Tags » Saving Face

DON'T PUT THEM ON A PEDESTAL

Don’t put them on a pedestal–
for when they fall,
it will not spell,
for them, downfall,
but it may still,
by you, be felt… 216 more words

Poetry

Top 5 films featuring women loving women – celebrating Pride month

Besides the coming of summer, June is also Pride month celebrating LGBTQ+ culture. I feel like this year in particular, we’ve all been tragically reminded of how important it is to defend and embrace the celebration of Pride worldwide. 911 more words

Film

Saving Face by Wild Child

I’ve been listening to Wild Child’s album, Fools, for more than a month and pretty sure will continuing listen to the album for months to come. 133 more words

Music

Saving Face (2004)

Watch this film if you…

  • enjoy comedies that incorporate some dramatic aspects
  • struggle/d with coming out to your family because of their traditional beliefs

CW:  637 more words

Queerflix

Movie Recommendation

IT’S ALREADY 5 AM AND I DIDN’T SLEEP. NOT EVEN A FRIGGIN MINUTE. OH MY GOD I GOTTA SHARE THIS AWESOME LESBIAN MOVIE

Title: Saving Face… 171 more words

Cultural Wednesday: When Saving Face Goes too Far

I have written about saving face before on my old travel blog, Novice Wanderer, but something happened this week. I read an article from the Korea Herald, the premiere English news source in Korea. 1,003 more words

Cultural Wednesdays

รู้จักผู้กำกับหญิงจากปากีสถานที่คว้าออสการ์ได้ถึงสองครั้ง และผลงานของเธอ

“ชาร์มีน โอเบด ชินอย” ผู้กำกับหญิงวัย 37 ปี สร้างประวัติศาสตร์เป็นชาวปากีสถานเพียงคนเดียว ที่สามารถคว้ารางวัลออสการ์ได้ถึง 2 ครั้ง

โดยในงานมอบรางวัลหนล่าสุด เธอได้รับรางวัลภาพยนตร์สารคดีขนาดสั้นยอดเยี่ยม จากหนังเรื่อง “A Girl in the River: The Price of Forgiveness” ซึ่งเล่าเรื่องราว “การสังหารเพื่อเกียรติยศ” ในปากีสถาน

ชาร์มีนติดตามชีวิตของเด็กสาววัย 18 ปีรายหนึ่ง ซึ่งถูกยิงโดยญาติๆ ด้วยข้ออ้างที่ว่า “เพื่อกอบกู้เกียรติยศชื่อเสียงของครอบครัว” ก่อนพวกเขาจะนำร่างเธอโยนลงสู่แม่น้ำ

อย่างไรก็ดี เด็กสาวกลับรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ แล้วนำเรื่องที่เกิดกับตัวเองมาถ่ายทอดให้โลกได้รับรู้

“การฆ่าเพื่อผดุงรักษาเกียรติยศ” เป็นความจริงที่รับทราบกันในวงกว้าง แต่ไม่ค่อยถูกกล่าวถึงในสังคมปากีสถาน เพราะอาชญากรรมลักษณะนี้มักไม่ถูกรายงานเป็นข่าว ส่วนเหยื่อผู้ถูกสังหารก็กลายสถานะเป็นบุคคลหายสาบสูญ ชาร์มีน จึงเลือกหยิบยกเอาปัญหาที่เกิดขึ้นมาถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์สารคดี

หลังขึ้นรับรางวัลออสการ์ เธอระบุว่า นายกรัฐมนตรี “นาวาซ ชารีฟ” แห่งปากีสถาน ได้ชมหนังเรื่องนี้แล้ว และให้สัญญาว่าจะหาทางแก้ไขกฎหมาย เพื่อป้องกันการก่ออาชญากรรมในลักษณะดังกล่าว

แต่คงต้องจับตาดูกันยาวๆ เพราะประเพณีการเข่นฆ่าเช่นนี้ยังคงได้รับการสนับสนุนจากผู้คนจำนวนมากในปากีสถาน ขณะเดียวกัน ฆาตกรก็สามารถรอดพ้นจากการถูกดำเนินคดีอย่างง่ายดาย หากเพียงพวกเขาได้รับการให้อภัยจากครอบครัวของเหยื่อ

ชาร์มีนเกิดและเข้ารับการศึกษาเบื้องต้นที่ปากีสถาน ก่อนจะไปจบการศึกษาด้านสื่อสารมวลชนที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

เมื่อปี 2012 เธอเคยได้รับรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์สารคดีขนาดสั้นยอดเยี่ยม มาหนหนึ่งแล้ว จากหนังเรื่อง “Saving Face” (ที่กำกับร่วมกับ “แดเนียล ยุงเกอร์”)

หนังเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับกรณีการทำร้ายกันด้วยน้ำกรดที่ปากีสถาน ซึ่งสมาชิกในครอบครัวที่รู้สึกเสื่อมเสียเกียรติ หรือชายผู้ผิดหวังในความรัก เลือกจะทำร้ายคู่กรณีที่เป็นเหยื่อและสตรีเพศ ด้วยการสาดน้ำกรดทำลายโฉมผู้หญิงเหล่านั้น

ชาร์มีนบอกกับ “ไชมา คาลิล” ผู้สื่อข่าว “บีบีซี” ว่า ตนเองมักถูกวิจารณ์ว่าชอบนำเสนอแต่เพียงแง่มุมด้านลบของประเทศบ้านเกิด

ผู้กำกับหญิงรายนี้พยายามอธิบายกลับไปว่า เธอก็รักประเทศบ้านเกิด จนจำเป็นต้องพูดถึงประเด็นปัญหาของประเทศแห่งนี้ เพื่อให้ปัญหาทั้งหมดได้รับการแก้ไข

ชาร์มีน โอเบด ชินอย มิได้เป็นเพียง “กรณียกเว้น” ของประเทศปากีสถาน ในฐานะพลเมืองรายแรกและรายเดียวที่ได้รับรางวัลออสการ์ถึงสองครั้งเท่านั้น

แต่เธอยังเป็นผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ ท่ามกลางสตรีร่วมสังคมอีกหลายพันคน ซึ่งต้องเผชิญหน้ากับการถูกสาดน้ำกรดใส่ หรือการถูกสังหารเพื่อปกป้องรักษาเกียรติยศของวงศ์ตระกูล

“ถ้ากฎหมายต่อต้านการสังหารคนเพื่อรักษาเกียรติยศถูกประกาศใช้ เมื่อนั้น ฉันจึงจะเป็นผู้ชนะที่แท้จริง ขณะเดินอยู่บนพรมแดง” ชาร์มีน เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ ก่อนจะได้รับออสการ์ตัวที่สอง

“การสังหารเพื่อรักษาเกียรติยศ” คือ การสังหารชีวิตญาติพี่น้องในครอบครัว โดยสมาชิกรายอื่นๆ ในวงศ์ตระกูล เพราะฆาตกรมีความเชื่อว่าเหยื่อได้สร้างความน่าอับอายหรือเสื่อมเสียเกียรติยศให้แก่เครือญาติ หรือได้ล่วงละเมิดหลักการข้อห้ามของชุมชนหรือศาสนา

โดยส่วนใหญ่ ผู้ถูกสังหาร มักเป็นคนซึ่งปฏิเสธที่จะเข้าพิธีสมรสแบบ “คลุมถุงชน,” หรือไปมีความรัก ซึ่งไม่ได้รับการอนุญาตจากครอบครัว, ไปมีเพศสัมพันธ์นอกสถาบันการแต่งงาน, ตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดทางเพศ, แต่งกายไม่เหมาะสมกับบรรทัดฐานทางสังคม, เข้าไปข้องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเพศที่หลุดพ้นออกไปจากกรอบ “ชาย-หญิง” รวมทั้งการประกาศสละทิ้งซึ่งความเชื่อความศรัทธาทางศาสนา

เหยื่อของการถูกสังหารในลักษณะนี้ มักเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

ข่าวบันเทิง