Tags » Kansai

[Eat] Japan, Osaka- Béchamel Café

This cafe was introduce by my Japanese friend when we were shopping along Umeda and i was craving for dessert. So, she asked me if i have tried before “Creamia” i thought it was a cafe name at first but she told me it was an ice cream, i am like oh,okay! 224 more words

Travel

Autumn in Japan - When do trees turn colors

When do trees turn colors, autumn leaves can be viewed somewhere in the country for nearly three months!
The season starts around mid September in the highest mountains of Hokkaido and then gradually moves into lower elevations and more southern latitudes until reaching Tokyo and Kyoto in the second half of November. 73 more words

Japan

One day trip in Kyoto ตามรอยชินเซ็นกุมิฉบับเร่งรัด

ตั้งแต่เข้าเดือนเมษามานี่ชีวิตยุ่งเหยิงมาก ทั้งย้ายที่อยู่ ทั้งกลับมาใช้ชีวิตนักเรียนอีกครั้ง ทั้งพาคนนั้นคนนี้เที่ยว ไหนจะต้องปั่นงานที่คั่งค้างสารพัด ฯลฯ

แต่เมื่อรู้ข่าวว่าไชน์นิ่งสโตร์ของอุตะปุริจะเปิดที่อนิเมทเกียวโตช่วงปลายเดือน จิตวิญญาณปริ๊นเซสในร่างมันก็สั่งเราว่า จงโยนงานแล้วพุ่งไปช็อปปิ้งซะดีๆ! (ประโยคนี้เจ้านายทุกท่านไม่เห็น)

ด้วยเหตุนี้เราจึงพุ่งไปเกียวโตโดยมีจุดประสงค์หลักคือไชน์นิ่งสโตร์ ส่วนจุดประสงค์รองคือเดินเล่นกินลมชมวิวในเกียวโต โดยสิ่งที่เราเตรียมไปสำหรับการเดินเล่นในคราวนี้คือ…

ไกด์บุ๊กสำหรับเดินทางจาริกแสวงบุญตามสถานที่สำคัญในฮาคุโอคิ!!

เล่มนี้สนนราคา 1,337 เยน เนื้อหาด้านในแนะนำสถานที่ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับชินเซ็นกุมิในเรื่องฮาคุโอคิโดยไล่ตั้งแต่สถานที่ในเกียวโตยันฮาโกดาเตะ มีภาพสถานที่จริงพร้อมตัดซีจีในเกมมาเทียบให้เสร็จสรรพ แต่หน้าที่เด็ดที่สุดจริงๆ คือพินอัพรูปเดียวกับหน้าปกแต่เปลี่ยนฉากหลังเป็นซากุระ โอคิตะซังโหล่วววววววววววววว (≧д≦)

ได้หนังสือเล่มนี้มาครอบครองแล้วก็พลิกดูผ่านๆ หนึ่งที จบ ไม่มีการอ่านล่วงหน้าใดๆ ทั้งสิ้น กะจะถือหนังสือไปตายเอาดาบหน้า (ก๊าก)

อันที่จริงถ้ามีเวลาเยอะๆ ควรจะค่อยๆ อ่าน ค่อยๆ ศึกษาความเป็นมาเกี่ยวกับแต่ละแห่งแล้ววางแผนเส้นทางดีๆ น่าจะเที่ยวได้หลายที่และอินกับทุกที่มากกว่า เพราะในหนังสือไม่มีการแนะนำเส้นทางให้ แค่บอกว่าแต่ละแห่งอยู่แถวสถานีไหนบ้าง สำคัญยังไงบ้าง และแปะรูปผู้ชายพอหอมปากหอมคอ (มันคุ้มตรงประการหลังสุดนี่แหละ!) แต่เราได้ไกด์บุ๊กมาแบบเร่งด่วนไปหน่อยเลยไม่ทันได้วางแผนเส้นทาง สักวันคงได้ไปอีกรอบแหงๆ รอบนี้คิดซะว่าไปเซอร์เวย์ (-v-;)

วันเดย์ทริปรอบนี้เราเริ่มจากนั่งรถไฟสายฮันคิวไปลงสถานีคาวาระมาจิแล้วพุ่งไปอนิเมทเกียวโตเป็นอันดับแรก จากนั้นก็ช็อปปิ้งในไชน์นิ่งสโตร์เสร็จอย่างรวดเร็วเพราะไชน์นิ่งสโตร์สาขานี้เล็กมากกกกก เทียบกับที่ไทยแล้วรู้สึกว่าของไทยดูอลังการงานสร้างขึ้นมาทันที แถมที่นี่ยังของหมดไปเยอะพอสมควร ไม่มีของชิ้นไหนที่เหลือครบทั้ง 11 คนเลย

ช็อปปิ้งเสร็จก็เริ่มกางไกด์บุ๊กงมหาที่ไป ดูแผนที่แล้วเห็นว่าอิเคดะยะ (池田屋) อยู่ใกล้ๆ แถวนั้นในระยะเดินถึงก็เลยเดินไปที่นั่นเป็นที่แรก

ระหว่างทางเดินไปอิเคดะยะแอบงงเล็กน้อยเพราะมันมีซอยเล็กซอยน้อยเยอะเหลือเกิน เดินแล้วไม่ค่อยแน่ใจว่าเดินเลยถนนเส้นที่มีร้านไปแล้วรึยัง สุดท้ายเลยเดินหาสะพานซังโจก่อน เพราะดูในแผนที่แล้วอิเคดะยะตั้งอยู่บนถนนเส้นเดียวกับสะพานซังโจ

พอเจอสะพานก็หาอิเคดะยะเจออย่างง่ายดาย เพราะร้านอยู่ใกล้ๆ กับสะพานเลย

อิเคดะยะเป็นที่ซึ่งน่าจะเรียกได้ว่าเป็นสถานที่เดบิวท์(?)ของชินเซ็นกุมิ คือถ้าพูดถึงวีรกรรมเด็ดๆ ของชินเซ็นกุมิแล้ว ส่วนใหญ่ก็น่าจะนึกถึงอิเคดะยะกันทั้งนั้น แต่เนื่องจากบล็อกนี้ไม่เน้นสาระ เน้นกรี๊ดผู้ชาย ดังนั้นเราจะข้ามเรื่องความสำคัญของอิเคดะยะไปเลย เฮฮฮฮฮ \(^o^)/

อิเคดะยะสมัยโน้นนนนเป็นโรงเตี๊ยม ส่วนตอนนี้กลายมาเป็นสาขาของร้านอาหารชื่อฮานะโนะไม ซึ่งความรู้สึกเมื่อแรกเห็นก็คือ ดูเป็นร้านธรรมด๊าธรรมดา ไม่ค่อยให้บรรยากาศโรงเตี๊ยมในประวัติศาสตร์เลย

จนกระทั่งเราเดินไปดูป้ายหน้าร้านเท่านั้นแหละ……………

หื้มมมมมมมมมมม ข้างล่าง!!!!!! ข้างล่างนั่นมัน!!!!!!!!

ผู้ชายกลุ่มเดียวกับในไกด์บุ๊กของเราเลยนี่นาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!!!!!

ไกด์บุ๊กฮาคุโอคิได้นำทางเรามาพบพานกับฮาเร็มที่อิเคดะยะ โอ้วว้าว ไกด์บุ๊กเล่มนี้ใช้ได้เลยนะเนี่ย (ณ จุดนี้หันไปโฟกัสผู้ชายเต็มที่แล้ว ความสำคัญทางประวัติศาสตร์อะไรไม่สนแล้ว 5555555555555)

ที่จริงตอนเดินหาร้านก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องมีกิจกรรมอะไรที่นี่ แค่อยากมาเห็นอิเคดะยะด้วยตาตัวเอง (ทั้งๆ ที่สภาพมันก็ไม่น่าจะเหมือนกับเมื่อก่อนแล้ว) แต่พอเห็นป้ายหน้าร้านโฆษณาว่ามีเมนูฮาคุโอคิปุ๊บ โอเค เดินเข้าทันที สวัสดีหนุ่มๆ ชินเซ็นทั้งหลายยยย (≧∀≦)

เข้าไปแล้วจะเจอทางลงไปใต้ดิน ซึ่งมองไปทางไหนก็มีฮาคุโอคิเต็มไปหมด (*0*)

ชอบรูปเซ็ทที่แปะข้างฝาตรงนี้มากกกก โฮววววววว เซ็ทนี้ทุกคนหล่อมากกกกกกกก (ขนาดนางเอกยังหล่อเลย) บนรูปมีลายเซ็นนักพากย์ด้วย ตอนแรกไม่ค่อยแน่ใจว่าเป็นลายเซ็นนักพากย์หรือแคสต์บุไต แต่พอเห็นลายเซ็นโทริซังกับโมริคุโบะซังแล้วถึงมั่นใจเพราะจำลายเซ็นสองคนนี้ได้

พอเดินลงไปข้างล่างก็ยังเจอฮาคุโอคิเต็มไปหมดอีกเช่นกัน คราวนี้มาเป็นชั้นวางสุดยิ่งใหญ่ ดิสเพลย์ตรงนี้มีทั้งทีวงทีวี นิยาย ฟิกเกอร์ เข็มกลัด แฟ้ม ชุดโอคิตะซัง ฯลฯ

(ว่าแต่ทำไมถึงเป็นชุดโอคิตะเหรอ? พระเอกก็ไม่ใช่ ทำไมเกินหน้าเกินตา?)

นี่เราไม่ได้คาดหวังว่าอิเคดะยะอันลือลั่นจะกลายมาเป็นสถานที่โอตาคุขนาดนี้เลยนะ….. แต่ก็ดีแล้ว แค่เดินเข้ามาเจอสภาพนี้ก็รู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน (หืม?)

ลงบันไดมาใต้ดินแล้วก็รอแป๊บนึงก่อนที่พนักงานจะพาไปที่โต๊ะ ตอนนั้นในร้านไม่มีโต๊ะอื่นเลย เงียบสงัดมากกกกกก แต่ตอนเราเดินเข้าร้านมีคุณลุงเดินสวนออกไปคนนึง ตอนแรกก็ไม่คิดอะไรมาก แต่พอเข้ามาเห็นบรรยากาศในร้านแล้วสงสัยเลยว่าลุงรู้สึกยังไงกับการมากินข้าวในร้านที่มีฮาคุโอคิทุกตารางเมตรแบบนี้คะ?? (เอ๊ะ? หรือบางทีลุงอาจจะเป็นติ่งฮาคุโอคิ?)

ตามทางเดินในร้านจะแปะป้ายโฆษณาทั้งเกม ทั้งบุไต แถมยังมีการ์ดหนุ่มๆ ใส่กรอบติดผนังเรียงราย โอ้โห๊ นี่หรืออิเคดะยะที่ชินเซ็นกุมิเคยมาปราบคนร้าย ปัจจุบันมีผู้ชายสองมิติเต็มไปโม้ดดดดดดด

และในส่วนของโต๊ะสำหรับนั่งรับประทานอาหารนั้น ผู้มาเยือนอิเคดะยะจะได้รับสิทธิ์กินไปพลางดื่มด่ำกับหนุ่มๆ ที่แปะอยู่ข้างๆ ไปด้วย ว้าวววววว อิเคดะยะเจ๋งโคตรรรรร!!!!!!

ตั้งแต่เห็นป้ายหน้าร้านจนถึงจุดนี้ บทสนทนาระหว่างเรากับจ.ซัง (นามสมมติ) คือ “เฮ้ยยยยย ดีอะะะะะ” “เฮ้ยยยย เจ๋งอะะะะะะ” “เฮ้ยยยยยยยยย” “เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย” เรียกได้ว่าอยู่ในสภาวะพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเพราะไม่รู้มาก่อนว่าข้างในมันมีอะไรแบบนี้ 5555555555

พอนั่งโต๊ะและตั้งสติได้แล้วก็ได้เวลาดูเมนู

เมนูอาหารกลางวันของร้านนี้ใช้ชื่อเมนูเป็นชื่อคนในชินเซ็นกุมิ ตอนก่อนสั่งเลยคุยกันว่าเวลาสั่งต้องสั่งยังไงนะ? สมมติสั่งไซโตฮาจิเมะต้องสั่งว่า ขอไซโตฮาจิเมะหนึ่งคน ด้วยรึเปล่า?? (เกิดทำจริงขึ้นมาพนักงานคงทำหน้าเอือมใส่ หรือไม่พนักงานก็อาจจะเจออะไรแบบนี้จนชินแล้ว…)

ส่วนเมนูเครื่องดื่มฮาคุโอคิจะมีทั้งแบบค็อกเทลมีแอลกอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์

ลังเลอยู่นานว่าจะสั่งอะไรดี แล้วสุดท้ายเราก็สั่งค็อกเทลแบบไม่มีแอลกอฮอล์ของตัวละครในภาคใหม่ที่ cv: มิยาโนะ มาโมรุ ซึ่งที่จริงจำชื่อตัวละครไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่เผอิญแพ้ทางคนพากย์ (แล้วการแพ้ทางคนพากย์มันเกี่ยวอะไรกับการเลือกเครื่องดื่มเนี่ย ที่จริงก็ไม่เกี่ยวป้ะ 5555555555)

ส่วนจ.ซังสั่งเมนูของโอคิตะ พอพนักงานมาเสิร์ฟน้ำก็แจกที่รองแก้วตรงตามตัวละครที่สั่งไปให้ด้วย ตอนแรกนึกว่าจะแจกแบบสุ่มซะอีก ดีจังที่แจกแบบนี้ (≧ω≦)

น้ำที่เราสั่งมาเป็นไลม์เบสผสมโทนิกวอเตอร์ รสชาติเปรี้ยวๆ เจือรสหวานนิดนึง ไม่ถึงกับอร่อยเป็นพิเศษ แต่ดื่มด้วยฟิลเตอร์ติ่งแล้วอิ่มอกอิ่มใจ (นี่ขนาดเป็นเมนูของตัวละครที่จำชื่อไม่ได้นะเนี่ย……)

ทางด้านเมนูของคาว จ.ซังสั่งเมนูโอคิตะอีกเช่นเคย มีจุดยืนชัดเจนมาก! ในขณะที่เราสั่งเมนูไซโตซัง โอ๊ย ทำไมสั่งได้สะเปะสะปะขนาดนี้ ที่จริงเราก็เมนโอคิตะนะ 55555555555555 (แต่เราเป็นพวกเข้าคาเฟ่หรือร้านแนวนี้ทีไรจะสั่งของที่อยากกินมากกว่าเลือกจากตัวละครอยู่แล้ว ทรยศเมนจนเป็นเรื่องปกติธรรมดา)

อาหารกลางวันโอคิตะซังเป็นเซ็ทเท็มปุระผัก

ส่วนของไซโตซังเป็นอุด้งกับข้าวหน้าทะเล อุด้งอร่อยยยยย (≧ω≦)

ที่จริงมันเหมือนจะมีเมนูที่มีเฉพาะสาขาอิเคดะยะอยู่ด้วย แต่ตอนสั่งอาหารพนักงานไม่ได้หยิบเมนูนั้นมาให้ เพิ่งมาเห็นอีกทีตอนกินเสร็จแล้วออกมาดูป้ายนอกร้าน (ก่อนเข้าร้านก็ดูแล้วรอบนึงนะ แต่ตอนนั้นไม่ค่อยมีสติ…..) ด้วยเหตุนี้เลยอดกินเมนูนั้นซึ่งน่าจะได้การ์ดเป็นของแถม แป่ววววว

ตอนกินเสร็จแล้วจะเดินมาจ่ายตังค์หน้าร้านก็โอ้เอ้ไม่ยอมออกจากร้านกันเพราะมันมีอะไรให้ดูเยอะแยะดี (ยืนดูหนุ่มๆ ตรงบันไดขึ้นลงใต้ดินกันนานมาก 555555555555) พอเดินขึ้นไปชั้นสองก็เจอชินเซ็นกุมิแบบปกติธรรมดา มีหุ่นจำลองฉากต่อสู้ในอิเคดะยะให้ดูด้วยนะ! (แต่เราว่ามันแอบหลอนพิกล)

และมุมที่ใครเป็นติ่งโทเค็นรันบุมาเห็นจะต้องกรี๊ดมาก คือมุมแขวนดาบ!

ดาบสามเล่มตรงนั้นประกอบด้วยน้องคะชู คาเนะซัง และนากาโซเนะโคเทตสึ แต่เราไม่อินกับดาบเท่าไหร่ก็เลยยืนดูแล้วก็ อืมๆ ว้าวๆ น้องคะชู จบ

ก่อนออกจากร้านสังเกตอีกอย่างคือป้ายตรงปุ่มกดเรียกพนักงานก็เป็นโอคิตะ ร้านนี้ดูจะนิยมโอคิตะซังเป็นพิเศษนะ 555555555555

โมเมนต์ที่เดินออกจากร้านนี่รู้สึกมิชชั่นคอมพลีตมาก พึงพอใจกับการมาเกียวโตรอบนี้แล้ว (*´∀`*) แต่ไหนๆ ก็มาแล้วทั้งที จะกินผู้ชายข้าวเสร็จแล้วกลับเลยก็กระไรอยู่ ไปแวะตามรอยชินเซ็นอีกนิดหน่อยละกัน

ว่าแล้วก็นั่งรถไฟไปสถานีโอมิยะ เพื่อไปยางิเท (八木邸) กับมิบุเดระ (壬生寺) ซึ่งสองที่นี้จะอยู่ติดๆ กัน แต่เราเดินไปเจอยางิเทก่อน ไปถึงก็เจอลุงคนนึงยืนเฝ้าด้านหน้าแล้วบอกว่าที่นี่คือยางิเทนะ ถ้าจะไปมิบุเดระต้องเดินไปอีกนะ (สงสัยท่าทางเรางงๆ กับชีวิต ลุงเลยช่วยบอกไว้ก่อนเผื่อเราเข้าผิดที่) 

ยางิเทคือที่ทำการแห่งแรกของชินเซ็นกุมิ เป็นจุดกำเนิดของชินเซ็นกุมิ และเป็นฉากในฮาคุโอคิเยอะมากกกกก ส่วนอิเคดะยะนั่นเป็นจุดที่ทำให้ชินเซ็นกุมิเริ่มมีชื่อเสียง

ที่นี่ต้องเสียค่าเข้าพันเยน เข้าไปด้านในแล้วห้ามถ่ายรูป ข้างในเป็นบ้านเก่าๆ ซึ่งถ้าให้เดินวนเองเฉยๆ เดินแค่สามนาทีก็รอบแล้ว

แต่งานนี้ลุงที่เฝ้าด้านหน้าจะมาเลคเชอร์ให้ฟังด้วย พันเยนที่จ่ายไปน่าจะเป็นส่วนแบ่งของลุงประมาณเก้าร้อยเยน เพราะลุงเลคเชอร์ให้ฟังยาวมากกกกกกกกกกกกกกกกกก ลุงเล่าให้ฟังตั้งแต่จุดกำเนิดของชินเซ็นกุมิยันฉากฆาตกรรมเซริซาวะ คาโมะ ระหว่างเล่าก็จะมีการหยิบกระดาษเขียนชื่อคนขึ้นมาประกอบการเล่าด้วย (ตอนลุงหยิบแผ่นที่มีชื่อโอคิตะซังขึ้นมานี่แอบกรี๊ดในใจเยอะมาก 555555555555) ตอนเล่าฉากฆาตกรรมเซริซาวะ ลุงเล่าแล้วมีการทำท่าบอกว่า เซริซาวะนอนในห้องนี้ ตรงนี้นะ คือละเอียดและเห็นภาพชัดเจนดีมาก /ปรบมือให้ลุง

ฟังเลคเชอร์เสร็จลุงก็พาเดินดูห้องอื่นๆ ในบ้านพร้อมอธิบายไปด้วย ลุงพาทัวร์เสร็จแล้วก็ต้อนคนที่เข้ามาฟังเลคเชอร์ทีหลังให้ไปฟังใหม่อีกรอบ ไม่รู้วันนึงลุงต้องเลคเชอร์กี่รอบ โอสึคาเระนะคะคุณลุง

ส่วนเราและจ.ซังออกจากยางิเทแล้วก็มานั่งกินขนมและชาในร้านที่อยู่ติดกัน เซ็ทขนมนี่รวมอยู่ในค่าตั๋วด้วย ไฮไลท์ของการกินขนมคือ ร้านขนมร้านนี้ตั้งอยู่ในบ้าน(?)หลังที่เคยเป็นที่อยู่ของพวกโอคิตะซังมาก่อน!! แต่ถ้าคุณลุงไม่บอกก็คงไม่รู้เรื่องนี้ เพราะปัจจุบันมันกลายสภาพเป็นร้านขนมและสินค้าเกี่ยวกับชินเซ็นกุมิไปแล้ว

ถัดจากยางิเทก็ไปหาคนโดซังที่มิบุเดระต่อ

ในมิบุเดระจะมีโซนนึงที่ต้องเสียค่าเข้าร้อยเยน เข้าไปแล้วจะเจอรูปปั้นคนโดซังตั้งตระหง่านอยู่ด้านใน ข้างๆ มีหลุมศพอยู่นิดหน่อย แต่ไม่ได้อ่านป้ายเลยไม่รู้ว่าตกลงมีหลุมศพใครบ้าง……

ไฮไลท์ของบริเวณนี้คือ ป้ายขอพร!! ด้านข้างรูปปั้นคนโดซังจะมีที่สำหรับแขวนป้ายขอพรอยู่ ซึ่งป้ายแต่ละแผ่นที่แขวนอยู่ที่นี่จัดเต็มกันมาก ดูเพลินมาก

เห็นป้ายเหล่านี้แล้วก็ตระหนักว่า 90% ของคนที่มาที่นี่คือมาทำกิจกรรมติ่งสินะ…..

ออกจากยางิเทเราก็ไม่ได้แวะไปที่ไหนอีก เป็นการตามรอยชินเซ็นที่เร่งรัดมาก นับๆ ดูแล้วก็มีแค่อิเคดะยะ สะพานซังโจ ยางิเท มิบุเดระ หมดแล้ว….. ที่จริงแล้วในเกียวโตยังมีที่สำหรับตามรอยชินเซ็นอีกเยอะมากกกกกก อย่างที่บอกตอนแรกนั่นแหละว่าก่อนเที่ยวควรวางแผนเส้นทางให้ดีๆ เพราะใช่ว่าทุกสถานที่จะอยู่ติดๆ กันหมด

แต่สำหรับเรา วันเดย์ทริปคราวนี้แค่อิเคดะยะที่เดียวก็ฟินมากแล้ว (////ー////) โชคดีมากที่ไปแบบไม่ได้หาข้อมูลใดๆ มาก่อนแล้วดันไปตอนที่ร้านคอลลาโบะกับฮาคุโอคิพอดี (แต่ไปหาอ่านๆ มาเห็นว่าปกติถึงจะไม่คอลลาโบะก็มีกู๊ดส์ฮาคุโอคิประดับอยู่นิดหน่อยอยู่แล้วด้วยนะ) 

เดี๋ยวฮาคุโอคิชินไคแผ่นสองออกเมื่อไหร่เจอกันแน่ค่ะโอคิตะซัง! (และ ตัวละครใหม่ที่ cv: มิยาโนะ มาโมรุ ซัง!)

[See, Eat] Japan, Osaka- Kuromon Ichiba Market 黒門市場

Craving for some raw seafood/ delicious cuisine in Osaka ?

Head down to Kuromon Ichiba market~ If you don’t like to eat seafood there are other cuisine too~! 209 more words

Travel

Kansai trip: Nara

Though we only spent an afternoon there, Nara was a huge highlight of our Kansai trip. We visited Tōdai-ji (東大寺), the most monumental temple we’ve ever seen. 334 more words

Japan

Sakura Hunting in Kansai (Part 3)

As the train entered the outskirts of the city, I slowly opened my eyes after having dozed off. Half asleep, I looked out the window; a sea of city lights met the dark night sky. 596 more words

Trips Outside Of Tokyo