Tags » Jobless

Day 63 - Little things

Earlier this week I read a small note in a book I started reading. It’s basically a collection of all sorts of different bits and pieces about silence and how to find rest in the ordinary daily life. 404 more words

December 2016

It's Been a While. 

So, a lot has happen. Okay, not really. I’ve mostly been focusing on school and I don’t even feel like there’s been a ton of progress with that. 440 more words

Journal

Donald Trump's family settle in for the good times

We can only wonder where Donald Trump sits on a great American continuum – at one end, sweet innocence and Willy Wonka; at the other, Don Corleone. 11 more words

USA

Medication Station

Since my last post, I’ve been put back on anti-depressants. It’s been a long time since I was on them, and when I stopped taking the previous lot, it was against my GP’s advice. 391 more words

Transgender

แชร์ประสบการณ์หางานประจำครั้งแรกตอน29 ขวบปี 😄😍😊

ใครที่เคยกังวลในการหางานประจำครั้งแรกตอนอายุเกือบเข้าเลข3แล้วบ้าง?? ยกมือขึ้น🙌

          วันนี้เกดจะมาแชร์ประสบการณ์การหางานประจำทำครั้งแรกของตัวเองตอนอายุ 29 (เริ่มแก่ แต่หน้ายังเด็กนะคะ555)

ส่วนตัวจบการศึกษาสาขาเอกการเงินการธนาคารมา แต่จบมาปุ๊ปก็ไม่ได้ทำงานประจำเลย ด้วยความที่ตัวเองได้มีโอกาสเริ่มทำงานFreelanceมาตั้งแต่สมัยเรียนตอนปี2 ส่งตัวเองเรียน จนกระทั่งเรียนจบ ทำให้ติดใจการใช้ชีวิตที่อิสระและยังไม่ได้คิดจริงจังกับการหาประจำมากมาย จบมาได้1ปีก็เกิดความเบื่อ อยากไปเพิ่มประสบการณ์ชีวิตให้ตัวเอง เลยใช้เงินเก็บที่สะสมมาไปเรียนภาษาที่ออสเตรเลีย 6 เดือน (นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ชอบนะ ลุยเดี่ยว ไม่มีเพื่อน ไม่รู้จักใคร) กลับมาปุ๊ปคิดไรไม่ออก ก็ทำงานFeelanceต่อไป ประกอบกับเริ่มขายของออนไลน์กับเพื่อนมาเรื่อยๆ ก็เพลินซิคะที่นี้ ขายของมาได้4-5ปี อะไรก็ไม่แน่นอน พ่อค้าแม่ค้าและร้านค้าต่างๆเกิดขึ้นทุกวันมากมาย หากไม่ปรับตัวและพัฒนาหรือแม้กระทั่งปรับตัวแล้วก็ตามแต่ผิดทิศทาง ก็ทำให้ล้มได้เหมือนกัน…..

มาๆเข้าประเด็นเลยดีกว่า^^ หลังผ่่านร้อนผ่านหนาวมานาน ก็มีความคิดอยากมองหางานประจำทำแหละ เพราะรู้สึกว่า อยากเติมเต็มชีวิตหรือประสบการณ์การทำงานที่อาจขาดหายไป คราวนี้ก็คิดว่า ทำไรอะไรดีล่ะ?? สมัครงานตำแหน่งอะไรดี?? อายุเยอะอ่ะ ใครจะรับไหมนี่?? มาละคำถาม108อย่างในหัว เรามาเริ่มสำรวจตัวเราก่อนว่า

1.เราชอบอะไร รู้สึกว่าทำแล้วมีความสุขอยู่กับมันได้นานๆแล้วไม่เบื่อ หรือเบื่อน้อยที่สุด

2.เรามีความสามารถหรือมีทักษะอะไรจากประสบการณ์งานในชีวิตที่ผ่านมาบ้าง(งานที่ไม่ได้ทำประจำนั่นหล่ะค่ะ)

เมื่อตอบตัวเองได้แล้วก็ทำResume สมัครทางเว็บฝากประวัติหางานต่างๆ เช่น Joptopgun(อันนี้ชอบมาก เพราะได้งานจากที่นี่ครั้งแรก) , Jobdb (เพื่อนก็ได้จากที่นี่เหมือนกัน) เป็นต้น

แต่ๆๆ หากยังตอบตัวเองไม่ได้กับคำถาม 2 ข้อข้างบน เหมือนตัวเกดเองตอนนั้นก็ตอบไม่ได้ เลยตัดสินใจว่าอย่างน้อยๆ เราก็เอาวุฒิป.ตรี สาขาการเงินที่จบมาหล่ะ สมัครด้านนี้ไปเลย(คิดในใจว่าเกรดก็ไม่ได้ขี้เหร่นะ อิอิ) สมัครไปอยู่ 4-5 ที่(ตำแหน่งที่เกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องบ้างกับวุฒิที่สมัครไว้) ท้ายที่สุดก็ได้สัมภาษณ์และได้ทำงานที่สถาบันการเงินที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งค่ะ จากนั้นถึงวันนี้ก็ทำมาได้ เกือบ 2 ปีแล้ว ผ่านเรื่องราวต่างๆมามากมายที่ทำให้เราได้เรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตที่มากขึ้น ให้เราได้เข้มแข็งขึ้น

การเตรียมตัวก่อนการสัมภาษณ์งาน คือ คุณต้องตอบให่ได้ว่า ที่ผ่านมาหลายปี หายไปไหนมา ทำอะไรมา นำเสนอทักษะที่ตัวคุณมีให้สอดคล้องกับคุณสมบัติที่คนที่เขาจะรับ และเตรียมตัวซ้อมหรือจำลองการสัมภาษณ์งานก่อนถึงวันจริง ซึ่งเนื้อหาคำถามในการสัมภาษณ์ก็เหมือนทั่วไปเป็นคำถามยอดฮิต เช่น ช่วยเล่าประวัติตัวคุณ , งานที่ทำมา , ทำไมอยากทำงานประจำ , ลองเสนอขายซิ(กรณีสมัครงานขายหรือบริการ) เป็นต้น สำคัญคือ มั่นใจค่ะมั่นใจ พูดจาชัดถ้อยชัดคำ แต่งตัวสุภาพ ยิ้มไว้เสมอ

สำคัญคือ งานประจำงานแรกอย่าคาดหวังที่เงินเดือนสูงๆ(ยกเว้นงานออกแบบ งานไอเดีย งานฝีมือหรืองานทักษะเฉพาะต่างๆ ด้านนี้น่าจะเรียกสูงได้มั้งคะ) แม้ค่าครองชีพในกทม.จะสูงลิบลิ่วก็ตาม ตั้งใจทำงานไปก่อน เพราะค่าของคน อยู่ที่ผลของงาน อันนี้เรื่องจริงเลยค่ะ ผลงานที่เราทำ มันดังกว่าคำพูดเสมอ ดังนั้น หากต้องการก้าวหน้าในอาชีพและต้องการเงินเดือนที่มากขึ้น เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น คุณต้องพิสูจน์จากผลงานที่สร้างให้องค์กรหรือบริษัท

สิ่งที่อยากฝากไว้ คือ อยากจะแนะนำน้องๆเลยว่า ต้องตั้งใจเรียนมากๆนะคะ ยิ่งเรียนดี+เป็นนักกิจกรรมตัวยงแล้ว ก็มีโอกาสเติบโตในหน้าที่การงานสูง เพราะหากเพิ่งเรียนจบหมาดๆเริ่มหางานทำครั้งแรก บริษัทที่เราไปสมัครเขาดู คณะที่จบ+เกรดที่ได้+ชื่อมหาวิทยาลัยกันซะส่วนใหญ่ เพราะหากคุณไม่มีประสบการณ์งานมาหรือผ่าการทำกิจกรรมใดๆของชมรมหรือมหาลัยมา มันก็คงต้องดูจากสิ่งเหล่านี้ก่อนเพื่อเป็นเกณฑ์การพิจารณาในเบื้องต้น

เป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ พี่ๆและน้องๆทุกคนนะคะ

“ทุกๆความพยายามอาจไม่ได้มาซึ่งสำเร็จ แต่ทุกๆความสำเร็จล้วนมาจากความพยายาม”

My Experience

diploma available for jobless Pakistan

Diploma for Pakistani jobless any field available

 

ELECTRICAL, MECHANICAL, EXPERIENCED BASED 1 OR 2 YEAR DIPLOMA AVAILABLE FOR PAKISTANIS CIVIL, ELECTRONICS, And TECHNICAL EXPERTS.

http://joborienteddiploma.blogspot.com/ 5,715 more words