Tags » High Hopes

Edge of Wales Solva Festival

Went to two performances during the first Edge of Wales Solva Festival last night.

First up was Boyd Clack and Kirsten Jones – sharing scenes from… 103 more words

Drawing

Day 1/365: The Contract

Today I read somewhere that Math is good for you. It teaches you to avoid vicious circles, love triangles and square heads. That first statement stuck with me for a while. 545 more words

365 Day Challenge

High Heels, High Hopes

It is right around the time of year when we are all being shoved into the shoes of an adult whether we like it or not. 1,297 more words

Articles

High Hopes | 02 Save

High Hopes
EXO / Kai x Sehun / Drama-Romantic / PG15

♫ HIGH HOPES / KODALINE 

LINK | 01

การกระทำที่ไม่มีเหตุผล
ไม่ได้หมายความว่าไร้ประโยชน์

เสียงเคร้งคร้างโครมครามดังขึ้นชัดเจนเมื่อบานประตูของบ้านถูกผลักออกโดยฝีมือเจ้าของบ้านผิวเข้มซึ่งมีอุปกรณ์วาดภาพจำนวนมากติดไม้ติดมือมาด้วย จงอินวางมันลงบนโซฟา ทำสัญญาณให้คนที่ติดตามมานั่งรออย่างเงียบๆตรงนั้นในขณะที่ตนเองก็ย่องเข้าไปในห้องครัวซึ่งเป็นต้นตอของเสียงดังสนั่น

“แม่ มาแล้ว” ร่างสูงโอบเอวของหญิงชราข้างหน้าด้วยความรักก่อนจะชะโงกไปกดริมฝีปากที่ข้างแก้มที่มีรอยลักยิ้มจางๆ

“ตัวแสบเอ้ย! สปาเก็ตตี้เสร็จพอดี”

“มาๆแม่ เดี๋ยวช่วยยก” ลูกชายคนดีของบ้านเดินไปคว้าจานมาจากชั้นวางสามใบแล้วตักสปาเก็ตตี้ขึ้นมาจากกระทะ บีบซอสมะเขือเทศลงไปตามวิสัยของคนชอบกินรสจัดหนักๆ ในขณะที่แม่ของตนก็เดินไปยังห้องนั่งเล่นแล้วได้พบกับใครอีกคนนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา

“เอ่อ…สวัส…สวัสดีครับ”

“สวัสดีจ่ะ…” แม้จะงุนงงไม่น้อยแต่เธอก็ยิ้มรับคำทักทายจากเด็กหนุ่มผิวขาวคนนั้น “จงอิน แกไปหิ้วใครมาหน่ะห๊า? หน้าตาน่ารักเชียว”

“อ๋อ… เขาชื่อเซฮุนแม่ มีปัญหานิดหน่อยเลยพามาบ้านหน่ะ”

“อ่อ… งั้นก็ตามสบายเลยนะจ๊ะ” เธอสำรวจมองสภาพกระเซอะกระเซิงของเซฮุน ปัญหาที่ว่าสะท้อนออกมาให้เห็นชัดเจนผ่านเส้นผมชี้ฟู และความยับยู่ยี่ของชุดสูท ซึ่งมันก็ทำให้หญิงสาวมั่นใจว่าไม่ควรถามอะไรออกไปมากกว่านี้ มิเช่นนั้นดวงตาเรียวใสคู่สวยสั่นระริกนั่นอาจจะบุสลายไปเสียก่อน

ปัญหาที่ว่าคงจะหนักหน่วงไม่น้อย

“ขอบคุณมากครับ ขอบคุณมากจริงๆ” และเพราะน้ำเสียงสั่นไหวนั่นจึงทำให้เธอตัดสินใจเอื้อมมือไปลูบกลุ่มผมสีน้ำตาลสองสามครั้ง ประจวบเหมาะกับที่จงอินยกจานสปาเก็ตตี้สามใบออกมาวางบนโต๊ะแล้วตามด้วยแก้วน้ำอีกสามใบเช่นกัน

“นายกินได้ใช่ไหม?” ทันทีที่นั่งลง จงอินก็หันไปถามคนข้างกายเพื่อย้ำให้มั่นใจ

“อือ” เซฮุนตอบรับด้วยการพยักหน้าเบาๆแล้วจึงเริ่มใช้ส้อมม้วนเส้นสปาเก็ตตี้ในจานของตัวเอง เด็กหนุ่มตักคำแล้วคำเล่าเข้าปากโดยไม่พูดสนทนาอะไรกับใคร ความหิวโซจากการวิ่งหนีเมื่อช่วงกลางวันสูบเอาพลังงานของเซฮุนมากเกินไปจนทำให้ร่างบางลืมตัวว่านี่ไม่ใช่บ้านของเขาซึ่งกว่าจะรู้ตัว สายตาทั้งสองคู่ก็จับจ้องมาที่เขาอึ้งๆ

“ในกระทะยังมีอีกนะลูก ค่อยๆกิน คงหิวมากเลยสินะเนี่ย ฮะๆ” คิมอินนากลั้วหัวเราะออกมาเมื่อเห็นริ้วแดงบนแก้มของเด็กหนุ่มผิวขาวซึ่งตอนนี้พยักหน้ารับ

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกลับเข้าสู่ความเป็นปกติอีกครั้งเมื่อจงอินเริ่มบทสนทนาโดยการเล่าว่าวันนี้เขาเข้าเมืองไปซื้อสีและโดนพ่อค้าหาว่าเป็นคนบ้าเพราะเขาใส่เสื้อโค้ทที่มีรอยขาดตั้งแต่รักแร้ถึงสีข้างเข้าไปทำด้อมๆมองๆอยู่แถวโซนขาตั้งภาพ ซึ่งแน่นอนว่ามันได้รับเสียงหัวเราะจากทั้งคนที่เป็นแม่และผู้มาเยือนคนใหม่ซึ่งแม้จะไม่ได้ระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดังแต่เซฮุนก็รู้ว่าตัวเองกำลังมีความสุข

– – – – –

“มันรกหน่อยนะ”

“…”

“แต่ก็พอแก้ขัดได้หล่ะมั้ง…” พอพูดจบมือของจงอินก็สะกิดโดนสวิชต์ไฟของห้องพอดี แสงสีขาวอมเหลืองสว่างวาบไปทั่วทั้งห้อง เผยให้เห็นกระดาษวาดภาพกองเกรอะกรังปนอยู่กับหลอดสีนับร้อย เซฮุนกวาดมองไปรอบๆห้องซึ่งมันถูกแปะเอาไว้ด้วยรูปวาดที่มีทั้งสีน้ำและลายเส้นดำ ไม่ว่าจะเป็นกำแพงห้อง ประตู หน้าต่าง บนทีวี หรือชั้นหนังสือ ทุกที่ล้วนเต็มไปด้วยรูปวาดและก็คงไม่ต้องเปลืองเวลาเดาว่าใครคือเจ้าของลายเส้นเหล่านี้

“แค่นี้ก็มากพอสำหรับผมแล้วครับ”

“เฮ้ ทางการจัง… ความจริง ไม่เคยมีใครเคยเข้ามาในนี้เลย” จงอินใช้เท้าเขี่ยจานสีของตัวเองให้หลบไปอยู่ที่ใต้โต๊ะคอมซึ่งมีของประเภทเดียวกันซ้อนกันอยู่อีกสองสามใบ “นายเป็นคนแรก มันเลยออกจะ…เอ่อ…ติดขัดไปสักหน่อย”

“ไม่ครับ…ไม่เป็นไร…” เซฮุนทำตามจงอินบ้างด้วยการหยิบหลอดสีที่เปิดค้างเอาไว้ขึ้นมาปิดฝา (ฝาเหล่านั้นก็ร่วงอยู่ตามพื้นห้องนั่นแหละ) ไปเรื่อยที่ละอันทีละอัน

“ซ้ายมือคือห้องน้ำ… ส่วนนั่นเตียงนอน… อยู่หลังชั้นวางอันนั้นเห็นไหม?” จงอินชี้นิ้วบอกทางให้กับคนที่ไม่รู้จักอะไรสักอย่างในห้องของเขา แม้แต่ในห้องน้ำของจงอินก็ยังมีรูปภาพแปะอยู่ที่กระจกบานใหญ่ อ่างล้างหน้าสีขาวเปรอะไปด้วยสีเละเทะเหมือนน้ำโคลน ไหลย้อยเป็นทางยาว และที่ข้างก็อกน้ำก็มีพูดกันนับร้อยอันวางเสียบเป็นระเบียบคล้ายกับรั้วไม้ไผ่

ในขณะที่เมื่อมองออกมาจากห้องน้ำก็จะมีชั้นวางหนังสืออันใหญ่กั้นขวางเอาไว้ระหว่างโซฟาตัวสั้น ดวงตาเรียวมองลอดช่องวางเข้าไปและก็พบกับฟูกนอนหนาที่ปูไว้บนลังไม้สี่อันต่อกันกับหมอนอีกสามใบ ผ้าห่มสำลีผืนใหญ่ม้วนขดอยู่ตรงปลายเตียงและดูเหมือนว่าตรงนั้นจะเป็นพื้นที่ที่ปราศจากสี รูปวาด พู่กัน หรือขาตั้งภาพเพียงแห่งเดียว

“อ่อครับ…”

“มันกว้างอยู่นะ เราน่าจะแชร์ที่กันได้” จงอินเดินนำเข้าไปก่อน พาเซฮุนหยุดอยู่ที่ปลายเตียงลังไม้ทำมือของตนเองแล้วนั่งลงให้ดู มันจริงอย่างที่จงอินว่า… เตียงเตี้ยๆนี่กว้างมากกว่าที่เซฮุนคิด เผลอๆมันอาจจะจุได้สามคนแบบสบายๆด้วยซ้ำ “ลองนั่งดูนะ…ฉันว่ามัน…สบายดี”

“ครับ…” จงอินชวนอย่างตะกุกตะกักเช่นไร เซฮุนก็นั่งลงมาอย่างตะกุกตะกักเช่นนั้น

ฟูกยวบลงไปตามน้ำหนักตัวของเซฮุนที่นั่งตัวเกร็งอยู่ในขณะที่จงอินแผ่กายลงกับเรียบร้อยแล้ว เจ้าของผิวสีแทนเข้มทอดสายตามองออกไปที่บานหน้าต่างซึ่งฉายภาพท้องฟ้ายามค่ำคืนเอาไว้ให้ได้เห็นลางๆ

ความเงียบเข้าปกคลุมรอบกายของทั้งสอง เพราะต่างฝ่ายต่างกำลังใช้ความคิด จงอินคิด เซฮุนคิด พวกเขาไม่ได้คิดเรื่องเดียวกันหากแต่คิ้วกลับขมวดเป็นปมเหมือนกัน และเหมือนว่ายิ่งบรรยากาศเงียบลงเท่าไหร่ ความคิดของพวกเขาต่างก็ลอยไปไกลมากเท่านั้น

“นี่…เซฮุน” สุดท้ายก็เป็นเจ้าของห้องที่เปล่งเสียงฝ่าความเงียบขึ้นมา “นายมีอะไรอยากจะเล่าหรือเปล่า?” จงอินผินหน้าของตัวเองไปยังเจ้าของแขนเรียวซึ่งท้าวอยู่ด้านหลัง ใบหน้าหวานหันมาหาเขาแล้วเม้มริมฝีปากจนมันเป็นรอยซีดเส้นตรง เซฮุนจ้องตอบกลับมาราวกับจะค้นหาอะไรบางอย่างบนเส้นคิ้วหนาเตอะของเขาแล้วค่อยๆหลุบดวงตาลงมองฟูกนอนสีขาว

“ผม…ผมถูกตามล่า…”

“…”

“ลุงพยายามจะให้ผมแต่งงานแต่ผมไม่อยากแต่ง…” เสียงหวานสั่นเครือด้วยความหวาดระแวง ทุกครั้งที่เซฮุนต้องพูดถึงปัญหาในครอบครัวตระกูลโอเขามักจะกลัวว่าท้ายที่สุดมันจะแพร่งพรายออกไป “พวกเขาฆ่าพ่อกับแม่ เหลือแค่ผมในบ้านนั่น ตอนนี้ลุงพยายามจะจับผมแต่งงานกับลูกของเขาที่เป็นน้องสาวผมเอง ผม…ผมไม่อยากแต่ง…พวกเขาจะฆ่าผมเพื่อเอามรดก”

“…” จงอินไม่รู้จะพูดอะไร แต่เขานึกกร่นด่าตัวเองที่เมื่อตอนบ่ายตนเองลังเลใจจะช่วยเด็กน้อยคนนี้อีกใจก็นึกโกรธพระเจ้าที่ยังให้มีเรื่องประหลาดพรรค์นี้อยู่บนโลกอีก

“ผมวิ่งออกมาจากงานแต่ง… วิ่งไปตามถนน…จนมาเจอคุณ” จงอินพยายามมองหน้าของเซฮุนตรงๆเมื่อพบว่าตัวเองกำลังอยู่ในเรื่องเล่านั้นด้วย แต่สิ่งที่ได้เห็นกลับเหนือความคาดหมายไปเสียหน่อย

แก้มขาวใสของเซฮุนถูกเคลือบไว้ด้วยน้ำเม็ดแล้วเม็ดเล่า เสียงนั้นไม่สั่น ไม่ได้สะอื้น แต่น้ำตากลับไหลลงมาไม่หยุดราวกับลูกตาทั้งสองข้างเป็นตาน้ำในป่าลึก โอเซฮุนคงจะเหนื่อยแสนเหนื่อยเหลือเกินกับการต่อสู้ในครอบครัว จงอินคิดเช่นนั้นจึงใช้มือกร้านสากของตัวเองวางลงไปบนหลังมือขาว เกลี่ยเบาๆแทนคำปลอบโยนเหมือนกับที่เขามักได้รับเมื่อหกล้มเมื่อสมัยยังเด็ก

ถ้าเซฮุนเพียงแค่หกล้มมาก็คงจะดี

“นายน่าจะพักก่อน วันนี้เหนื่อยมากแล้วหล่ะ” เสียงทุ้มกล่าวเบาๆจนเหมือนจะเป็นการกระซิบเสียมากกว่า มือหนาสากกร้านทว่าอบอุ่นเปลี่ยนตำแหน่งจากข้างแก้มไปวางไว้บนศีรษะที่ถูกคลุมด้วยกลุ่มผมเส้นบางแสนละเอียด จงอินลูบเบาๆแล้วดันให้อีกคนล้มตัวลงบนฟูกนอนเหมือนกัน

โอเซฮุนผู้ว่าง่ายเอนกายตามแรงรั้งจากฝ่ามืออุ่นบนหัว ดวงตาเรียวที่บอบช้ำมาทั้งวันค่อยๆปิดลงจนโลกทั้งใบกลับกลายเป็นเพียงสีดำสนิท หากแต่มันแตกต่างออกไปจากทุกครั้งเมื่อนิ้วของจงอินสอดเข้ามาลูบสางไปตามเส้นผม แทรกสอดความอุ่นละมุนละม่อมที่แม้ว่าจะเก้กังไปสักนิดแต่ก็ยังคงอุ่นเหมือนได้พาตัวเองไปนั่งข้างกองไฟท่ามกลางพายุหิมะ

“คุณใจดีจัง”

“…”

“ถ้าวันนี้ไม่ได้เจอคุณ… ผมคงตายไปแล้ว” เซฮุนคงไม่รู้ตัวว่าขณะพูดประโยคนั้นน้ำตาของเขาไหลพราก ซึมผ่านเปลือกตาบางมาด้วยซ้ำ ผิดกับเจ้าของห้องที่ก้มหน้าลงมองไปบนใบหน้าหวานสวยนั้นอยู่ จงอินพลิกตัวตะแคงเข้ามาแล้วใช้ปลายนิ้วโป้งปาดหยาดน้ำเหล่านั้นออกไป หากแต่ยิ่งทำแบบนั้นมันกลับยิ่งไหลลงมาจนเขาเริ่มทำอะไรไม่ถูกและต้องเอื้อมเอาผ้าห่มที่กองขดอยู่มาเช็ดให้คนที่กำลังสะอื้นจนตั้วสั่นตัวโยน

มันนานมากแล้วที่โอเซฮุนไม่ได้รับสัมผัสแบบนี้จากใคร ชีวิตที่แม้จะมีเงินทองฟู่ฟ่า สะดวกสบายในคฤหาสน์หลักใหญ่ไม่ได้ให้อะไรไปมากกว่าวัตถุสิ่งของ คนรอบข้างต่างหวังชิงเอาทรัพย์สมบัติโดยมิได้สนใจจิตใจของเขาเลยแม้แต่น้อย

แต่ชายแปลกหน้าคนนี้กลับพาเขาขึ้นรถ ขับออกมาไกลแสนไกล ให้อาหาร ที่พัก และความอบอุ่นโดยไม่เรียกร้องสิ่งตอบแทนอะไรเลยแม้แต่น้อย

“เซฮุนนา… ถึงฉันจะอายุสามสิบสองแต่ฉันก็ปลอบคนร้องไห้ไม่เป็นหรอกนะ”

“ฮึก…ฮือ…”

“ให้ตายสิ ถ้านายทำผ้าห่มเลอะขี้มูกเยอะ คืนนี้เราอาจจะต้องนอนหนาวจนขนร่วงเชียวนะ”

“ฮึก…ฮะๆ…ฮึก..” คนที่มีผ้าห่มเป็นผ้าเช็ดน้ำตาชั่วคราวเผลอหลุดขำออกมาเมื่อได้เห็นสีหน้าอ่อนใจของจงอินขณะจับปลายผ้ามาซับน้ำตาให้กับเขา แต่ถึงปากจะพูดเช่นนั้น คิมจงอินกลับยังคงใช้ผ้าผืนเดิมทำความสะอาดน้ำตาซ้ำๆพร้อมลูบมือบนหัวเพื่อปลอบโยน

จนท้ายที่สุดเซฮุนก็ตกไปอยู่ในอ้อมแขนของจงอินอย่างไม่รู้ที่ไปที่มา ใบหน้าหวานซุกลงกับอกแกร่งของอีกคนที่มันมีกลิ่นฉุนของใบยาสูบติดอยู่พลางกำชายเสื้อของร่างสูงเอาไว้แน่น แม้ในเวลานั้นเซฮุนจะสามารถหยุดเสียงสะอื้นของตัวเองได้แล้วแต่เขาก็ยังไม่พร้อมจะอยู่เพียงลำพังท่ามกลางความมืดใต้เปลือกตา

“คุณจงอิน…”

“ชู่ว…” เมื่อเซฮุนพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง เจ้าของอ้อมแขนกลับส่งเสียงห้ามและกดหัวของเขาให้ซุกกลับลงไป

“…”

“นอนเถอะเซฮุน… ที่นี่ปลอดภัยสำหรับนาย”

ไม่มีคำโต้เถียงใดจากริมฝีปากบางเฉียบหรือการขัดขัดขืนจากคนใต้อ้อมแขน โอเซฮุนขยับตัวเล็กน้อย ปรับจัดท่าทางให้ตัวเองนอนได้สบายขึ้น มือบางคลายออกจากชายเสื้อของอีกคนแล้วเคลื่อนไปวางบนช่วงเอวแกร่งที่ตะแคงมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ เซฮุนไม่รู้ว่าที่นี่หมายถึงที่ไหนเพราะไม่ว่ามันจะเป็นบ้านหลังนี้หรือในอ้อมกอดของคิมจงอิน เขาล้วนรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในความปลอดภัยทั้งสิ้น

– – – – –

ภาพแรกที่เซฮุนเห็นคือผ้าม่านสีไข่ไก่กำลังพลิ้วไสวไปตามแรงลมจากด้านนอกกรอบหน้าต่าง แสงอาทิตย์สว่างจ้าที่เบื้องหลังทำให้เขาพลิกใบหน้าหนีหลบมาแล้วลองมองไปยังอีกฝั่งซึ่งมันเป็นชั้นวางหนังสือกับขาตั้งสำหรับวาดภาพและคิมจงอินที่กำลังตัดกระดาษอยู่

“อือ…”

“…ตื่นแล้วเหรอ?” เจ้าของผิวสีเข้มเงยหน้าขึ้นมาจากกรรไกรในมือแล้วฉีกยิ้มกว้างให้กับเสียงครางอือของคนบนเตียง เซฮุนพยักหน้าสองสามครั้งด้วยอาการมึนงงก่อนจะซุกหน้าลงกับหมอนนุ่มแล้วค่อยเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง ท่าทางแบบนั้นทำให้จงอินอดหัวเราะออกมาไม่ได้

เหมือนลูกแมว

เซฮุนขดตัวเองเข้าไปอีกครั้งก่อนจะดีดตัวขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว กลุ่มผมสีน้ำตาลชี้ฟูไม่เป็นทรงส่ายไปส่ายมามองไปรอบตัวด้วยความรู้สึกไม่ค่อยคุ้นชิน โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าคิมจงอินได้วางมือจากการตัดกระดาษแล้วกำลังเดินเข้ามาประชิดตัวเขาเรียบร้อยแล้ว

“อันนี้ชุดนาย… อาบน้ำก่อนแล้วเดี๋ยวลงไปกินข้าวกัน” เสื้อผ้าชุดใหม่วางแหมะลงบนตักของเซฮุนที่ยังเอามือขยี้ตาอยู่ อาการง่วงงุนทำให้การตอบสนองของร่างบางช้าลงหลายเท่า กว่าจะลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำได้ก็นานหลายนาทีจนจงอินนึกขันแต่ก็บันทึกเข้าสมองไปเรียบร้อยแล้วว่าโอเซฮุนต้องใช้เวลาเซ็ทข้อมูลนานสำหรับการตื่นนอน

ชุดที่เซฮุนสวมอยู่เป็นเสื้อไซส์เล็กไม่กี่ตัวที่จงอินมี น่าจะตกค้างมาจากการโละเสื้อผ้าสมัยก่อนที่เขาจะเล่นกล้าม (สุดท้ายจากกล้ามก็กลายมาเป็นหน้าท้องนุ่มนิ่มเสียอย่างนั้น) แต่ถึงมันจะตัวเล็กแค่ไหน เมื่อไปอยู่บนตัวของเซฮุนแล้วกลับกลายเป็นเสื้อตัวโคร่งขึ้นมาในพริบตา

ทั้งสองลงมานั่งกินข้าวกันอย่างเงียบๆในห้องครัว เมื่อมื้อเช้าในจานหมดลงจงอินก็เดินกลับเข้าไปบนห้องอีกครั้งโดยมีเซฮุนเดินตามหลังไปติดๆ ร่างบางหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้อีกตัวที่มุมห้องเมื่อเห็นจงอินหยิบกระดาษขึ้นมาตัดเป็นรูปร่างแล้วแปะมันลงไปบนกระดาษอีกแผ่นบนขาตั้ง ทำเช่นนั้นซ้ำไปเรื่อยๆกระทั่งเซฮุนเริ่มเห็นถึงมิติบนแผ่นกระดาษแบนราบนั้น

แต่หลังจากเฝ้าดูอีกคนได้สักพัก เซฮุนก็เริ่มมองไปรอบตัวที่มันระเกะระกะไปด้วยข้าวของมากมาย ส่วนมากเป็นอุปกรณ์ศิลปะจำพวกสีอะครีลิค พู่กัน เศษกระดาษ และอื่นๆที่เขาไม่รู้จักอีกมากมาย

เซฮุนคิดว่าสิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุดอาจจะเป็นการเริ่มจัดเก็บมันให้เป็นหมวดหมู่

ร่างบางก้าวลงจากเก้าอี้แล้วเริ่มหยิบจับข้าวของมากมายบนพื้นมาวางกองรวมกันให้เป็นหมวดหมู่ เซฮุนเริ่มจากการเก็บพู่กันขึ้นมาวางรวมกันแล้วแยกออกเป็นเบอร์ต่างๆ ตามต่อด้วยการกวาดเอาหลอดสีมาวางสุมกันให้เป็นกอง อันไหนที่ถูกบีบจนบี้แบนหมดทุกหยาดหยดแล้วจะถูกแยกไปทิ้งอีกกองหนึ่ง โดยที่จงอินก็ยังคงสนใจชิ้นงานตรงหน้าและไม่ได้เหลือบมองความเป็นไปรอบกายเลยแม้แต่น้อย

คงเป็นเพราะพวกเขาทานมื้อเช้ากันไปเมื่อตอนเกือบเที่ยง กว่าจะหิวอีกรอบก็เป็นช่วงที่แสงอาทิตย์น้อยลงและจงอินคิดว่าตัวเองควรจะเดินไปเปิดไฟ เขาตั้งใจกับงานมากเกินไปจนลืมด้วยซ้ำว่ามีโอเซฮุนนั่งอยู่ด้วยกันในห้อง ครั้นเมื่อละสายตาออกมาจากกระดานตรงหน้า คิ้วเข้มก็เลิกขึ้นด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นว่ารอบตัวของเขาไม่ได้รกเละเทะเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

พู่กันถูกล้างจนสะอาดไม่มีคราบยางสีติดอยู่แม้แต่น้อย หลอดสีถูกจัดวางอยู่ในตระกร้าและจัดไล่สีตามโทนอุ่นเย็นให้สะดวกต่อการเลือกใช้ ร่างสูงเหลือบมองเข้าไปในห้องน้ำที่มีเสียงกอกแกกอยู่และเขาก็พบว่าโอเซฮุนกำลังพยายามล้างฟองน้ำและเศษผ้าอีกหลายชิ้นอย่างขะมักเขม้นตรงอ่างล้างหน้า

“นึกว่าคุณจะเป็นลูกคุณหนูแบบในละคนที่ทำอะไรไม่เป็นเสียอีก” จงอินอิงสะโพกไว้กับกรอบประตูขณะกวาดสายตาสำรวจมองห้องน้ำของตัวเองซึ่งมีสภาพเปลี่ยนไปราวกับรื้อสร้างใหม่ “ครั้งสุดท้ายที่เห็นห้องสะอาด ตอนนั้นน่าจะประมาณ สิบขวบได้มั้ง…ฮะๆ”

เซฮุนอมยิ้ม ตอบทั้งที่ยังคงตั้งใจขยี้เศษผ้าในมือ “ความจริงผมไม่ค่อยถนัดเรื่องการอยู่กับคนอื่นก็เลยเก็บห้องเอง”

“…”

“ฝีมือผมไม่ได้แย่ใช่ไหมครับ?” ร่างบางขยับตัวหลบออกมาเพื่อให้จงอินได้เห็นห้องน้ำที่สะอาดขึ้นมากโขด้วยสองมือของผู้อาศัยคนใหม่ เจ้าของบ้านกวาดตามองไปรอบๆแล้วยกนิ้วโป้งขึ้นให้อีกคนดูก่อนที่ทั้งคู่จะหัวเราะร่วนออกมา

ดวงตาของทั้งคู่สบกัน

จงอินคิดว่าเขาไม่อยากรู้แล้ว… ว่าเซฮุนจะกลับบ้านเมื่อไหร่

– – – – –

แม่ของจงอินกลับมาในช่วงเย็นของวันและรีบออกไปพร้อมเสื้อผ้าสองสามตัวเนื่องจากญาติของเขาป่วยกระทันหันและต้องการคนไปเฝ้าที่โรงพยาบาล ร่างสูงผละออกจากชามรามยอนของตัวเองขึ้นไปช่วยแม่เก็บกระเป๋าให้เรียบร้อยก่อนจะเดินไปส่งขึ้นรถที่มีคนขับเป็นอาของเขาเอง สองแม่ลูกกล่าวอำลาด้วยการจูบที่ข้างแก้มสองครั้งตามธรรมเนียมแล้วจึงแยกย้ายกันไป

“เวลาแม่ไม่อยู่เรื่องเดียวที่น่ากังวลคือมื้อเช้ากลางวันเย็น…” จงอินกลับมานั่งบนโต๊ะอาหาร เปิดบทสนทนาอีกครั้งด้วยคำพูดติดตลกที่ทำให้เซฮุนยิ้มออกมาได้อย่างไม่ยากเย็น

“ผมกินง่ายนะ”

“ฉันก็คงไม่ทำอะไรยากหรอก..” ยิ้มมุมปากของจงอินทำให้คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ดูเหมือนว่าจงอินจะไม่ค่อยถูกกับการทำอาหารสักเท่าไหร่ยกเว้นเมนูรามยอนง่ายๆแบบที่พวกเขากำลังกินอยู่

“ผมกินได้ทุกอย่างจริงๆ…” เซฮุนยืนยันแม้ริมฝีปากของเขาจะยังคงมีรอยยิ้มออกมาล้อเลียนเจ้าของบ้าน

“โอเคๆ…” จงอินพยักหน้ารับแล้วสูดเส้นเข้าปาก “นายจะเป็นคนแรกที่ได้กินรามยอนฝีมือฉันสามสี่วันติดเชียวนะ…”

“ผมต้องดีใจใช่ไหม?”

“มากๆเลยหล่ะ…เพราะนอกจากนายยังไม่เคยมีใครได้นอนค้างบ้านฉันเลยสักคน” คำพูดของจงอินทำให้เซฮุนชะงักมือที่กำลังยกช้อนขึ้นจ่อปาก บ้าจริง… เขาลืมไปแล้วดว้วยซ้ำว่าที่นี่คือบ้านของคิมจงอิน คนแปลกหน้าที่เพิ่งจะรู้จักกันเมื่อวานขณะหนีตายออกมาจากงานแต่ง และที่นี่ไม่ใช่ที่ที่โอเซฮุนจะอยู่ต่อไปได้ตลอดชีวิต

ปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปทำให้จงอินนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่ควรพูดออกไปแบบนั้น เจ้าของผิวสีแทนขมวดคิ้วสบถด่าตัวเองเบาๆที่ใช้คำพูดไม่เข้าท่าจนทำให้คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามวางช้อนลง ยุติมื้ออาหารของตัวเองด้วยความรู้สึกไม่ดีบางอย่างที่เขาเป็นคนทำให้มันเกิดขึ้น

“จริงด้วยสิ… ผมคงอยู่กับคุณนานมากไม่ได้” คำพูดนั้นทำให้จงอินแทบจะเอาหัวจุ่มลงไปในชามรามยอนเป็นการลงโทษตัวเอง

“ฉัน…ฉันไม่ได้…เอ่อ…ไม่ได้หมายความแบบนั้น”

“ไม่หรอก… ผมรู้ว่าคนเราหนีอะไรตลอดชีวิตไม่ได้”

บรรยากาศถูกเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือไปได้ในเวลาไม่กี่วินาที ภายในห้องครัวหลงเหลือเพียงแค่ความเงียบงันและเสียงลมพัดเข้ามาจากบานหน้าต่าง จงอินกลอกสายตาวอกแวกของตัวเองไปมา เฟ้นหาคำพูดดีๆสักประโยคจากในลำคอของตัวเองขึ้นมาแก้ต่างอย่างเลิกลัก

“ไม่ๆ…ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นจริงๆ” อย่างไรก็ตาม จงอินยังคงพยายามแก้ตัวให้กับความผิดพลาดที่ตัวเองก่อมันขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ

“…”

“นายก็ไม่ได้กำลังหนีอยู่” มือหนาวางตะเกียบลงและเอื้อมมือไปวางไว้บนศีรษะของเซฮุน เจ้าของเส้นผมนุ่มมือช้อนดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถามมากมายขึ้นมอง “นายแค่กำลังหาที่ปลอดภัยและฉัน…ฉันว่าที่นี่มันก็ปลอดภัยดีสำหรับนาย”

– – – – –

#ฮายโฮป

High Hopes

High Hopes | 01 Run

High Hopes
EXO / Kai x Sehun / Drama-Romantic / PG15

♫ HIGH HOPES / KODALINE 

เส้นขนานบรรจบกันได้ในโลกแห่งความฝัน

ผมหย่อนเท้าลงสัมผัสกับพื้นหญ้าสีเขียวชะอุ่มหลังจากห่างหายมันไปนานหลายปี สูดกลิ่นอากาศบริสุทธิ์ในช่วงบ่ายของวันท่ามกลางความเงียบงันรอบกาย แสงอาทิตย์ดูเจิดจ้ากว่าทุกช่วงเวลาเพราะมันกำลังเคลื่อนตัวไปบอกลาใครต่อใครก่อนจะยกกะกลางคืนให้เป็นหน้าที่ของดวงจันทร์

ยังจำนิทานที่แม่เล่าให้ฟังได้ว่าพระอาทิตย์กับพระจันทร์ก็เหมือนพนักงานขายร้านโดนัท 24 ชั่วโมงที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ผลัดกันทำงานเช้าบ่ายซ้ำไปซ้ำมาตามตาราง พระจันทร์ก็เหมือนกับแม่ที่ต้องรับผิดชอบกะดึกเสมอในร้านเหล้าประจำเมืองขนาดย่อมที่เราอาศัยด้วยกันอยู่

มันผ่อนคลายเมื่อได้นึกถึงอดีต แต่ก็น่าเจ็บใจเช่นกัน

คิมจงอินทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นหญ้า ใช้แขนทั้งสองข้างท้าวเอนไปเบื้องหลังของตัวเองแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจนอนราบลงไปทั้งตัวเมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ในละแวกนั้น ชายหนุ่มวัยสามสิบสองเขี่ยรองเท้าผ้าใบที่ถูกเหยียบส้นจนขาดวิ่นลงไปกองกับพื้นขณะเงยหน้ามองท้องฟ้าสีอ่อน

การมาที่นี่ทำให้เขานึกถึงแม่ ใครก็หาว่าจงอินเป็นลูกแหง่เสมอ… อายุปาเข้าไปสามสิบกว่าแต่ก็ยังไม่ยอมแต่งงาน อยู่ติดบ้านยิ่งกว่าแปรงขัดส้วมเสียอีก (นั่นเป็นคำเปรียบเปรยของป้าข้างบ้านที่ปากไม่ค่อยดีตั้งแต่เสียสามีไปในสงครามโลก) ซึ่งเจ้าตัวก็ได้แต่อมยิ้มรับคำพูดนั้นอย่างเข้าใจว่าคนรอบกายคงไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอะไรเกี่ยวกับเขาเท่าไหร่จึงได้พูดอย่างนั้น

มันไม่ใช่เพราะเขาติดแม่ ติดบ้าน หรือติดอะไรทั้งนั้นนั่นแหละ

แต่การแต่งงานคือการฆ่าอิสรภาพของตัวเองต่างหาก

ชีวิตศิลปินที่อารมณ์ขึ้นลงได้ยิ่งกว่าน้ำทะเลอย่างเขาคงไม่เหมาะจะดูแลใครหรอก ไม่ขลุกอยู่ในบ้านก็ออกไปทำงานต่างเมืองหลายเดือน กว่าจะกลับมาอีกทีดีไม่ดีภรรยาอาจจะหนีเตลิดไปแต่งงานใหม่แล้วก็เป็นได้ (ดูตัวอย่างมาจากเพื่อนร่วมวงเหล้าหลายคน)

นั่นทำให้เขาเลือกไม่ผูกมัดกับใคร…

“คุณ!!!!!” ความคิดยังไม่ทันสุดม้วน เสียงแหบๆของใครสักคนดังมาจากด้านหลัง จงอินไม่คิดว่าคนถูกเรียกเป็นคนอื่นเพราะเท่าที่สำรวจดูตอนหยุดรถมันมีแค่เขาคนเดียว ใบหน้าคมคร้ามจึงหันหลังกลับไปและพบว่าเบื้องหลังของเขามีผู้ชายตัวยาวในชุดสูทกำลังวิ่งลงมาจากเนินเขาอย่างเหนื่อยหอบ ปากก็เอาแต่ตะโกนคำว่า คุณ คุณ ไปตลอดทาง

“…” จงอินพยายามคิดว่าตัวเองควรพูดอะไรกลับไปดีแต่เขาก็นึกไม่ออก… คนไม่ช่างพูดช่างจาอย่างเขาเอ่ยทักใครก่อนไม่เป็นเสียด้วยสิ

“คุณ! แฮ่ก…คะ…คุณ…” กระทั่งคนๆนั้นเข้ามาประชิดตัวพร้อมกับเม็ดเหงื่อท่วมหน้า “นั่น…นั่นรถคุณ…แฮ่ก…ใช่…แฮ่ก…ใช่ไหม?” นิ้วเรียวชี้ไปทางโฟล์คบีเทิ้ลรุ่นคุณปู่ของเขาขณะที่มืออีกข้างท้าวไว้กับหัวเข่าเพื่อหอบหายใจ

“ครับ…รถผม”

“คุณขึ้นไป….แฮ่ก…พาผมไปที…”

“ห๊า?!”

“เร็วสิๆ!!” ชายแปลกหน้าคนนั้นหันกลับไปมองด้านหลังแล้วปรี่เข้ามาเขย่าแขนของเขาจนสั่นไปหมด “เร็วๆ! ผมขอร้อง…แฮ่ก…พา…โอ่ย เหนื่อยชิบหาย…พาผมไปที” คำร้องขอขาดๆหายๆปนเสียงสบถและเสียงหอบหายใจทำให้จงอินงุนงงหนักขึ้นไปกว่าเดิม เขาลุกขึ้นยืนเพื่อเตรียมจะอธิบายให้ใครอีกคนฟังว่าวันนี้เป็นวันพักผ่อนของเขาที่ทำงานติดกันมาสองเดือนเต็มแต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร ก็มีเสียงปืนดังมาจากเบื้องหลัง

ปั้ง!!!

“เฮ้ย!!!”

“เร็วคุณ! ขับไปไหนก็ได้…มัน…มัน…ตามมาจะทันแล้ว!!!” จงอินเริ่มสับสนลังเล นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน… มีการจี้ชิงทรัพย์หรือไง หมอนี่เป็นโจรหรือเปล่า แล้วถ้าเขาพาผู้ชายตัวขาวคนนี้ขึ้นรถไปเขาจะกลายเป็นคนที่ช่วยโจรหรือไม่ แล้วหมอนี่จะถีบเขาลงข้างทางไหม? แล้วเขาจะรู้ได้ยังไงว่าชีวิตที่อยู่บนเส้นด้ายของตัวเองตอนนี้จะไม่ร่วงลงไปในหุบเหวอเวจีจากการตัดสินใจสองวินาทีหล่ะ

พระเจ้าช่วย! พระองค์ไม่เข้าใจหรือไงว่าคิมจงอินเป็นคนสมองช้า!!

“เซฮุน!!! หยุดเดี๋ยวนี้!!!”

ปั้ง!!!

“คุณ….ผมขอร้อง!!!” เมื่อกระสุดนัดที่สองยิงลงมา ผู้ชายคนนั้นหันใบหน้าที่มีน้ำตามาทางผมแล้วผลักดันให้เราสองคนเข้าใกล้คันรถมากที่สุด ผมคิดเอาว่าเขาคงไม่มีปัญญาทำอะไรเพราะดูจากแรงน้อยนิดนี่แล้วจะตบยุงให้ตายได้หรือเปล่ายังไม่รู้เลย

คงเป็นเพราะแบบนั้นเราถึงได้ขึ้นรถมา

ผมบิดกุญแจสตาร์ทเครื่องก่อนจะเหยียบคันเร่งเพื่อออกตัวไปอย่างรวดเร็วเป็นจังหวะเดียวกับที่กระสุดนัดสามวิ่งแหวกอากาศผ่านกระจกข้างของเราไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เราเข้าสู่ถนนที่รกทึบด้วยต้นไม้ มีแต่ความเงียบของป่าเขาลำเนาไพร ผมหันไปมองเขาที่นั่งหอบหายใจไม่หยุดและเอาแต่โบกมือไปมา ขับไล่เม็ดเหงื่อบนใบหน้าโดยปราศจากการพูดจาหรือขอความช่วยเหลือใดๆ และไม่มีคำถามว่าผมกำลังจะพาเขาไปไหนด้วยซ้ำ

“อ่ะ…” แล้วมันก็เป็นผมอีกนั่นแหละที่ยื่นขวดน้ำส่งให้เขาซึ่งตอนนี้มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างสำรวจตรวจตรา มือเรียวเอื้อมมาหยิบไปแต่ก็ยังไม่ปริปากพูดอะไรเพียงแต่พยักหน้าแล้วกรอกน้ำในขวดลงคอไปทีเดียวถึงครึ่งหนึ่ง

“ขอบคุณ…”

“ไม่เป็นไร…” จงอินตอบรับไปตามมารยาท ความจริงคือมันเป็นมากเลยหล่ะกับการหิ้วคนแปลกหน้าที่โดนไล่ยิงขึ้นรถมา แต่เอาเถอะ… มันจะต้องไม่เป็นไรเชื่อสิ

เขาเข้าโบสถ์บ่อยจะตาย พระเจ้าไม่ใจร้ายหรอก

“ไม่ได้คุณผมแย่แน่..”

“ฮื่มม…” เสียงทุ้มตอบกลับไปเพียงเท่านั้นตามประสาคนพูดน้อย เขาไม่รู้จะตอบประโยคนั้นอย่างไรจึงเลือกเปลี่ยนหัวข้อเสียใหม่ “คุณต้องไปที่ไหนเหรอ?”

“…”

“…” คำถามของเขาได้รับคำตอบเป็นเพียงความเงียบงันเท่านั้น ริมฝีปากสีแดงสดเม้มเข้าหากันคล้ายกับว่าเจ้าตัวกำลังใช้ความคิดอย่างมากในการหาจุดหมาย ผมเลยทำท่าจะหยิบแผนที่ในลิ้นชักหน้ารถให้เขาแต่เสียงแหบหวานๆ (ดื่มน้ำเข้าไปแล้วดีขึ้นมาก) ดันตอบกลับมาเสียก่อน

“…คุณจะไปไหนเหรอ?”

“ผม?”

“คุณไปไหนผมก็ไปกับคุณ…”

“อ่อ….งั้นเหรอ….” คิมจงอินพึมพัมออกมาเบาๆเพราะเขากำลังใช้ความคิด “ฉันกำลังจะกลับบ้าน”

“งั้นผมไปบ้านคุณ…”

“ห๊า?! น นี่…นี่คุณ….”

“ให้ผมอยู่กับคุณเถอะ… แค่แป้บเดียวก็ได้ วันเดียว คืนเดียว ชั่วโมงเดียวก็ได้….” ชายแปลกหน้าพูดโพล่งขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆแล้วกุมมือกันเอาไว้แน่น “ตอนนี้ผมกลับบ้านผมไม่ได้จริงๆ…ผมกลับไปไม่ได้”

“…”

“พวกเขาจะฆ่าผม…” เหลือเพียงความเงียบงันภายในห้องโดยสารขนาดเล็ก ที่กำลังเคลื่อนไปตามเส้นทางสลับซับซ้อนของหุบเขา สารถีผิวเข้มกัดปากของตัวเองด้วยความชั่งใจในขณะที่ใครอีกคนก็กำลังทำแบบนั้นเช่นกันแต่เป็นไปด้วยความระทึกว่าตนเองจะถูกเนรเทศหรือปฎิเสธหรือเปล่า

“งั้น…อย่างนั้นก็ได้”

ทันทีที่จงอินตอบตกลง รอยยิ้มแรกในรอบวันของเซฮุนก็ปรากฎขึ้นมา…

– – – – –
#ฮายโฮป

High Hopes

Macro | High Hopes...

LG G4 Rated as the Best Camera Phone for Pictures @ Searchy.One Search

Description From Photographer if Any:

“The grass was greener
The light was brighter… 33 more words

Macro