who retired after being attacked by cannibalistic serial killer Hannibal Lecktor (Brian Cox).  724 more words

1001 Movies You Must See Before You Die