Tags » Rotg » Page 2

[ROTG] :: Promise and kiss

Title : Promise and kiss

Pairing : Jack Frost / Bunny

Note : จากเรื่อง Rise of the Guardians ค่ะ เป็นตอนแจ็คยังเป็นเด็กน้อย ฟฟฟฟ กับงานอีสเตอร์ของเขา

Talk : เรื่องนี้เป็นแจ็คบันนี่นะคะะะ ย้ำว่าแจ็คบันนี่ค่ะ ใครเชียร์บันนี่ฟรอสต์ก็อาจจะพออ่านได้นิดหน่อยล่ะมั้ง แต่ว่าเราชอบแจ็คบันนี่มากกว่า ตัวเรื่องอาจจะค่อนไปทางแจ็คบันนี่นิดหน่อยย เพิ่งมาย้อนดูอีกทีก็เกินไฟอันแรงกล้าแต่งขึ้นมาเลยย หวังว่าจะได้แต่งอีกเหมือนกันค่ะ พอมาลองนั่งแต่งคู่นี้ก็รู้สึกอย่างบอกไม่ถูก(ฮา) หวังว่าจะชอบกันนะคะ อ่านให้สนุกเนอะ

Twitter : @AssNichar

______________________________________________________________

“อะไร?” เจ้ากระต่ายตัวโตที่ใหญ่เกินกว่าคนทั่วไปจะมองว่ากระต่ายได้เลิกคิ้วขึ้นเมื่อในวันพักผ่อนของคริสต์มาสปีนี้ซานต้าครอสมาเยือนเขาอีกแล้ว ซึ่งปกติพ่อตัวโตแสนใจดีคนนี้จะไม่ค่อยมาเยี่ยมเยือนกันถึงที่ ต่อให้มีปัญหาสำคัญก็จะส่งสัญญาณมาเอง

“มีเด็กเขียนถึงกระต่ายอีสเตอร์น่ะ เขาขอของขวัญวันคริสต์มาสกับซานต้าครอสคือให้ส่งจดหมายนี้ให้คุณกระต่ายอีสเตอร์” มือใหญ่ๆล้วงเข้าไปในถุงสีแดงใบใหญ่ที่เคยใส่ของขวัญให้เด็กทุกคนเรียบร้อยจนตอนนี้มันเหลือเพียงแค่จดหมายของเด็กน้อยถึงคุณกระต่ายอีสเตอร์เท่านั้น “แปลกคนจริงๆ แต่เขาน่ารักดีนะ”

“คงอย่างนั้น” บันนี่หยักไหล่แล้วก้มลงมองหน้าจ่าซองจดหมายที่เป็นลายมือดินสอหยึกหยักไปมาเหมือนเด็กเพิ่งหัดเขียนหนังสือใหม่ๆ ‘ถึง คุณกระต่ายอีสเตอร์ที่รัก’ พร้อมมุมล่างขวาที่ภาพกระต่ายกับไข่ที่พยายามบรรจงวาดตามฝีมือของเด็กน้อยก็ดูน่ารักไม่เบา และกระต่ายที่เคยแสดงสีหน้าเข้มขรึมอยู่เรื่อยๆตอนนี้กลับมีรอยยิ้มอ่อนโยนจนคาดไม่ถึง “ขอบคุณ…”

เขาเงยหน้าขึ้นไปเพื่อขอบคุณสำหรับการส่งจดหมายแต่ปรากฏเพียงพื้นที่ว่างเปล่าของที่ที่เคยเรียงรายไข่เอาไว้นับร้อยนับพันเท่านั้น เพื่อความเป็นส่วนตัวบันนี่ตัดสินใจเดินวิ่งสี่ขาไปที่ทุ่งหญ้าเขียวขจีที่มีลำธารสีไหลไปอยู่ตลอดเวลา มันคงเป็นสถานที่ที่พวกไข่จะไม่มารบกวนเขาสักเท่าไหร่เพราะช่วงนี้ยังไม่ถึงเทศกาลอีสเตอร์ นิ้วใหญ่ๆแกะซองจดหมายออกอย่างระมัดระวัง

‘คุณกระต่ายอีสเตอร์ ผมขอให้ซานต้าส่งจดหมายนี้ถึงคุณ น้องของผมกับผมรู้สึกขอบคุณมากสำหรับเทศกาลอีสเตอร์ที่สนุกขนาดนี้ ผมอยากจะเขียนมันถึงคุณมานานแต่ถ้าไม่ใช่ซานต้าผมก็ไม่รู้ว่าควรจะฝากใครส่งไปดี น้องผมเป็นคนเขียนจ่าหน้าซองเอง เธอรักกระต่ายมากๆและชอบเทศกาลอีสเตอร์เป็นพิเศษ ผมอยากจะเจอคุณสักครั้งถ้าเป็นไปได้ ผมจะแนบที่อยู่เอาไว้ในซอง

อย่าลืมเรานะครับ

รักคุณกระต่ายอีสเตอร์ที่สุด

แจ็ค’

ตั้งแต่ทำงานเป็นผู้พิทักษ์หลายปีไม่เคยมีเด็กคนไหนคิดจะฝากซานต้าครอสมาส่งจดหมายให้กระต่ายอีสเตอร์อย่างบันนี่มาก่อน มันจึงทำให้เขาดีใจเอามากๆ เด็กจำนวนมากทั่วโลกล้วนเชื่อในวันอีสเตอร์แต่จดหมายฉบับนี้ก็เป็นแรงผลักดันที่ดีอย่างยิ่งในการที่จะทำงานเช่นนี้ต่อไป บันนี่รู้สึกมีความสุขเหมือนเขาได้เห็นเด็กๆเฝ้ารอวันอีสเตอร์ไม่มีผิด

“เจ้าดูอารมณ์ดีนะ” นางฟ้าฟันน้ำนมบินลงมายืนอยู่ข้างๆที่บันนี่นั่ง “ยังไม่ถึงอีสเตอร์นี่”

“มีเด็กส่งมันมาหาข้า เขาส่งมาขอบคุณสำหรับเทศกาลอีสเตอร์แล้วก็อยากเจอกระต่ายอีสเตอร์ตัวเป็นๆเลยฝากซานต้าส่งมา” บันนี่ยันแขนไปกับพื้นหญ้านุ่มเพื่อเอนตัวลงไปเล็กน้อยก่อนจะยื่นจดหมายที่เพิ่งอ่านเสร็จกับซองไปให้เธอ

“เขาต้องน่ารักมากแน่ๆ นี่มันวิเศษมาก เจ้าจะไปเจอเขารึเปล่า” ปีกสวยขยับถี่รัวยิ่งขึ้น ดวงตาสีสดใสเป็นประกายอย่างตื่นเต้นกับคำตอบที่จะได้รับ “ถ้าเจ้าไปหาเขารับรองว่าพวกเขาต้องมีเป็นเด็กที่มีความสุขมากแน่ๆ ข้ารับรอง”

“…ไม่รู้สิ แต่..ใช่ มันวิเศษมาก บางทีข้าอาจจะลองคิดดูก่อน” ใบหน้านางฟ้าฟันน้ำนมที่แสดงออกมาว่าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัดทำให้บันนี่ต้องรีบแก้ต่าง “เดี๋ยวสิ ทูธ ข้ายังไม่ได้พูดเลยว่าจะไม่ไปหาเขา”

“พวกเขารักเจ้ามากนะ บันนี่ เชื่อข้าสิ เขาต้องดีใจมากแน่ๆและเขาต้องไม่มีทางหยุดเชื่อในอีสเตอร์..” ทูธเอื้อมมือมาลูบบนขนนุ่มของกระต่ายถือตัว ทูธรู้ดีว่าลึกๆแล้วบันนี่ดีใจจนแทบอยากจะกระโดดแล้ววิ่งสี่ขาไปรอบๆเหมือนได้แครอทกองโตมาวางอยู่ตรงหน้าไม่มีผิด แต่คงเพราะบันนี่ยังคงเป็นบันนี่ บางครั้งเจ้าตัวก็ชอบที่จะไม่ให้คนอื่นรู้มากกว่าว่าตัวเองดีใจกับเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ขนาดไหน

“เจ้าไปเถอะน่า นางฟ้าฟันน้ำนมตัวน้อยๆคงทำงานกันให้วุ่นแล้ว นี่ก็ค่ำแล้วนี่” บันนี่เอ่ยเชิงไล่ซึ่งทูธก็ได้แต่ยิ้มๆให้แล้วค่อยบินจากไป

บันนี่ล้มตัวลงนอนบนหญ้าแล้วพลิกตัวไปมาเพียงแค่นึกถึงข้อความในจดหมายที่เด็กสองคนร่วมใจช่วยกันเขียนและส่งมาถึงเขา หัวใจข้างในก็เหมือนได้กระโดดโลดเต้นมาไม่มีผิด มันแทบไม่ลดความถี่ลงเลย คงเพราะว่าเขากำลังดีใจมากแน่ๆ บันนี่คิดว่าเวลาที่เหมาะสมสำหรับการพบกันของทั้งสองคนคงเป็นช่วงวันอีสเตอร์ เพียงนึกเท่านี้บันนี่ก็แทบอดใจรอวันอีสเตอร์ไม่ไหวแล้ว

วันอีสเตอร์คือวันที่บันนี่รักที่สุดและช่วงเวลาก่อนหน้านั้นไม่กี่วันค่อนข้างน่าตื่นเต้น แต่ในครั้งนี้คงเป็นวันอีสเตอร์ที่บันนี่อยากให้มาถึงเร็วที่สุด

บันนี่พยายามทำไข่ทุกใบให้วิเศษที่สุดต้อนรับอีสเตอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาได้ทำไข่พิเศษสุดๆสำหรับสองพี่น้องที่ตั้งใจเขียนจดหมายมาให้เขา และหวังไว้ว่าไข่ใบพิเศษนี้จะถูกส่งมอบไปให้ทั้งสองพี่น้องตามที่อยู่ตามคำขอด้วยตัวของเขาเอง เมื่อทุกอย่างเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว บันนี่จึงแบกตะกร้าที่เต็มไปด้วยไข่แสนน่ารักจำนวนมาก

เท้าใหญ่ๆของบันนี่ยกขึ้นกระทบพื้นอยู่สองครั้งก็เกิดเป็นหลุมขนาดพอเหมาะ เขาจึงกระโดดตัวลงไปเพื่อตามไปวางไข่เอาไว้ในที่ต่างๆยามค่ำคืนนี้ สถานที่จำนวนมากมายบนโลกที่มีเทศกาลอีสเตอร์ถูกบันนี่เอาไปแอบวางเอาไว้ตามที่ต่างๆเพื่อให้มันพร้อมสำหรับเช้าวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันอีสเตอร์จริงๆ

และบันนี่ไม่ลืมที่จะแวะไปแอบดูสองพี่น้องที่ส่งจดหมายมาให้เขาถึงที่ เพื่อที่วันพรุ่งนี้เขาจะนำไข่อีสเตอร์มามอบให้กับทั้งคู่ได้อย่างไม่ผิดคน บันนี่หวังเป็นที่สุดว่าทั้งคู่จะประทับใจไข่ที่เขาตั้งใจทำให้เป็นพิเศษนี้

“ชู่ ชู่ ชู่ว์… เบาหน่อยเพื่อน” กระต่ายตัวโตตื่นตูมทันทีที่เห็นมนุษย์ทรายเข้ามาแอบดูด้วยอยู่ข้างๆ บันนี่ค่อนข้างกังวลว่าเด็กชายตัวน้อยที่นอนหลับปุ๋ยอยู่จะลืมตาตื่นขึ้นมาจากฝันดีที่มนุษย์ทรายตั้งใจทำเอาไว้ ดูจากสีหน้าอ่อนวัยนั้นคงเดาได้ไม่อยากว่ากำลังมีความสุขกับฝันดีนั้น

ทรายเป็นรูปเด็กผู้ชายบนเตียงปรากฏขึ้นพร้อมกับรูปจดหมายก็ทำให้ทราบได้ว่าเจ้าตัวต้องการสื่อถึงอะไร “ใช่ๆๆ เขานั่นแหล่ะที่ส่งจดหมายมาหาข้า แต่..เจ้ารู้ได้ยังไง แซนดี้”

แซนดี้เผยยิ้มกว้างอันสดใสที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวก่อนจะสร้างทรายให้เป็นรูปทูธขึ้นมาบนหัวทำให้บันนี่ถอนหายใจอย่างไม่แปลกใจเลยที่ทูธจะเอาเรื่องจดหมายนั่นไปพูดให้แซนดี้ฟัง ซึ่งมันก็คงไม่ผิดเพราะเขาก็เป็นหนึ่งในผู้พิทักษ์เช่นกัน จะให้ทุกคนรู้เว้นแต่แซนดี้ก็คงจะใจร้ายเกินไปหน่อย

“พรุ่งนี้ข้าจะมาพบเขาแล้วให้มันกับเขาแล้วก็น้อง” บันนี่หยิบไข่ที่ถูกแนบเอาติดตัวมาด้วยให้กับแซนดี้ดู ซึ่งแซนดี้ก็ไม่ได้สร้างทรายรูปใดออกมาให้เห็น เจ้าตัวเพียงแค่ทำสีหน้าตื่นตาตื่นใจราวกับต้องการบอกว่ามันสวยและวิเศษมาก “ไปก่อนล่ะ รอให้ถึงพรุ่งนี้ไม่ไหวแล้ว”

“แจ็ค….” เด็กหญิงตัวน้อยมีใบหน้าเศร้าเผยออกมาอย่างเห็นได้ชัด เธอมองพี่ชายของตัวเองด้วยสายตาอ้อนวอนปะปนกับความเสียใจ จนทำให้เด็กชายตัวเล็กที่ดีใจกับวันอีสเตอร์จนรีบตื่นแต่เช้าพร้อมเตรียมตะกร้าไปด้วยต้องเดินย้อนกลับมาหาผู้เป็นน้องสาว “หนู..ไม่อยากไม่สบายในวันอีสเตอร์เลย”

“ไม่ต้องห่วง! พี่จะไปหาไข่มาเผื่อเองตกลงไหม แล้วจะเอาไข่กลับมาที่บ้านแล้วเก็บมันไว้จนกว่าน้องจะหายดี แล้วเรามาเล่นกันอีกที่บ้านก็ได้” เด็กชายตัวน้อยที่ก็ยังเด็กไม่ต่างกันพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มเพื่อไม่ให้เจ้าหญิงตัวน้อยของเขาต้องรู้สึกแย่มากไปกว่านี้ มือเล็กๆกำเข้าหากันหลวมพร้อมชูนิ้วก้อยน้อยขึ้นมา “สัญญา”

“….อื้ม สัญญาแล้วนะ..” เธอยกนิ้วก้อยของเธอขึ้นมาเกี่ยวเข้าด้วยกันด้วยรอยยิ้ม “แล้ว..คุณกระต่ายอีสเตอร์จะมาไหมคะ”

“…มาสิ ต้องมาอยู่แล้ว ก็พวกเราช่วยกันเขียนจดหมายไปหาคุณกระต่ายอีสเตอร์แล้วนี่นะ รอได้เลย” แจ็คยอมรับว่าเขาไม่มั่นใจว่ามันจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่อย่างน้อยจดหมายที่เขาใส่ไว้ในถุงเท้าที่หน้าต่างในวันคริสต์มาสเพื่อขอให้ส่งให้กับกระต่ายอีสเตอร์ก็ได้หายไปแล้วจริงๆ แจ็คยังคงเป็นเด็กที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง..เสมอ “พี่ไปก่อนนะ หายไวๆนะ”

“แจ็ค อย่ากลับเย็นนะ ลูก” แม่ตะโกนออกมาจากห้องครัวหลังจากที่ได้ยินเสียงวิ่งตึงตัง

“ครับ!” แจ็ครีบๆสวมรองเท้าผ้าใบตัวเก่งพร้อมถือตะกร้าขนาดกลางออกไปเพื่อตามล่าไข่อีสเตอร์ให้ได้ ไม่ต่างอะไรจากเด็กทุกคนที่ตอนนี้ก็เริ่มออกตามหาไข่อีสเตอร์แล้วเหมือนกัน

การตามหาเป็นไปอย่างราบรื่นตลอดช่วงเช้า แต่แล้วเมื่อมันกำลังผ่านเลยไปในช่วงบ่ายไข่อีสเตอร์ก็เริ่มหายากขึ้นเรื่อยๆ คงเพราะเวลาผ่านไปนานพอสมควรแล้วจึงไม่น่าแปลกเลยที่จำนวนไข่อีสเตอร์จะหลงเหลืออีกเพียงน้อยนิด แต่ไข่ในตะกร้าของแจ็คยังคงมีไม่มากพอตามที่เจ้าตัวหวังเอาไว้

ร่างเล็กของแจ็คเดินออกไปสำรวจตามสนามเด็กเล่นและส่วนเขตกิจกรรมที่จัดเอาไว้สำหรับเด็กๆ ตอนนี้แจ็คพยายามเวียนไปที่งานอีสเตอร์แต่ละแห่งในเมืองเพื่อหวังว่าจะยังพอมีไข่อีสเตอร์หลงเหลืออยู่ เขาเดินไปเรื่อยๆจนแทบจะอ่อนแรงเต็มที จนเหลือที่สุดท้ายของงานกิจกรรมที่เลิกไปแล้วตั้งแต่เที่ยง มันค่อนติดไปทางแนวป่า แจ็ครู้ดีว่าแม่คงไม่ต้องการให้เขาเข้าไปเสียเท่าไหร่ แต่ทั้งหมดนี่เองก็เพื่อน้องของเขา

“ไข่อีสเตอร์!” แจ็คร้องออกมาอย่างดีใจเมื่อมันยังคงหลงเหลืออยู่ แถมเป็นไข่อีสเตอร์ที่สวยงามจนสะดุดตาเสียด้วย แจ็ครีบวิ่งเข้าไปเพื่อจะเก็บมัน แต่โดยไม่รู้ตัวเลยว่าเชือกรองเท้าของเขาหลุด แจ็คเหยียบเชือกรองเท้าตัวเองแล้ววินาทีที่หน้ากำลังจะล้มลงไปกระแทกกับหินที่อยู่ตรงหน้าทุกอย่างก็เหมือนหยุดลง…มันหยุดลงจริงๆ “เอ๋?”

“ระวังหน่อยสิ เจ้าตัวเล็ก เมื่อกี้เกือบหน้าแหกไปแล้วรู้ตัวรึเปล่า” ใช่..เสียงที่ถูกพูดมาจากคนที่ช่วยดึงเสื้อแจ็คเอาไว้ทำให้เขาไปสะดุดล้มลงไป แรงนั้นดึงให้แจ็คกลับมายืนขึ้นตามปกติด้วยหัวใจที่เต้นผิดจังหวะเพราะเกือบนึกว่าตัวเองจะบาดเจ็บหนักจนกลับบ้านไม่ได้แล้ว “คราวหลังน่ะ หัดระวังตัวซะบ้าง เข้าใจนะ”

“ค…ครับ….” แจ็คตอบตกลงแล้วเตรียมจะหันไปขอบคุณแต่เหมือนว่าเงาของผู้ที่ช่วยจะสูงเหลือเกินจนบังตัวเขาจนมิด ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้างเมื่อคนที่ควรจะช่วยเขากลับกลายเป็นสิ่งมีชีวิตร่างยักษ์ที่สูงเอามากๆ เมื่อตาปรับสู่สภาพปกติได้แจ็คจึงเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย “จิง..โจ้?”

“ให้ตายสิ ไร้มารยาทชะมัด บางทีปล่อยให้เจ็บตัวไปเมื่อกี้คงดีกว่า” บันนี่หงุดหงิดขึ้นมาเมื่อเด็กตัวน้อยทำท่าทีตกใจแต่กลับเรียกกระต่ายอย่างเขาว่าจิงโจ้ ซึ่งบันนี่ค่อนข้างมั่นใจว่าเด็กบ้านี่คือแจ็ค…แจ็คมีน้องและเขียนจดหมายถึงคุณกระต่ายอีสเตอร์ แต่แล้วแรงเล็กๆก็มาสวมกอดเอวเล็กๆของเขาเข้าเต็มเหนี่ยว “ฮะ..เฮ้! เป็นอะไรไป”

“ผม…ผมขอโทษ อย่าโกรธผมเลยนะ ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ..” เสียงสะอื้นดังขึ้นมาเบาๆระหว่างที่เจ้าตัวเล็กกำลังซุกกับขนนุ่มของเขา บันนี่ก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กตรงหน้าเขาใกล้จะร้องไห้อยู่แล้ว

“เฮ้..เฮ้..ใจเย็น เจ้าหนู ข้าไม่ได้โกรธเจ้าสักหน่อย” บันนี่ร้องเรียกแล้วปรับน้ำเสียงให้ดูอ่อนโยนมากยิ่งขึ้น ร่างสูงดึงเด็กตัวน้อยออกแล้วจับไหล่เอาไว้ก่อนจะย่อเข่าเพื่อให้อยู่ในระดับเดียวกัน นิ้วของเขายกขึ้นมาปาดน้ำตาให้กับเด็กตัวน้อยอย่างแผ่วเบา “มองข้าสิ แจ็ค…ข้าจะโกรธเจ้าได้ยังไง ถ้าเจ้าเขียนมาบอกว่ารักข้าขนาดนั้นน่ะ”

“ฮึก…คุณคือ…กระต่ายอีสเตอร์เหรอ?” แจ็คสะอื้นไปพร้อมปาดน้ำตาของเขาไปด้วย สีหน้าของเด็กน้อยมีแววแปลกใจอย่างมากที่ได้พบกับกระต่ายอีสเตอร์ตัวเป็นๆ

“บันนี่ ยินดีรับใช้” บันนี่โค้งศีรษะลงก่อนจะระบายยิ้มอ่อนให้กับเด็กตัวน้อยที่เปลี่ยนจากหยุดร้องไห้มาเป็นนิ่งงันด้วยความตกใจแทน “โอเค ข้ารู้น่าว่ามันผิดจากที่เจ้าคิดไปหน่อย ข้าไม่ใช่กระต่ายตัวเล็กน่ารักที่น่าตาเป็นมิตรมาคอยวางไข่เอาไว้ทุกๆวันอีสเตอร์อย่างที่ใครๆคิดกัน ข้าน่ากลัว หูใหญ่มหึมา ตัวยักษ์แล้วก็ใหญ่ซะขนาดนี้..”

“ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ หยุดพูดนะ บันนี่” แจ็คคว้าตัวบันนี่เอาไว้แล้วรีบปฏิเสธอย่างรวดเร็วพร้อมส่ายหัวไปมาให้ได้เห็นถึงการปฏิเสธที่ชัดเจน “ผมไม่ได้คิดอย่างนั้นนะ ตัวคุณใหญ่ก็จริงแต่ขนคุณก็นุ่มน่ากอดมากๆเลยแล้วก็อุ่นด้วย บันนี่น่ะไม่ได้น่ากลัวเลยนะ หูคุณก็มีเสน่ห์มากๆ บันนี่เป็นกระต่ายที่น่ารักที่สุดในโลกตั้งแต่ผมเคยเห็นมาเลย!”

“นั่นก็พูดเกินไปแล้วล่ะมั้ง แจ็ค” บันนี่เผยยิ้มออกมากับเด็กชายที่พยายามรีบแก้ต่างให้แทนเขาทั้งที่จริงๆแล้วแจ็คอาจจะไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลยก็ได้

“จริงๆนะ บันนี่ คุณน่ารักมากจริงๆ ถ้าคุณไม่เชื่อผม ผมจะพิสูจน์ให้ดูก็ได้!” เด็กตัวน้อยกล่าวอ้างไม่ทันที่บันนี่จะได้พูดอะไรตอบกลับไปเด็กตัวน้อยก็โถมตัวเข้ามา ริมฝีปากเล็กๆจูบเข้ากับจมูกสีชมพูอ่อนที่หลอกล่อให้ริมฝีปากของเด็กน้อยอยากจะกินมันประหนึ่งลูกอมสีสวย แจ็คไล่จูบไปทั่วตั้งแต่จมูก ลามไปแก้ม ตา หน้าผากแล้วก็ใบหูโตๆของเขาด้วย แจ็คปีนปายเพื่อขึ้นไปจูบทั่วๆจนบันนี่ต้องล้มตัวลงไปอย่างหมดสภาพ

“เฮ้ พอแล้วน่ะ เจ้าหนู มัน..จักจี้นะ..” บันนี่พยายามดึงตัวแจ็คออกไปพลางหัวเราะออกมากับจูบเล็กๆที่จูบเรื่อยไปทั่ว “ก็ได้ๆ ข้าเชื่อแล้ว”

“จริงๆนะ” แจ็คคร่อมตัวของบันนี่เอาไว้ ร่างเล็กอยู่บนตัวของบันนี่เป็นที่เรียบร้อย สองมือและสองเข่ายันเข้ากับตัวของบันนี่ที่นอนแผ่อย่างหมดท่าอยู่ข้างล่าง “บันนี่ต้องยอมรับนะว่าตัวเองน่ารักที่สุดเลย”

“อื้ม ยอมแล้วๆ” บันนี่ยิ้มให้กับเด็กน้อยที่น่าตาดีใจเมื่อชัยชนะตกเป็นของตน แต่เหมือนทุกอย่างจะยังไม่จบเมื่อแจ็คเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ๆกับบันนี่มากยิ่งขึ้นจนทำให้บันนี่ค่อนข้างแตกตื่นกับการเข้าระยะประชิดขนาดนี้ ไม่ค่อยมีใครเข้าใกล้เขามากขนาดนี้ด้วยท่าทีเรียบนิ่งมาก่อน มันเลยทำให้บันนี่ประหม่า “มี..อะไรรึเปล่า?”

“บันนี่เคยจูบรึเปล่า?” แจ็คเอ่ยถามขึ้นแต่การถามครั้งนี้ดูไม่ค่อยเหมือนเด็กน้อยขี้สงสัยสักเท่าไหร่ “จูบแบบจูบจริงๆน่ะ แบบที่ผู้ใหญ่เขาทำกัน”

“..อยากรู้ไปทำไมเล่า” บันนี่บ่ายเบี่ยงที่จะไม่ตอบมันออกมา

“น่านะ บอกผมหน่อย ก็..อยากรู้นี่” แจ็คทำหน้าตาออดอ้อนเพื่อหวังให้บันนี่ใจอ่อน และมันก็ดูได้ผลอยู่เหมือนกัน แจ็คมั่นใจเป็นอย่างดีว่ากระต่ายอีสเตอร์ตัวโตของเขาจะต้องพ่ายแพ้ให้กับความน่ารักในแบบของเด็กๆแน่นอน

“….ไม่เคยหรอก…” บันนี่ตอบอย่างอึกอัก ถึงแม้เขาจะอยู่มานานแต่ก็ไม่ค่อยได้พบปะกับกระต่ายตัวอื่นๆสักเท่าไหร่ “ใครจะมาสนใจพ่อตัวโตหน้าโหดอย่างข้ากันเล่า”

แจ็ครู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้รับคำตอบนั้นพร้อมกับท่าทีเอียงอายของบันนี่ผู้ยังคงบริสุทธิ์และใสซื่อไม่ต่างจากเด็กน้อย “ผมก็ไม่เคยเหมือนกัน..”

“แน่ล่ะ ถ้าตัวแค่นี้เคยก็คงแปลกน่าดู…”

“แต่ผมสนใจพ่อตัวโตหน้าโหดแบบบันนี่นะ” แจ็ครีบพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่ตัวเองจะลืมไปว่ากำลังตั้งใจจะพูดอะไร และคำพูดนั้นก็ทำให้ทั้งสองตกอยู่ท่ามกลางความเงียบไปครู่หนึ่ง แจ็คจึงต้องเอ่ยปากพูดออกมาก่อน “จริงๆนะ บันนี่น่ะ น่ารักจะตายไป”

“….ละ..เลิกพูดอะไรแบบนั้นได้แล้ว เจ้าไม่เข้าใจหรอกว่าตัวเองกำลังพูดอะไรออกมา” บันนี่เตรียมจะยันตัวเพื่อลุกขึ้นมา แต่นิ้วเล็กๆของแจ็คก็ยกขึ้นมาสัมผัสกับรัมฝีปากของกระต่ายยักษ์ อย่างไม่น่าเชื่อว่านิ้วของแจ็คจะอบอุ่นถึงขนาดนี้ บันนี่ไม่แน่ใจว่ามันเป็นเพราะแจ็คจงใจจะสัมผัสให้ดูอ่อนโยนหรือเพราะว่ามันยังเป็นแค่มือและแรงของเด็กตัวเล็กๆกันแน่ถึงทำให้มันดูละมุนขนาดนี้

“บันนี่ต้องเก็บมันไว้ให้ผมนะ ถ้าโตขึนผมจะมาทวงคืนจริงๆด้วย บันนี่..จะต้องให้ผมเป็นจูบแรกให้ได้นะ!” คำพูดซื่อๆของเด็กกลับทำให้หัวใจของพ่อกระต่ายตัวโตเต้นไม่เป็นจังหวะ ใบหน้าของบันนี่รู้สึกเหมือนร้อนผ่าวขึ้นมาจนต้องรีบเบนหน้าหลบ ทั้งที่จริงๆแล้วแจ็คคงยังเด็กเกินกว่าจะรู้เรื่องอะไรแบบนี้ “ตกลงได้ไหม..”

“……” บันนี่ได้แต่เงียบไป เขาไม่นึกเลยว่าเด็กที่ส่งจดหมายมาถึงเขาจะร้ายกาจได้ขนาดนี้ ทั้งที่ยังตัวเล็กแค่นี้แท้ๆ “เจ้าตามหาไข่อีสเตอร์ให้น้องไม่ใช่เหรอ บางที..ข้าอาจจะช่วยเจ้าหาดูด้วย”

“เย้!” แจ็ครีบลุกขึ้นด้วยความดีใจ แจ็คเอื้อมไปจับมือบันนี่ให้รีบลุกขึ้นยืนและหยิบตะกร้าไปเพื่อหาไข่อีสเตอร์กันต่อ

ตลอดช่วงเย็นนั้นแจ็คมีความสุขเอามากๆหลังจากได้หาไข่อีสเตอร์กับกระต่ายอีสเตอร์ตัวจริงเสียงจริง แจ็คเอ่ยขอให้บันนี่ไปหาน้องสาวที่กำลังรอคอยอยู่ที่บ้านเพราะไม่สบายอยู่ ซึ่งบันนี่ก็ยอมทำตามที่ขอแต่โดยดี กระต่ายตัวโตพยายามย่องเข้ามาให้เบาที่สุดเพื่อไม่ให้แม่ของแจ็ครู้

“นี่ กระต่ายอีสเตอร์มาแล้วล่ะ..” แจ็คเขย่าตัวน้องสาวพร้อมกระซิบเบาๆที่หูของเธอ

“กระต่ายอีสเตอร์เหรอ…” เด็กตัวน้อยลุกขึ้นมาด้วยความงัวเงียแล้วขยี้ตาของเธอเบาๆ เมื่อตาปรับสภาพได้แล้วเธอก็พบกับพี่ชายของเธอพร้อมกับคุณกระต่ายตัวโตที่ยืนอยู่ข้างๆกัน “คุณกระต่ายอีสเตอร์!”

“ชู่ว์ เบาๆนะ เดี๋ยวแม่จะรู้เอา” แจ็ครีบยกนิ้วขึ้นมาวางไว้กับปากของน้องสาวอย่างหวั่นเกรงว่าเสียงเรียกจะดังเกินไป “ตกลงนะ” เมื่อน้องสาวพยักหน้ารัวๆแจ็คจึงค่อยๆเอานิ้วออก

“คุณกระต่ายอีสเตอร์..” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความดีใจแต่ถูกปรับให้มันเบาขึ้นกว่าเดิม “คุณกระต่ายอีสเตอร์มาจริงๆด้วย!”

เด็กตัวน้อยกระโดดบนเตียงอย่างตื่นเต้นราวกับว่าไม่ได้เจ็บไข้ใดๆ อาการของเธอค่อนข้างดีขึ้นกว่าตอนเช้าและด้วยความดีใจจนปิดไม่อยู่เด็กตัวน้อยจึงรีบกระโดดเข้าหาคุณกระต่ายตัวสูงที่อ้าแขนเตรียมกอดเอาไว้ เมื่อเธอเข้าสู่อ้อมกอดที่อบอุ่นก็รู้สึกได้ถึงความอ่อนโยนและปลอดภัยจากกระต่ายตรงหน้าจนแทบไม่อยากจะละอ้อมกอดไปเสียเลย

“หายเร็วๆนะ คราวหน้าจะได้มาร่วมงานอีสเตอร์แบบสนุกๆ” บันนี่เอ่ยขึ้นพร้อมวางเธอลงบนเตียงดังเดิม บันนี่หยิบไข่อีสเตอร์ขึ้นมาให้สำหรับทั้งสองคน “นี่ของฝาก ขอบคุณสำหรับจดหมายมากๆนะ แล้วเจอกั…”

“เดี๋ยว! บันนี่…” แจ็ครีบพูดขึ้นก่อนจะอ้ำอึ้งเหมือนไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไรต่อ “ผม..ขอกอดบ้างได้ไหม”

บันนี่นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนที่จะย่อตัวและดึงแจ็คมากอดเอาไว้เอง ซึ่งแจ็คเองก็รีบสวมกอดกลับไปด้วยโดยไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะต้องปล่อยบันนี่ไปแล้วจริงๆ “แน่นอน เจ้าหนู”

“ผม..จะได้เจอบันนี่อีกไหม” แจ็คทำตาเศร้าเมื่อต้องก้าวถอยปล่อยให้บันนี่จากไปยังที่ที่ควรอยู่

“ได้สิ รับรองเลย ตราบใดที่เจ้ายังเชื่อและศรัทธาในข้า เราจะได้เจอกันเสมอและข้าจะได้อยู่กับเจ้าตรงนี้..” บันนี่ใช้นิ้วแตะเข้ากับอกของแจ็คที่มีแววตาหวั่นเกรงว่าจะเสียบันนี่ไปตลอดกาล “แล้วเจอกัน..”

แจ็คจำได้เพียงแค่เสียงฝีเท้าที่เคาะกับพื้นสองครั้งเท่านั้น บันนี่ก็หายลงไปในรูใหญ่และเมื่อรูใหญ่นั้นปิดลง…แจ็คก็จำเหตุการณ์หลังจากนั้นไม่ได้

แจ็คได้รับความทรงจำทั้งหมดหลังจากที่ได้ฟันของตัวเองคืน เขาก็จำได้ทุกอย่าง…ทุกเรื่อง ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเขาก่อนที่จะมาเป็นแจ็ค ฟรอสต์ในตอนนี้ ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากหลังจากนั้น และสิ่งที่แจ็คจำได้คือเขาได้เจอกับบันนี่ที่กลายเป็นกระต่ายตัวจิ๋วไปแล้ว กระต่ายที่เคยน่ารักเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งกลายเป็นตัวเล็กเหมือนกระต่ายน้อยแบบนี้ยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่

“ข้าสัญญาว่าเจ้าจะกลับเป็นเหมือนเดิม” แจ็คกระซิบกับบันนี่น้อยที่มองตาแป๋วมาที่เขา “แต่ก่อนอื่น..ขอทวงสัญญาก่อนแล้วกัน…”

“เดี๋ยว..” ไม่ทันจะได้ห้ามอะไร ยิ่งตัวเล็กขนาดนี้ยิ่งทำอะไรไม่ได้ ริมฝีปากเย็นของแจ็คจึงประทับเข้ากับริมฝีปากนุ่มของกระต่ายตัวน้อยเข้าอย่างจัง มันนุ่มและปุกปุย เหมือนจะหอมหวานอย่างที่แจ็คฝันเอาไว้ไม่มีผิด “เจ้า…ทำบ้าอะไรเนี่ย…”

“ฮะๆๆ น่าแดงเชียว ก็บอกแล้วไงว่าทวงสัญญาน่ะ” แจ็คหัวเราะรื่นเมื่อเห็นท่าทางเดือดร้อนของบันนี่ขนาดนั้นคงจะได้เป็นจูบแรกตามสัญญาจริงๆ

“อย่าบอกนะว่า…” บันนี่ที่กึ่งโกรธกึ่งเขินอายเงยหน้าขึ้นมามองเหมือนพอจะจำเรื่องได้ “แต่มัน…นานมาแล้วนี่…”

“ใช่ ข้าคือแจ็คคนนั้นแหล่ะ..”

END.

________________________________________________________________

เป็นยังไงบ้างคะะะ เพิ่งเคยแต่งอาจจะแปลกๆไปนิดหน่อยก็ติชมได้เลยนะคะ

รอคุยกับทุกคนทั้งในทวิตแล้วก็คอมเม้นท์ด้านล่างเลยเน้อ

อย่างที่บอกค่ะ ถ้ามีคนสนใจอยากให้แต่งอีกอาจจะแต่งอีก หรือไม่ก็ถ้ามีไฟหรือความคิดอะไรบางอย่างผุดขึ้นมาต่อให้ไม่มีคนขอก็จะแต่งให้อีกค่ะ ฟฟฟฟฟฟ

ฝากฟิคของคู่นี้ด้วยนะคะ ขอบคุณที่คอยติดตามแล้วก็ฝากติดตามกันต่อไปเรื่อยๆเลย

ไว้เจอกันฟิคหน้าค่า

รักคนอ่านทุกคนและบันนี่มากๆ///โบกลาทุกคนแล้วไปฟัดบันนี่///โดนแช่แข็ง

Fic

Spotlight! The Sea Wife by Naomi Clark (Romance on the Go)

Please help me welcome the lovely Naomi Clark. She’s here to talk about her new release, The Sea Wife. It’s a Romance on the Go! 702 more words

Evernight Publishing

Spotlight ~ One Naughty Fantasy by Ravenna Tate #Contemp #ERom #MustRead #Menage @RavennaTate @EvernightPub

ONE NAUGHTY FANTASY
**This book features the same three characters that are in SNOWBOUND**

***Click HERE to purchase directly from

Evernight Publishing***

BLURB

Nina Santangeles has decided to give her lovers, Cameron Easton and Alex Gable, their ultimate fantasy. 771 more words

Kacey Hammell

The Lost Prince: Chapter 1

Three-year-old Anna ran around excitedly in the room she shared with her 6-year-old sister Elsa. “When are they gonna get here, Elsa?” she asked loudly. 466 more words

Children

Immortality, a curse? - the God of yesterday, today, and tomorrow

(A few disclaimers to make: this is a rather long post, even for me. I’ve even used a ‘read more’ link for the first time ever here. 1,685 more words

Michelle Roth's latest #Romance ... Slow Burn #RoTG #Suspense @MRoth_Author @EvernightPub


Hi there, everyone! I’m Michelle Roth and I’m here to introduce my latest release, Slow Burn. This is the second in my Romance on the Go series, Diamond and Diamond Private Investigators. 921 more words

Kacey Hammell