Tags » Tom Hiddleston

You're/ Your Guys and Tom Hiddleston!

Does anybody else just… find it incredibly attractive when a guy (or girl, if you’re attracted to one) texts you and it reads:

“Hey, you’re coming into work today, right?

318 more words
#30300

Tom Hiddleston Narrates Audiobook of High Rise [AUDIO]

Tom Hiddleston stars in the upcoming film adaptation of the novel High Rise by J.G. Ballard, which he is also narrating for a release ahead of the upcoming film, according to Audible.co.uk. 275 more words

Entertainment

Hiddlesworth [Chirs x Tom] Mondsee

Mondsee ทะเลสาบพระจันทร์

โธมัส วิลเลียม ฮิดเดิลสตั้น(ทอม) นักเรียนทุนจากเกาะอังกฤษ ยกชายผ้าพันคอขึ้นโอบปากและจมูก เหลือแต่ลูกตาที่โผล่พ้นขอบผ้าผืนนั้น ฝ่าสายตาไปข้างหน้า ถนนตรงหน้าค่อย ๆ  ลาดลงตามแนวพื้นที่เป็นหินสี่เหลี่ยมอัดแน่นอย่างดี ผ่านโบสถ์เก่าแก่กลางกรุงเวียนนาประเทศเก่าแก่ซึ่งเคยยิ่งใหญ่ เป็นถึงจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี แม่บทแห่งเพลงวอลซ์อันเลื่องลือ

เพื่อนฝูงพากันแปลกใจที่เขาเลือกรับทุนมาเรียนที่นี่  เพราะคนส่วนใหญ่จะเลือกที่จะไปเรียนต่อประเทศบ้านเกิดของเขา หรือไม่ก็ฝรั่งเศส อเมริกา  อาจเป็นเพราะหนังสือที่ขนมาเป็นกระบุงโกย  หนังสือที่เขียนถึงเสตร๊าท์ส เลฮาร์  นักดนตรีมีชื่อ  เพลงวอลซ์แสนหวาน

ทอมไม่ผิดหวังเลยที่เลือกมาเรียนที่นี่  ถึงแม้จะอยู่ห้องพักแบบประหยัด  ลำบากนิดหน่อย  เพราะเงินทุนอันน้อยนิดที่ได้รับ

สักวันหนึ่ง  เขาจะเป็นล่ามเป็นนักแปลที่ใคร ๆ ต้องการตัว  ไปเป็นล่ามที่ยู.เอ็น  ถอดภาษานั้นเป็นภาษานี้แบบคล่องปรื๋อชนิดน้ำลายแตกฟองเลยทีเดียว

ภาษาเยอรมันเป็นภาษาแม่บทของประเทศนี้  การเรียนมันช่างยากเย็นแสนเข็ญ  หลังจากสอบภาษาตก  ก็ตะเกียกตะกายสอบใหม่จนผ่านไปได้  กว่าจะสอบผ่านก็ต้องอดต่อทนคำเสียดสีจากอาจารย์  “ที่นี่ เราใช้ภาษาโฮค ด็อยซ์ ไม่ใช่ภาษาคนกวาดหิมะ”  ซึ่งก็เป็นแรงกระตุ้นให้เขามีความพยายามอย่างยิ่ง ที่จะต้องสอบผ่านไปให้ได้ในที่สุด

มหาวิทยาลัยเวียนนาสูงตระหง่าน อวดความเก่าแก่อยู่ข้างหน้า  อันเป็นความภาคภูมิใจของพลเมืองที่นี่  และของเขาที่ใฝ่ฝันอยากมาเรียนที่นี่ให้ได้  ถึงจะลำบากขนาดไหนเขาก็ต้องเรียนให้จบตามความฝันอันสวยงามที่เขาสร้างมันขึ้นในใจ

แผนกล่ามและแปลอยู่ลับเข้าไปด้านในตัวตึก เขาแหงนหน้ามองเพดานสูงลิบลิ่ว…หลายร้อยปี  และเก่าเป็นที่สองรองจากซอร์บอนของปารีส  เขาหยุดซื้อกาแฟเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ท้องน้อย ๆ หนึ่งแก้ว  ก่อนเดินต่อเพื่อไปยังห้องเรียน

เพื่อนในชั้นเรียนของเขามีมากจากหลากหลายที่ รัสเซีย จีนแผ่นดินใหญ่ เกาหลีเหนือ แต่เขาไม่ค่อยสนิทกับใครเท่าไรนัก  ต่างคนต่างเรียนต่างอยู่  อาจเพราะเขาเป็นคนพูดน้อยเลยไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไรนัก  ด้วยความอยากเรียนให้จบไว ๆ  จะได้ไปตามฝัน  เขาต้องกลับมาอ่านหนังสือทบทวนทำความเข้าใจในหลาย ๆ เรื่องเพื่อเวลาสอบจะได้ผ่านฉลุย

เขาเลือกภาษาเอกสองภาษาคือเยอรมัน และสเปน  เขาต้องไปตึกโฟนิคเพื่อหัดออกเสียงกับอาจารย์  เครื่องอิเลคโทรนิกส์ที่ทันสมัยสำหรับดักสำเนียงสูงต่ำ ตลอดจนการใช้ภาษาของเขา  เขาต้องเรียนออกเสียงภาษาต่าง ๆ ให้ถูกต้องและแม่นยำ  เพื่อเวลาที่ออกปฎิบัติงานและแปลภาษาจะได้ไม่ผิดพลาด  คนฟังจะได้ไม่ปวดหัวเวลาที่เขาแปลจากภาษาหนึ่งไปอีกภาษา

“ผมชื่อโธมัส วิลเลียม  ฮิดเดิลสตั้น”  เป็นนักศึกษามาจากประเทศอังกฤษ  เสียงที่เปล่งออกไปค่อนข้างจะดังและชัดเจน  เขาหัวเราะเบา ๆ มองเข็มวัดระดับความสูงต่ำและความถี่ของเสียงที่มันกระดกเคลื่อนที่ไปมา  ตามคำพูดที่เขาพูดออกไป

อาจารย์ของเขายิ้มให้ “ใช้ได้ทีเดียวเชียว” ตามมา…ตามมา ทีนี้เราจะเรียนการออกเสียงที่ถูกต้องต่อไป  ไม่แน่นะโธมัส  เธออาจจะเป็นล่ามผู้มีชื่อเสียงขององค์การสหประชาชาติก็ได้ใครจะไปรู้

“ใคร ๆ ก็ฝันอย่างนั้นครับ…” เขาตอบ  บอกตัวเองว่าวิชานี้ไม่ยากเลย  ออกจะสนุกเสียอีก  ขอบคุณนะครับอาจารย์ผมจะทำให้ดีที่สุด

กลับออกจากตึกโฟนิค  ท้องร้องจนต้องหันมองคนที่เดินตามหลัง  ไม่แน่ใจว่าเสียงโกรกกรากของท้องเขาจะดังไปจนคนเดินตามหลังไดยินหรือไม่  ห้องอาหารราคาถูกอยู่ใต้ตึกลงไปนิด  ถูกอย่างไม่น่าเชื่อและสมราคากับสภาพอาหาร  ที่กินแล้วหารสอร่อยยากมาก  แต่อิ่มท้อง

การเรียนยากแทบเลือดตากระเด็น  แต่ถึงกระนั้นเขาก็รักมัน  เขาอยากเป็นล่ามที่สามารถแปลและถ่ายทอดภาษาหนึ่งไปเป็นอีกภาษาหนึ่งทันที  ฟังปุปแปลปัปพูดออกไปเลย

หิมะตามทางเดินขาวสะอาด  เขากระชับผ้าพันคอและเสื้อคลุมกันความหนาวเดินไปเรื่อย ๆ เพื่อจะกลับไปยังที่พัก  ซึ่งไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก

ถนนหน้ามหาวิทยาลัยเป็นถนนสายใหญ่ของเมือง พระราชวังฮอฟบวร์ก  วังหลวงที่กลายเป็นสถานที่ราชการ  และที่ประชุมระหว่างประเทศ  แม้โรงละครแห่งชาติ  โอเปร่า เฮ้าท์ส  ก็อยู่บนถนนสายนี้

ห้องพักของเขาแม้จะไม่สบายนัก  แต่ก็พออยู่ได้  เขายังไม่เคยคิดเรื่องที่จะมีคนรัก เขาต้องการเรียนให้จบไว ๆ  เพื่อที่จะได้ไปทำงานตามฝันที่ยู.เอ็น  มีเงินเดือนมากพอที่จะเลี้ยงตัวเองไม่ต้องพึ่งพาใคร

หิมะละลายหมดแล้ว  ทิวลิปกำลังบาน  แด็ฟโฟดิลเหลืองทองบานสะพรั่ง  ไลแล๊กซ์สีม่วงส่งกลิ่นหอมเย็นชื่นใจ  วันนี้สถานทูตเรียกตัวเขาไปพบ  ไม่รู้ใครบอกว่าเขาเรียนทางล่ามและแปล  เขาเลยจ้างผมพาพวกประชุมไปเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ  ดีนะได้เงินใช้ด้วย  ถึงไม่มากก็ดีกว่าไม่ได้เลย

ท่านทูตแนะนำให้เขารู้จักกับ ดร.คริสโตเฟอร์  เฮมสเวิร์ท  เลขาฯโท  ผู้ช่วยของท่านที่ย้ายมาเริ่มงานใหม่ที่นี่

“พรุ่งนี้เวลาประชุม  ถ้าคุณจะลองหมุนเครื่องรับฟัง คุณอาจได้รับฟังเสียงภาษาอังกฤษจากคุณโธมัสนะ  นอกจากว่าคุณอยากฝึกฟังภาษาเยอรมันล้วน ๆ แบบไม่ต้องอาศัยล่ามแปลอย่างผม” ท่านทูตกล่าว

“อีกอย่างคุณจะได้ช่วยรายงานอาจารย์ของคุณโธมัส ด้วยว่าการใช้ภาษาได้ดีแค่ไหน”

“อ้าว คุณโธมัสยังเรียนไม่จบหรือครับ” คริสถาม

“ยังเรียนอยู่เลย” ท่านทูตกล่าว

“ยังไม่จบ แต่สามารถทำงานระดับนี้ได้  ถือว่าเก่งมากนะครับ” คริสชมยิ้ม ๆ

หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม  ทอมรู้สึกดีใจมาก  ที่ผลงานการแปลของเขาออกมาเป็นที่พึงพอใจ  เขาไม่คิดว่าจะสามารถทำได้ดีขนาดนี้  แม้กระทั่ง ดร.คริสโตเฟอร์  ยังออกปากชมเขาเลย

“ขอแสดงความยินดี  ด้วยนะคุณ”  เขารีบตอบรับคำขอบคุณออกไปแทบไม่ทันด้วยความดีใจอย่างยิ่ง

“ถ้าไม่รังเกียจ  ผมขอพาคุณไปเลี้ยงแสดงความยินดีด้วยจะได้ไหมครับ”  ทอมรู้สึกดีใจจนปฎิเสธไม่ลง  ทั้งหล่อและใจดีแบบนี้  ใครจะกล้าพูดคำปฎิเสธออกจากปากไปหละครับ

หลังจากทานอาหารเรียบร้อย  คุณคริส ซึ่งเขาให้ผมเรียกแบบนั้น  อยากให้ผมเป็นมัคคุเทศก์พาเขาเที่ยวชมเมืองเวียนนาซึ่งเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของยุโรป  คุณคริสพึ่งมาเริ่มงานใหม่ที่นี่เลยไม่รู้จักสถานที่ต่าง ๆ   มากพอสมควร

คุณคริสขับรถมารับผมที่หอพักในตอนเช้า ผมให้เขาขับรถไปตามทางที่ผมแนะนำพาไปชมเมืองเก่า  ถนนสายนี้โอบล้อมไปบรรจบที่คลองดานู้ปนะครับ   ขับไปเรื่อย ๆ จะเห็นโบสถ์เซนต์สเตเฟ็น และอีกหลาย ๆ สถานที่สำคัญ ๆ  คุณคริสให้ความสนใจในสิ่งที่ผมพูดตลอดเวลา หนึ่งวันกับการพาชมเมือง  เหนื่อยแต่ก็สนุกครับ

วันต่อมาผมพาไปชมดานู้ปที่วาเค้า  ที่นั่นภูเขาจะสะท้อนเงาลงในน้ำ  ท้องฟ้าและแสงแดดจะทำให้ดานู้ปเป็นสีน้ำเงินจริง ๆ ครับ  ผมเห็นมากับตา  ซึ่งคุณคริสอยากเห็นดานู้ปที่เป็นสีน้ำเงิน  ตามคำบรรยายในเพลงของเสตร้าท

“คุณเคยมาเดินเล่นที่นี่หรือ” คริสถามยิ้ม ๆ

“ครับ…ผมมาอ่านหนังสือที่นี่  และเดินเล่น ตอนเย็นก็นั่งรถรางกลับครับ”  ทอมตอบกลับอย่างอารมณ์ดี

“ดานู้ปที่นี่สวยสมคำบรรยายจริง ๆ เมื่อได้เห็นกับตาตัวเอง  คุณนำเที่ยวได้ประทับใจผมมาก ๆ  เสาร์อาทิตย์นี้คุณว่างไหมทอม  ผมอยากออกไปนอกเมือง  ไปตกปลาเทร้าท์ที่โมนด์ เซ ทะเลสาบพระจันทร์ที่ว่าสวยนักหนา”

“ผมยังไม่มีนัดใครครับ” ทอมตื่นเต้นจนหัวใจแทบจะทะลุออกมานอกอกเสียเลย

“ถ้าอย่างนั้นผมจะมารับคุณตอนเช้านะ”

คุณคริสขับรถมารับเขาแต่เช้า  ทอมหอบของทานเล่นเผื่อหิวระหว่างทางยัดใส่เป้ใบเก่งไปนิดหน่อย

ระหว่างทางไปโมนด์ เซ  ผมก็แนะนำสถานที่ที่รถขับผ่านไปเรื่อย ๆ

ทอมก้าวลงจากรถ  คริสจำต้องก้าวลงตามไป  แล้วเดินเคียงกันไป  “โน้นครับ  เรือตกปลา ก็ไปเกินเขตนั้นไม่ได้” ทอมอธิบาย

“ทำไมล่ะทอม  ทะเลสาบไม่สวยพอที่จะแล่นเรือไปหรือ”  ทอมหัวเราะออกมาเล็กน้อย  ซึ่งดูน่ารักมากในสายตาเขา

“ดูคุณชอบที่นี่มากเลยนะทอม” เขาอดถามออกไปไม่ได้

“ผมชอบทิวทัศน์แบบนี้ครับ” มองออกไปเห็นฟ้าจรดน้ำ  ไม่มีอะไรขวางกั้น  อิสระเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด

“เด็กเอ๋ย…เด็กน้อย…” คริสคิดยิ้ม ๆ ในใจ

“ไปกันเลย  ผมอยากแล่นเรือแล้วทอม”

ทอมจัดแจงเช่าเรือจากเจ้าของเรือ “เขาบอกว่าเราไม่ควรไปไกลมากนักนะครับ”

“ทำไมหรือทอม” คริสถามออกไปก่อนจะก้าวลงเรือ  ทอมหัวเราะ  ก็เจ้าของเรืออยากได้ค่าเช่าเร็ว ๆ และเอาเรือให้คนอื่นเช่าต่อนะสิครับ  อย่าไปฟังแกเลยครับ  เราไปกันเถอะ

“นั่งดี ๆ นะทอม”  ผมจะขับให้แซงเรือลำโน้น…  รู้ไหมผมชอบกีฬาทางน้ำเกือบทุกประเภทนะ

เรือถูกเร่งความเร็วขึ้นทุกขณะ  คลื่นกระทบกราบเรือ  คริสหัวเราะร่าเหมือนเด็กได้ของเล่นถูกใจ  แต่ทอมสินั่งกำกราบเรือแน่นเขม็ง

“กลัวหรือทอม”  เขาเริ่มลดความเร็ว เมื่อหันมาเห็นหน้าทอมที่ซีดเอามาก ๆ

“กลัวสิครับ  คุณขับเร็วเหลือเกิน”

“ถ้ากลัว ก็ขยับมาใกล้ ๆ ผม” เขาจับพวงมาลัยด้วยมือเดียว แขนข้างที่ว่างโอบกอดเอวทอมไว้มั่น  “กอดผมแน่น ๆ นะ  ผมจะแซงเรือลำหน้าให้ได้เลยทีเดียวเชียว  เราจะไปทางคุ้งน้ำข้างหน้าโน้น”

“ไม่ไกลไปหรือครับ  เจ้าของเรือบอกว่าให้แล่นอยู่ในแค่เขตโมนด์ เซเท่านั้นนะครับ”  ทอมร้องเตือนแข่งกับเสียงเรือยนต์ที่ดังเอามาก ๆ

ทอมหลับตาแน่น  เมื่อคริสขับเร็วจนเขากลัวเอามาก ๆ  โดยไม่รู้ว่าเรือแล่นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

“ที่ไหนครับนี่” ทอมมองไปรอบ ๆ

“ก็นายมัวแต่หลับหูหลับตา  เราพ้นเขตโมนด์ เซมาแล้วล่ะ  ผมไม่ชอบแถวนั้น  คนพลุกพล่าน เรือมากมาย  ตรงนี้เงียบสงบดี” คริสกล่าวยิ้ม ๆ

“ผมไม่เคยมาแถวนี้เลยครับ  สงสัยเป็นอีกฟากของทะเลสาบ”

“กลัวหรือเปล่าเด็กน้อย”  เขาพูดเสียงทุ้มนุ่ม ๆ ปล่อยเรือให้ลอยลำนิ่ง ๆ

ทอมเปียกไปทั้งตัวจากน้ำฝนที่เริ่มปอยลงมา  ผมยุ่ง ๆ จากแรงลม  หน้าซีด  ริมฝีปากสีชมพูเริ่มกระทบกัน  เนื้อตัวสั่น ๆ เล็กน้อย  จากความหนาวเย็นที่เริ่มก่อตัวขึ้น  คริสด่าตัวเองในใจ  ที่เกิดนึกสนุกขึ้นมา  พอจะเริ่มสตาร์ทเรือใหม่  ปรากฏว่าเครื่องสตาร์ทไม่ติด  เขาสะบดด่าเจ้าของเรือ  สงสัยคงจะเติมน้ำมันมาให้แค่ไม่เกินเขต

“ทอมอย่าพึ่งลง” เดี่ยวผมจะลองยืนดูว่าถึงไหม  จะค่อย ๆ เข็นเรือเข้าฝั่งเอง  ข้างหน้าเห็นมีกระท่อมคนอยู่  เดี่ยวเราก็ขึ้นฝั่งได้แล้ว  ดูไม่ไกลเท่าไรนัก

“เขาเขียนว่า  เก๊สท์ เฮ้าท์ ใช่ไหมทอม  ภาษาเยอรมันตัวโต ๆ นั่นน่ะ”

“ครับ”  ทอมแหงนมอง  ก่อนจะก้าวตามเข้าประตู  ภายในห้องโถงแคบ  ๆ  เห็นหญิงสูงอายุยืนมองมา

“พวกคุณมาจากไหนกันคะนี่  รถเสียหรือคุณ…เปียกปอนทั้งตัวแบบนี้หนาวแย่”

“เรามาเรือครับ  น้ำมันหมดพอดี  เรากลับไม่ได้”  ทอมกล่าวทั้งที่ยังหนาวสั่น

โมนด์ เซหรือคะ   ไกลออกไปตั้งมาก  คุณจะกลับยังไงกันหละนี่   ตอนนี้สามีดิฉันก็ไม่อยู่เสียด้วย  แกเข้าไปในเมือง   กว่าจะกลับก็พรุ่งนี้แน่ะคะ  เราถึงจะหาน้ำมันให้คุณได้

“แต่ผมเห็นป้ายบ้านพักนี่ครับ”  ทอมขมวดคิ้ว

“ป้ายเก่าหรอกคุณ  เราเลิกกิจการไปนานแล้ว  บ้านเล็ก ๆ  ไม่ค่อยมีใครผ่านมาทางนี้สักเท่าไรคะ”  แต่เอาเถอะ  พอมีห้องเหลืออยู่  ถ้าคุณพอจะซุกตัวนอนสักคืนได้  ดิฉันก็จะให้ค้าง  เพราะละแวกนี้  ไม่มีบ้านอีกเลย

“เอาเสื้อนอนของสามีดิฉัน  ไปใส่ก่อน  แล้วเอาเสื้อผ้าพวกคุณ  มาผึ่งไว้หน้าเตาผิงพรุ่งนี้คงหมาดพอดี”  เดี๋ยวดิฉันจะชงชาร้อน ๆ ให้พวกคุณดื่ม  เผื่อคลายหนาวกันได้บ้างนะคะ

“นายนอนบนเตียงก็แล้วกันทอม  เดี๋ยวผมหาเก้าอี้แถวนี้นอนได้”  ผมพามาลำบากแท้ ๆ เลยเชียว  นายเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียก่อนผมจะรับไปผึ่งหน้าเตาผิงให้  พรุ่งนี้คงแห้ง

ไม่มีทางใดที่จะดีไปกว่ารีบถอดเสื้อที่เปียกโชกน้ำฝนแล้วส่งให้คริสนำไปผึ่ง  ตอนนี้เขารู้สึกหนาวมากเหมือนจะเป็นไข้  ปากสั่นจนฟันกระทบกัน

“ดิฉันจะเข้านอนก่อนนะคะ” เจ้าของบ้านบอก ถ้าพวกคุณหนาว  คุณออกมาเติมฟืนก็แล้วกันนะคะ

ทอมนั่งมองเปลวไฟอย่างใจลอย  นึกไม่ถึงว่าจะต้องมานั่งจับเจ่าอยู่ที่นี่  ในเสื้อผ้าที่เหมือนตัวตลกอย่างนี้  ทอมเริ่มโงกเงกแล้วจึงสะดุ้งรู้สึกตัวเมื่อถูกโอบไว้ในวงแขนอุ่น ๆ

“นายโงกแล้วทอม”  เสียงกระซิบแผ่วเบา  “ไปนอนกันเถอะ”

ทั้งสองเดินกลับเข้าห้อง  ทอมรู้สึกศีรษะหนักอึ้งและเริ่มปวดนิด ๆ บอกตัวเองว่าไม่สบายตัวเท่าไรนัก  คงเพราะฝนและความหนาวเย็นที่ประสบมานั่นเอง

“ทอม”  เสียงกระซิบข้างหู  กลิ่นบรั่นดีที่เจ้าของบ้านให้ดื่มแก้หนาวฟุ้งเข้าจมูก  ทั้งห้องมืดสนิท  ทอมมองเห็นเตียงอยู่ข้างหน้า  อาการปวดหนึบที่ขมับดูจะมากขึ้น  หนังตาก็จะหนักตามไปด้วย

“ครับ” ทอมรับคำแทบไม่มีเสียง  บอกตัวเองว่าถูกโอบไว้แน่นด้วยวงแขนล่ำที่เต็มไปด้วยพละกำลัง  และไออุ่นจัดของลมหายใจที่ปะทะอยู่ข้างแก้ม

“ใครว่าห้องนี้หนาว  ผมร้อนจะตาย  ไอ้เสื้อนี่เกะกะเป็นบ้าเลย” คริสกระซิบบ่น

มือของทอมสัมผัสกับแผ่นอกว่างเปล่าของคริสที่แน่นเขม็งด้วยกล้ามเนื้อแข็งแรง  ริมฝีปากอ่อนนุ่มของเขาถูกประทับด้วยริมฝีปากร้อนระอุของคริส  ทอมบอกตนเอง  หัวใจวาบหวิวเหมือนจะขาดใจไปในบัดดล  ความรู้สึกที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในชีวิตกำลังแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ

ความรักเป็นอย่างนี้เองหรือ  พิษสงของมันร้ายกาจถึงเพียงนี้หรืออย่างไร  เขาบอกตัวเองซ้ำ ๆ  มือของคริสที่อยู่บนเนื้อตัวเขาเหมือนประจุด้วยไฟฟ้าแรงสูง

ในความเงียบนั้น  เขาได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นระทึก  หวั่นไหว  แต่ก็ขืนการรุกรานนั้นไปไม่ได้นานเท่าไหร่  หลังแตะที่นอนเย็นเชียบ  ทอมสะดุ้งสุดตัว  สติกลับคืนมาอีกครั้ง  เมื่อเสื้อนอนตัวหลวมโคร่งนั้นหลุดลุ่ยลงมาถึงเอว  กระดุมด้านหน้าไม่เหลือแม้แต่เม็ดเดียว

“คริส” ทอมร้องออกมา  ผวาสุดตัวแล้วถูกปิดปากด้วยริมฝีปากร้อนระอุที่ทาบทับลงมาสนิทแน่น

ในความมืดนั้น  อาการดิ้นรนของเขาที่รุนแรงแต่แรกคลายตัวด้วยพิษสงของความรักและอิทธิพลของมันก็พาเขาเตลิดจนสุดฤทธิ์… แรงปรารถนาทางธรรมชาติที่ไม่มีผู้ใดขัดขวางได้สำเร็จหากโอกาสนั้นให้

ท่ามกลางความเจ็บปวดนั้น  ทอมได้สัมผัสความรู้สึกที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน  งุนงง สับสน  และเป็นสุข  เขาใจง่ายขนาดนี้เลยหรือ  ปล่อยตัวปล่อยใจให้เตลิดไปอย่างรั้งไว้ไม่ได้

ห้องใต้หลังคานั้นเงียบเหงา  เขานอนซมเพราะพิษไข้  หลังจากวันที่คริสพามาส่ง  เขาก็ยังคงนอนอยู่อย่างนั้น  เนื้อตัวร้อนจี๋คงไข้หวัดจากคืนฝนตกหนักนั่นเอง  เจ็บคอจนกลืนอะไรไม่ลง

“ทอม” เสียงเรียกจากประตูหน้าห้อง  เขากระพริบตาที่ร้อนผ่าวเพราะพิษไข้  ใครมาเรียกเขานะ  ทอมสลัดผ้าห่มทิ้งเดินตัวงอมาที่ประตู ถอดสลักดึงประตูให้เปิดกว้าง  แล้วก็ต้องชาวูบอยู่ตรงนั้น

ร่างสูงใหญ่ในชุดสากลสีเข้มเรียบสะอาด  ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าต่างกับเขาราวดำกับขาว  ทอมสวมเสื้อเก่าสีตกซีดหน้าเซียวตาโหล  ผมยุ่งกระเซิง  ภาพที่ไม่เคยปรากฏให้ผู้ใดเห็น

ใบหน้าคมเข็มสมบุรุษเพศฉาบแววพิศวง  ดวงตาคมจัดแลปราดไปทั่วห้องก่อนจะถอนใจยาวลึก  เมื่อวานเขามาส่งทอมถึงหน้าห้องก็จริง  แต่ทอมไม่ยอมเปิดประตูจนกระทั่งเขาลงไปแล้ว  วันนี้เองที่ทอมไม่คาดคิดว่าเขาจะย้อนกลับมา

“คุณมาทำไมถึงนี่ครับ”

“โทรศัพท์มาไม่มีคนรับต่างหาก”  คริสตอบพร้อมก้าวเข้าไปหาทอม  คว้าข้อมือแล้วจึงรู้ถึงผิวกายที่ร้อนผ่าวของทอม  “คุณเป็นไข้นี่นะ”  เขาถือวิสาสะยกมืออังหน้าผาก  มันร้อนจี๋จนเขาเองสะดุ้งต้องชักมือกลับ  เขารู้สึกเวทนาจับใจ  คริสโอบร่างร้อนผ่าวด้วยพิษไข้ของทอมมาเข้าไว้กับตัว  ริมฝีปากสวยนั้นแดงจัดด้วยพิษไข้

ทอมผลักเขาออก “คุณกลับไปเถอะครับ”

“นายไม่สบาย อยู่ยังไงคนเดียว”  คริสกล่าวเสียงแข็ง “ไหนกระเป๋า  ไปกับผมเถอะ  ตัวออกจะร้อนจี๋ต้องไปหาหมอ  นี่คงไม่ได้กินอะไรเลยสิ”

“ไม่ครับ” ทอมส่ายหน้า  “ผมอยู่ได้  เดี่ยวก็หาย  กินยาไปแล้ว”

“ดื้อ” เขานึกโกรธ  รวบผ้ายัดใส่กระเป๋า  พาทอมลงมาข้างล่าง  เขาจับทอมขึ้นนั่งในรถด้านหลัง  ขับพาไปที่พักของเขา  โทรตามหมอ

หมอที่เขาขอร้องให้มาตรวจอาการกลับไปแล้วพร้อมยาที่จัดให้  หลังจากฉีดยาให้ทอมหนึ่งเข็ม  ไข้หวัดและคออักเสบรุนแรง  คริสถอนหายใจ  นี่ถ้าเขาไม่แวะกลับไปทอมจะเป็นอย่างไรนะ  คงนอนสลบไสลไม่รู้เรื่องอยู่คนเดียวในห้องนั่นเอง

ริมฝีปากแห้งผากของทอมเผยอออกจากกัน  เหงื่อพราวเต็มหน้าผาก  คงเพราะยาฉีดลดไข้ที่หมอฉีดให้นั่นเอง  เขาจัดน้ำให้ทอมดื่ม

เขายกเตียงนอนของตัวเองให้เป็นเตียงคนไข้  ส่วนเขานอนบนเก้าอี้นวมตัวยาวแทน  เขาหลับสนิทจนเช้า

ทอมตื่นขึ้นมารู้สึกดีขึ้น  ตั้งท่าจะลุกจากเตียง  คริสได้ยินเสียงจึงปรามออกไป

“อย่าเพิ่งลุกเลย  นายพึ่งสร่างไข้  กินยาตามหมอสั่งเสียก่อน นั่นอย่างนั้น…เด็กดี”  เขาชม ยิ้มให้ทอม  “ผมพาคุณมาที่นี่เองจำได้ไหม”

“ลำบากคุณเปล่า ๆ ครับ ผมค่อยสบายขึ้นแล้วขอบคุณมากนะครับ ผมว่าผมกลับหอพักก่อนดีกว่าครับ  ผมไม่อยากรบกวนคุณ”

“ไม่รบกวนหรอก  เพราะความผิดผมเอง  ถึงทำให้นายเป็นอย่างนี้” คริสพูดเบา ๆ  นายพักผ่อนให้หายดีเสียก่อน  แล้วผมจะพาไปส่งเอง

“จับไข้อีกหรือเปล่า มือเย็นเชียว  วัดปรอทดีกว่า”

สัมผัสที่ทอม  อยากจะหนีไปให้ไกล  ความรู้สึกที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น  เพราะเรามันแตกต่างกันมากมาย  เขาเป็นแค่นักศึกษาแต่คริสเป็นถึงนักการทูต

“จะไปไหนทอม” เสียงทักจากเบื้องหลังนั่นเอง  ที่พาเขาสะดุ้งสุดตัว  เขากำลังจัดของลงเป้  เพื่อจะกลับไปหอพัก

“นายยังไม่ตอบผมว่าจะจัดของไปไหน”

“กลับหอครับ” ทอมตอบเสียงเบา

“สบายขึ้นแล้วหรือ จะกลับไปนี่” คริสเดินเข้ามาใกล้

“ครับ   ต้องขอบคุณอย่างมาก ค่าหมอค่ายาเท่าไหร่  เดี่ยวผมจะจัดมาให้นะครับ”

“ไม่เข้าเรื่อง” คริสทำเสียงดุ  ยังดีที่กลับมาเอาของที่ลืมไว้  ไม่ยังงั้นคงเห็นแต่เตียงเปล่า ๆ คนไข้หนี

“แต่…ผมไม่อยากรบกวนคุณไปมากกว่านี้แล้วครับ”

“อย่าพึ่งกลับ พรุ่งนี้วันสุดสัปดาห์ผมไม่ต้องไปทำงาน   เดี๋ยวจะไปส่งให้” อ้อ…เย็นนี้เราจะกินข้าวที่นี่  เดี๋ยวผมซื้ออาหารเข้ามาเอง  นอนพักผ่อนให้มาก ๆ ดีกว่านะ

เมื่อเสียงประตูนอกถูกไข  คริสกลับมาอย่างที่คิดจริง ๆ ของเต็มมือไปหมด  เขาจึงเข้าไปช่วยรับมาถือไว้

“ต้อนรับคนป่วยฟื้นไข้  ชอบไหม”

“ขอบคุณมากนะครับ ไม่จำเป็นต้องซื้อเลย” ตั้งแต่เกิดมายังไม่มีใครให้ดอกไม้เขาแบบนี้เลย ทอมแอบยิ้มอยู่ในใจ

คริสหยิบไวน์ขาว  คว้าแก้วเนื้อบางใสยาวสองใบวางเรียง เขายังจุดเทียนสีฟ้าเล่มยาวปักลงในจานเงินเงาวับ ซึ่งมีช่อองุ่นเล็ก ๆ พันโอบรับลำเทียนเล่มนั้นอย่างสวยงาม

“แค่นี้ก็เหมือนซัคเกอร์  ห้องอาหารหรู ๆ ที่พระเจ้าจักรพรรดิแห่งออสเตรีย-ฮังการีเคยเสด็จไปเสวย  จริงไหม” เขาหันมาถามทอม

ทอมนั่งมองตาปริบ ๆ กล่าวอะไรไม่ออกเลย  คริสจัดทุกอย่างได้คล่องแคล่ว  ชั่ววูบหนึ่งที่เขาตั้งคำถามในใจ  คริสเคยทำแบบนี้กับใครมาบ้างไหม  กี่คน…และเขาเป็นคนที่เท่าไหร่

แผ่นเพลงแสนหวานที่คริสเปิดคลออาหารมื้อเย็นนั้น  ทำให้ห้องที่นั่งอยู่ดูอบอุ่นขึ้นมาทันใด  ชวนให้หัวใจของเขาวาบหวิวยามสบตาอย่างไม่ตั้งใจ  ผิวหน้าของเขารู้สึกร้อนขึ้นมาเมื่อนึกภาพวันฝนตกได้รำไร

“เพลงเต้นรำ” คริสบอก  เมื่อโอบเอวเขาไปตามจังหวะแทบไม่รู้ตัวเลยว่าเขาโอนอ่อนตามไปได้อย่างไร  วงแขนคริสแนบแน่นอย่างจงใจ

หัวใจของเขาเหมือนถูกเพลิงเผาผลาญ  มันร้อนรุ่มไปทุกขุมขน  เมื่อคริสแนบใบหน้าลงมายังผิวแก้มนุ่มละมุนของเขา

“ถ้าหยุดโลกไว้ได้ก็คงดี”  คริสกระซิบแผ่ว ๆ ที่ริมหูของเขา “เราจะได้อยู่อย่างนี้ตลอดไป”

เขาพยามยามขืนตัวออกจากวงแขนแล้วบอกว่า “ยังไม่ได้เก็บโต๊ะเลยครับ  เดี๋ยวเทียนล้มแล้วจะไหม้ผ้าปูเสียหมด”

“ช่างมันเถอะ”  พรุ่งนี้บ่ายแม่บ้านก็ขึ้นมาทำความสะอาด

“รินไวน์ที่เหลือให้หน่อยสิทอม” คริสบอกเสียงอ่อนโยน

“คุณดื่มไปหลายแก้วแล้วนะครับ”

ด้านนอกระเบียงห้องนอน  เขานอนไม่หลับ  มองออกไปเห็นคริสยืนอยู่ที่ระเบียง  เลยถามออกไปว่าเป็นอะไรหรือเปล่าครับ

“นอนไม่หลับ” คริสตอบเบา ๆ

“มียาอยู่นะครับ ที่หมอให้ผมมา  ถ้าคุณต้องการ”  เขาหมุนตัวเดินไปหยิบยา  แล้วกลับชะงัก  มืออุ่นจัดของคริสที่อยู่บนต้นแขนเขา  ไออุ่นแทรกซึมผ่านเนื้อผ้าลงถึงผิวหนังบริเวณนั้น

“ไม่ต้อง…ขอบใจ…นายล่ะ  ทำไมไม่หลับดึกแล้ว”

“ทำไมเราจะต้องปิดบังความรู้สึก ความปรารถนากันและกัน   ธรรมชาติให้ความรู้สึกสวยงามบริสุทธิ์แก่มนุษย์ไม่ใช่หรือทอม  มีอะไรกั้นขวางระหว่างเราสองคน”

“แต่” ทอมขยับจะค้าน

“อย่า” คริสขัดขึ้น “อย่าทำลายความรู้สึกสวยงามนั้นเลยทอม” อ้อมกอดนั้นกระชับแน่นขึ้น  เมื่อคริสอุ้มเขาไว้อย่างระวัง  พร้อมทั้งเกลือกใบหน้าลงมาซอกคอ ช่วงไหล่  สัมผัสนั้นทำให้เขาผวา วาบหวิวหัวใจเหมือนจะขาดรอน  ความรักเป็นอย่างนี้เองหรือ

ทอมเผลอสะดุ้ง  เมื่อหลังกระทบความอ่อนนุ่มของที่นอน

“ทอม…” คริสกระซิบแผ่ว ๆ ริมหู ริมฝีปากอุ่นจัดทาบทับลงบนกลีบปากนุ่มนวล  ดูเหมือนเขาจะควบคุมตัวเองไม่ได้เลย  เวลาอยู่ใกล้คริส  ในความมืดนั้น เขาได้ยินเสียงฝนตกฟ้าคะนองของคืนวันนั้น  ที่ทะเลสาบพระจันทร์  ก่อนที่ทุกอย่างจะวูบหาย  เขาพ่ายแพ้แก่ความตั้งใจของตัวเองเป็นครั้งที่สอง  สัมผัสของคริสทุกตารางนิ้วช่างอ่อนโยนนุ่มนวล  ออกจะทนุถนอมเขาออกปานนั้น

เสียงพร่ำเรียกชื่อเขาค่อย ๆ เหือดหายไป  เขาลืมตาโพลงอยู่ในความมืด  แล้วจึงสะดุ้งจากความเย็นที่จับกาย  เสื้อผ้าเขาไม่เหลือติดกายเลย  เป็นอีกครั้งที่เขาโอนอ่อนไปตามแรงปรารถนาลึก ๆ ในใจ

หลังจากนั้นหนึ่งอาทิตย์มหาวิทยาลัยเปิดเรียน  เขาต้องกลับไปเรียนต่อ  การเรียนหนักมาก  จนเขาไม่มีเวลาว่างมากนัก  เขาต้องการที่จะเรียนให้จบไว ๆ  จึงไม่มีโอกาสได้เจอคริสอีก

ระหว่างเขากับคริสมันช่างแตกต่างกันมากมาย  เขาเป็นแค่นักเรียนทุน  คริสมีตำแหน่งเป็นถึงเลขาฯโทของสถานทูต  ใครจะมาจริงจังกับเด็กแบบเขาล่ะ  คงเป็นได้แค่เพื่อนเที่ยวเพื่อนนอนชั่วคราวยามเหงาที่ต้องออกต่างประเทศ

จากนั้นไม่นานเท่าไร  เขาได้ข่าวว่าคริสย้ายไปรับตำแหน่งใหม่ที่สูงขึ้น ในประเทศอื่น  เราคงไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกแน่นอน  เขาไม่เคยลืมความเจ็บช้ำ อาวรณ์ ถวิลหา  รู้สึกเสียใจและน้อยใจที่คริสไม่คิดจะบอกเขาสักคำ  เรื่องระหว่างเราสองคงจบแค่นี้  ถึงจะเจ็บแค่ไหนเขาก็ต้องตัดใจ  เพื่อที่จะตั้งหน้าตั้งตาเรียนให้จบ  แล้วไปทำงานตามฝันของเขา

สองปีต่อมาเขาเรียนจบได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง  เป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งสำหรับเขามาก  เขาสมัครงานไปที่ยู.เอ็น ในตำแหน่งนักแปลและล่าม  ไม่นานนักเขาได้รับจดหมายตอบรับเข้าทำงาน  เขาดีใจจนน้ำตาคลอ  ในที่สุดฝันเขาก็เป็นจริง

สามเดือนต่อมา  หลังจากเขาไปรับตำแหน่งนักแปลและล่ามประจำยู.เอ็น.  มีการประชุมนานาชาติขึ้น  หลังการประชุมเสร็จสิ้น  จะมีงานเลี้ยงต้อนรับคณะทูตานุทูตจากนานาประเทศ

เขาแต่งตัวในชุดราตรีสโมสรสีดำเข้มเรียบสะอาด  เขาขับรถไปถึงบริเวณที่จัดงานเลี้ยงเป็นทางการกับคณะผู้เข้าร่วมประชุมระดับชาติ  เขาเดินเข้างานร่วมสนทนากับผู้ร่วมอาชีพ  หลายชาติหลายภาษาอย่างสนุกสนาน

“ถ้าคุณไม่ว่ากระไร  ผมขอคุยกับคุณเป็นการส่วนตัวได้ไหมครับ”  เสียงตัดกลางแบบนี้  คงไม่แปลกนักถ้าผู้พูดไม่ใช่บุคคลที่เคยทำให้เขาเจ็บช้ำ ถวิลหา อาวรณ์  มาจนทุกวันนี้

“ดร.คริสโตเฟอร์”  ทอมเอ่ยชื่อออกไปด้วยความตกใจ

“บังเอิญอย่างประหลาดไหม  ที่เราได้พบกันอีก” เขาเป็นฝ่ายกระซิบขึ้น  ดึงทอมเข้ามาหาตัว  หามุมที่คนไม่พลุกพล่านนัก

“ผมไม่รู้เลยว่าคุณมาทำงานที่นี่  ทำไมไม่บอกผมบ้าง” คริสพูดเสียงอ่อนโยน

“เรื่องของเรามันจบไปแล้วครับ  คุณไม่ได้อยู่ในแวดวงชีวิตผม  อย่ารื้อฟื้นอะไรขึ้นมาอีก ขอที”

“จะจบได้ยังไง  ผมไม่เคยลืมคุณเลยนะทอม…เด็กดีของผม” เขาเริ่มหงุดหงิดคิดว่าทอมจะดีใจที่ได้พบหน้าเขาเสียอีก

“คริส…อยู่ ๆ คุณก็จากไป  ไม่มีคำบอกลา  ยังจะให้ผมคิดถึงคุณได้อีกหรือ  เรื่องระหว่างเรามันเหมือนผ่านมาแล้วก็จากไป  คุณเคยคิดรักใครอย่างจริงจังและจริงใจบ้างไหม” ทอมกล่าวทั้งน้ำตาคลอ

“ทอม…ผมขอโทษ  ผมมีเหตุจำเป็นที่ต้องย้ายไปรับตำแหน่งใหม่อย่างกะทันหันโดยไม่ได้บอกกล่าว  เพราะผมไม่มีเบอร์หรือที่อยู่ที่สามารถติดต่อคุณได้เลยนะ”  ตลอดเวลาสองปีที่ผ่านมา  ถึงผมจะได้เจอคนมากมาย  แต่ก็ไม่เคยลืมคุณได้เลย…เด็กดีของผม…

ทอมไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองไปอยู่ในอ้อมกอดของคริส  ตั้งแต่เมื่อไรกัน    ความอบอุ่นเป็นสุขแบบนี้ที่เขาไม่เคยลืมมัน  น้ำตาไหลรินลงมารดสองแก้มนวล

“ผมรักคุณนะ…อภัยให้ผมได้ไหมทอม…ให้โอกาสผมแก้ตัวสักครั้ง…เด็กดีของผม” คริสกระซิบแผ่ว ๆ ที่ริมหูของเขา

คริสคลายอ้อมกอดออก  ปล่อยทอมเป็นอิสระ  ประทับจูบไปที่ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อ  ที่ยังคงความหวานไว้เหมือนเดิม

End.

จากความหลงใหลส่วนตัวแบบมากมายใน Mondsee ทะเลสาบพระจันทร์

Chris Hemsworth

Tom Hiddleston, Hugh Laurie Brave The Heights of the Matterhorn!

Tom Hiddleston and Hugh Laurie have braved the height’s of the Matterhorn as filming begins on the BBC1 adaptation of The Night Manager.

Can you imagine the glorious, picturesque Swiss Alps as your work setting each day? 274 more words

Home Page Posts

Thor (2011).

“MARVEL’S GOD OF THUNDER DELIVERS A CALM STORM IN FIRST OUTING”

 

Thor (12A)

DIR: Kenneth Branagh

STARRING: Chris Hemsworth, Natalie Portman, Tom Hiddleston, Anthony Hopkins. 556 more words

Action